SARABURI 2

วันศุกร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2551

บ่อล้างมลทิน

ให้นักศึกษาเฉลยคำตอบข้อที่ตนเองทำผิดในข้อสอบ โดยการเขียนเรืยงจากข้อ 1-5 โดยคลิ๊กที่ ความเห็นข้างล่างนื้ ส่งภายในวันพุธที่ 30 เมษายน 2551
SARABURI FINAL

ให้นักศึกษาตอบคำถามทุกข้อรวมเวลา 2 ชั่วโมง

1.อธิบายหน้าที่ของ Google Search Features เหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง
a.File type
b.Definitions
c.Currency Conversions
d.Book Search
e.Calculators

2.ท่านจะนำหลักการแค่ละข้อของ 10 C แต่ละข้อเหล่านี้มีประโยชน์ในการพิจารณาคัดเลือกสารสนเทศใน Internet อย่างไร อธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
a.Citations
b.Critical Thinking
c.Credibility
d.Content
e.Copyright

3.ให้อธิบายหลักการเชิงประยุกต์กับหลักการของภาวะผู้นำ (Leadership) ตามองค์ประกอบของ
Credibility = Trustworthiness+Expertise
อย่างละเอียด

4.ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM อธิบายอย่างละเอียด

5.อธิบายหน้าที่และประโยชน์เพื่อการศึกษาของโปรแกรมต่อไปนี้
a.Snagit
b.You Tube
c.iGoogle
dSkype
e.Skechtup


Good Luck and Good Look!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
posted by Dr.Supit at 04:31

37 Comments:

ความจริงก็ตั้งใจเรียนมากครับ ในห้องเรียนแต่เวลาสอบ เตรียมแล้วเตรียมอีก ทำให้คาดเข็มขัดไม่ได้
(คาดไม่ถึง)ตั้งใจว่าจะล้างอยู่ครับ วันก่อนผมใช้แอลกอฮอลล้างมลทินอยู่นาน สองนาน ประมาณเที่ยงคืนแก่ ๆ หมดไปอยู่ลิตร 2 ลิตร ขนาดห้อง 1 มาช่วยกันล้างยังไม่หมดมลทินดี ก่อน 30 เมษายนนี้ จะล้างอีกที ขอบคุณครับ

27 เมษายน 2551 เวลา 07:11  

นางสาวพิมพ์พิชชา แก้วสีหมอก รหัส 50210169 ศูนย์สระบุรี ห้อง 2
(ขออนุญาตล้างบาปตามหัวข้อต่อไปนี้ค่ะ)
ข้อที่ 2 หนูมั่นใจว่าตอบถูกแล้ว จึงขอตอบใหม่ จำนวน 4 ข้อ คือข้อ 1,3,4,และ5 ค่ะ
ข้อ 1 อธิบายหน้าที่ของ Google Search Features เหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง
a. Book search : Book search ใช้ค้นหาหนังสือที่เราต้องการ การที่ต้องค้นหาโดยใช้ Book search ไม่ใช้ Google ธรรมดา เนื่องจากถ้าใช้ Google ธรรมดา หนังสือที่ search ได้จะไม่มาเป็นเล่ม แต่ถ้าใช้ Book search ในการค้นหาจะปรากฏหนังสือเป็นเล่มให้เราได้เลือกอ่าน ซึ่งหนังสือบางเล่มจะให้เราเปิดอ่านได้ทุกหน้าฟรี แต่หนังสือบางเล่มอาจให้เราเห็นเพียงหน้าปกและให้อ่านรายละเอียดเพียงเล็กน้อย หากต้องการอ่านทั้งหมดอาจต้องเสียค่าบริการ เป็นต้น
b. File Type : File Type ใช้สำหรับค้นหาสิ่งที่ต้องการโดยการระบุไฟล์ ซึ่งงานที่ search ได้จะปรากฏไฟล์งานทั้งหมด เช่น ถ้าเราต้องการไฟล์งานpowerpoint เรื่อง KAIZEN ให้พิมพ์ ppt ต่อท้ายชื่อไฟล์งานที่ต้องการ เช่น KAIZEN ppt ก็จะปรากฏไฟล์งาน KAIZEN แบบพาวเวอร์พอยด์ให้เราได้เลือกใช้
c. Definition : Definition ใช้สำหรับสิ่งที่ต้องการให้อธิบายความ เหมือนสารานุกรม หรือพจนานุกรม ถ้าต้องการทราบความหมายของคำใด ก็พิมพ์คำนั้นแล้วเติมคำว่า define ข้างหน้า ก็จะปรากฏคำพร้อมกับความหมายของคำที่เราต้องการทราบความหมาย
d. Currency Conversion : Currency Conversion ใช้สำหรับข้อมูลอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ ซึ่งจะทำให้เราสามารถเปรียบเทียบค่าเงินบาทกับค่าเงินอื่นๆได้ทั่วโลก หรืออาจเปรียบเทียบค่าเงินระหว่างประเทศอื่นๆได้เช่นกัน วิธีการคือให้พิมพ์ คำว่า in คั่นกลาง เช่น 100 Baht in Yen จะทำให้เราทราบว่าเงินไทย 100 บาทมีค่าเท่ากับเงินเยนของญี่ปุ่นกี่บาท เป็นต้น
e. Calculator : Calculator เป็นเครื่องคิดเลข จะช่วยในการคิดคำนวณค่าต่างๆที่เราต้องการทราบได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ที่สำคัญต้องเติมเครื่องหมาย บวก ลบ คูณ หาร หรือวงเล็บ หรือสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ให้ถูกต้อง ค่าที่คำนวณออกมาก็จะถูกต้อง 100 %

ข้อ 3 ให้อธิบายหลักการเชิงประยุกต์กับหลักการของภาวะผู้นำ (Leadership) ตามองค์ประกอบของ
Credibility = Trustworthiness+Expertise
Credibility = trustworthiness + expertise
ความน่าเชื่อถือ (Credibility)ของเว็บไซต์ เกิดจากความไว้เนื้อเชื่อใจ (trustworthiness)และความเป็นผู้ชำนาญการ (expertise) ซึ่งความไว้เนื้อเชื่อใจ(trustworthiness)ประกอบด้วยความตั้งใจจริง(well intentioned) ความมีสัจจะ(truthful) ความไม่ลำเอียง(unbiased) ความไว้เนื้อเชื่อใจได้จึงย่อมบ่งบอกถึงความดีงามและมีจรรยาบรรณของเว็บไซต์ ซึ่งความเป็นผู้ชำนาญการ (expertise) หมายถึงมีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถนะ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้และทักษะที่เว็บไซต์แสดงออกมา ซึ่งเมื่อรวมสองปัจจัยเข้าด้วยกัน อาจสรุปได้ว่า เว็บไซต์ ที่มีความน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างสูง จะต้องทำให้ผู้เยี่ยมชมรับรู้ว่า มีความไว้เนื้อเชื่อใจได้ และความเป็นผู้ชำนาญการระดับสูง
ซึ่งการประเมินความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์อาจประเมินจากการออกแบบเว็บไซต์ให้มีลักษณะดังนี้คือ
1. ออกแบบเว็บไซต์ให้แสดงเอกลักษณ์ขององค์กร การแสดงที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และภาพถ่ายของบุคคลในองค์กรเพื่อให้ผู้สนใจติดต่อค้นหาได้ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อความน่าเชื่อถือได้
2. การออกแบบให้ใช้งานง่าย สามารถเข้าถึงสารสนเทศได้ไม่เกิน 3 click ที่สำคัญถ้ามี Link ต้องมีสารสนเทศอยู่จริง สามารถมองหาเครื่องหมายนำทาง (navigator) ได้ง่าย
3. แสดงถึงความเป็นผู้ชำนาญการ เช่น มีชื่อนักเขียนบทความ การอ้างอิงชัดเจน
4. แสดงถึงความไว้เนื้อเชื่อใจได้ เช่น การเชื่อมโยงถึงเว็บไซต์อื่นๆ จะต้องบอกถึงความจำเป็นและความสำคัญของสาระนั้นๆอันเป็นการแสดงให้เห็นถึงความซื่อสัตย์ ความไม่ลำเอียง ซึ่งบางครั้งขัดกับนโยบายขององค์กรเหล่านั้นซึ่งมุ่งแต่ประชาสัมพันธ์ตนเอง
5. การเอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม หรือผู้ใช้งาน เช่น yahoo mail จะขึ้นคำว่า welcome to yahoo mail (ชื่อผู้ใช้งาน) ทุกครั้งที่เรา sing in เข้าไปเป็นต้น
6. หลีกเลี่ยงการโฆษณาบนเว็บไซต์ คนส่วนมากไม่ชอบการโฆษณาบ้าบิ่น การนำโฆษณามาผสมผสานกับสาระบนเว็บเพจทำให้ความน่าเชื่อถือลดน้อยลง แต่ถ้าเป็น banner ads หรือป้ายโฆษณาเล็กๆ น่ารักๆ จะช่วยให้เพิ่มความน่าเชื่อถือได้
7. หลีกเลี่ยงความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย ผลการออกแบบเว็บไซต์จะต้องมีลักษณะมืออาชีพ ความผิดพลาดเพียงน้อยนิด เช่น พิมพ์ชื่อคนผิด หรือวางภาพกับคำอธิบายผิดตำแหน่ง เว้นวรรคผิด จะทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงอย่างมาก
8. เพิ่มคุณค่าให้กับเว็บไซต์ ด้วยการปรับปรุงสาระให้ทันสมัย ตอบคำถามบนเว็บบอร์ด ส่งอีเมลล์ยืนยัน หรือตอบรับในสิ่งที่จะตกลงกัน มีความสามารถในการช่วยกัน สามารถพิมพ์หน้าออกมาได้โดยง่าย มีหมายเลขโทรศัพท์หรือเมลล์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับติดต่อได้
9. ปกป้องความดีงามของสาระ โดยแยกออกจากโฆษณาอย่างเด่นชัด ไม่มีโฆษณามากเกินไป ทั้งลักษณะ banner pop-up บทความต้องมีการอ้างอิงหรือผู้แต่งเสมอ
10. หน้าตาดูดี มีลักษณะการออกแบบเป็นมืออาชีพ ใช้ศิลปะอย่างมีรสนิยม เหมาะสมกับสาระ ไม่มีตัวสะกดผิดพลาด เว้นวรรคผิดๆ นามสกุลของเว็บไซต์ (domain name) ต้องเป็นของสถาบัน ถ้าเป็นของฟรีทั่วไป เช่น AoL จะมีความน่าเชื่อถือลดลง
11. ต้องแน่ใจว่าทุกองค์ประกอบทำงานได้ การเชื่อมโยงไม่ได้ การแฮงค์ หรือหยุดทำงานดื้อๆ ทำให้น่าเชื่อถือน้อย เวลาที่ใช้ดาวน์โหลดต้องไม่นานเกินไป ดังนั้นการใส่กราฟฟิคจำนวนมากบนโฮมเพจจึงไม่ถูกต้อง
12. ชื่อเสียงในโลกความจริงขององค์กรจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเว็บไซต์ของหน่วยงานนั้นๆ หรือการลิงค์ไปสู่องค์กรเสื่อมเสียย่อมส่งผลต่อเว็บไซต์โดยตรง

ข้อ 4. ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM
การจัดการความรู้ ( Knowledge Management ) คือ การรวบรวม การจัดระบบการจัดเก็บและการเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้ มีการแบ่งปัน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้กับองค์กร
ในปัจจุบัน ICT มีบาทบาทในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก เราสามารถนำICTมาใช้ในการจัดการความรู้ตามขั้นตอนต่อไปนี้
1. การสื่อสาร
ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้เราหันมาให้ความสำคัญต่อการติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทำให้เราสามารถติดต่อเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของอินเทอร์เน็ต หรือด้านการติดต่อสื่อสารโทรคมนาคมในระยะไกลต่าง ๆ ก่อให้เกิดการนำเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลมาใช้ในองค์กร เป็นการนำความรู้จากข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมาสร้างทางเลือกในการตัดสินใจในการบริหารจัดการ ส่งผลให้เราสามารถลดต้นทุน ลดเวลา ในการติดต่อสื่อสารส่งเสริมให้เกิดการใช้งานทรัพยากรร่วมกัน ซึ่งเหมาะกับสภาพขององค์กรในปัจจุบันที่ต้องการการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง การสื่อสารมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของสังคมมนุษย์ โดยเฉพาะการสื่อสารยุคใหม่ที่เกิดจากการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ (ICT) จำเป็นต้องมีความรู้ มีความสามารถ เพื่อนำมาใช้เพิ่มศักยภาพในองค์กรอย่างมีทักษะ และประยุกต์ใช้เพื่อการแก้ปัญหา การสื่อสารถือว่าหัวใจสำคัญ ที่จะทำให้บุคลากรทุกคนเข้าใจว่าองค์กรกำลังจะทำอะไร เพื่ออะไร ทำเมื่อไหร่และทำอย่างไร และการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสื่อสาร ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การติดต่อสื่อสาร สำเร็จตามวัตถุประสงค์
2. การทำงานร่วมกัน
เทคโนโลยี ช่วยให้เราแลกเปลี่ยนความเข้าใจ และความคิดกันได้กว้างขวางขึ้น แต่หัวใจของการแลกเปลี่ยน คือ ความสนใจร่วมกัน ใส่ใจความคิดของกันและกัน และสร้างชุมชนซึ่งเชื่อใจกัน การหาโอกาสเรียนรู้ สามารถถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และการทำงานร่วมกัน ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น การประชุม พูดคุย ผ่านเครื่องมือทาง Internet
3. เทคโนโลยีการจัดเก็บและค้นคืน
เทคโนโลยีช่วยตั้งแต่การรวบรวม การจัดเก็บข้อมูล การประมวลผล การพิมพ์ การสร้างรายงาน การสื่อสารข้อมูล ฯลฯ เพื่อให้ได้สารสนเทศไว้ใช้งานได้อย่างทันเหตุการณ์ก่อให้เกิดประสิทธิภาพทั้งในด้านการผลิต การบริการ การบริการและการดำเนินงานต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ ซึ่งจะส่งผลต่อความได้เปรียบทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และการพัฒนาคุณภาพชีวิต และคุณภาพของประชาชนในสังคม ดังนั้นเทคโนโลยี เป็นเครื่องมือเพื่อให้คนสามารถค้นหา จัดเก็บ แลกเปลี่ยน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้อย่างง่าย และรวดเร็วขึ้น
ข้อ 5. อธิบายหน้าที่และประโยชน์เพื่อการศึกษาของโปรแกรม
a.Snagit
เป็นโปรแกรมที่ใช้ บันทึกข้อมูลในรูปแบบต่างๆ สามารถใช้จับภาพหน้าจอไว้ได้หลายรูปแบบ ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และภาพวีดีโอ สามารถตัดต่อรูปภาพและตกแต่งรูปภาพได้ แล้วบันทึกข้อมูลที่ได้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น PowerPoint Excel, word หรือ บันทึกเป็นรูปภาพ เช่น jpg , png , bmp gif pdf และอื่นๆ อีกมากมาย ประโยชน์ที่เห็นเด่นชัดคือ สามารถใช้บันทึกข้อมูลไฟล์ต่างๆ ได้โดยไม่ต้องอาศัยการดาวน์โหลดเพราะบางภาพไม่อนุญาตให้ดาวน์โหลด เราก็ใช้ Snagit ในการเลือกบันทึกข้อมูลได้อย่างสะดวก และง่ายดาย
b. You Tube
เป็น website ที่ให้บริการข้อมูล ในรูปแบบของ ข้อมูลที่เป็น บทความ ภาพ วีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว ได้ทั่วโลก เมื่อมีผู้ที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูล ต่างๆ หรือผู้ที่ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ก็จะนำข้อมูลดังกล่าวมาลงหรือ post ไว้ คล้ายๆ กับ เราทำ blog เราอยากจะมีความรู้เรื่องอะไรเราก็สามารถไปค้นหาข้อมูล copy หรือ download ข้อมูลที่ต้องการได้
c. iGoogle
เป็นการกำหนดค่าความเป็น ส่วนตัวของกูเกิ้ล หรือ บ้านบนเว็บของคุณ ซึ่งเราสามารถตั้งค่าให้แสดงเนื้อหาที่สนใจได้ เช่น การรายงานข่าวธุรกิจ สภาพอากาศ ข่าวบันเทิง ข่าวเด่นข่าวด่วน ใน gmail ของเรามีกล่องจดหมายเข้ามากี่ฉบับ และสามารถเลือกได้อีกมากมาย แล้วแต่ว่าอยากได้อะไร ไม่ว่าจะเป็น ข่าวจากสำนักข่าวต่าง ๆ ข่าวเฉพาะด้าน นาฬิกา สมุดบันทึก ปรับแต่งโลโก้
d. Skype
เป็นโปรแกรม ที่ใช้สนทนาหรือพูดคุย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร สอบถามสารทุกข์สุกดิบ สามารถมองเห็นภาพคู่สนทนาได้ โดยการสนทนาจะต้องใช้ ชุดหูฟังและไมโครโฟน ในการพูดคุย และถ้าหากมีกล้องก็สามารถมองเห็นภาพได้ด้วย สามารถที่จะเข้าสู่การพูดคุยกับเพื่อนๆ ทั่วทุกโลก เปรียบเสมือนคุยโทรศัพท์ที่บ้าน ที่สำคัญคือไม่ต้องจ่ายค่าโทรศัพท์ แต่ต้องจ่ายค่า Internet แต่ในปัจจุบัน Skype มักถูกใช้เป็นเครื่องล่อลวงผ่านทางอินเตอร์เน็ต ดังปรากฏตามข่าวอยู่บ่อยๆ ดังนั้นการใช้ Skype จึงต้องใช้ความระมัดระวังและมีวิจารณญาณในการใช้ด้วย
e. Skechtup
โปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบหรือ Skech เป็นรูปภาพ 3 มิติ หรือ Model 3 มิติ แล้วเปลี่ยนเป็นภาพ 2 มิติ หรือเขียนภาพจากต้นแบบจาก 2 มิติมาเป็น 3 มิติก็ได้ โดยสามารถสร้างงานเขียนแบบหรือภาพจำลองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เช่น การสร้างอาคาร โรงจอดรถ เก้าอี้ เตียง การสร้างตึก การปรับเปลี่ยนสีของผนังในห้อง

27 เมษายน 2551 เวลา 22:45  

นางรุจิมาศ แจ้งศรี รหัส 50210229 ศูนย์สระบุรี ห้อง 2 ขออนุญาตตอบคำตอบของข้อสอบท่านอาจารย์ใหม่ค่ะ ดังนี้
ข้อ 1. อธิบายหน้าที่ของ google Search Features เหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง
a File type คือแหล่งรวบรวมข้อมูลงานที่เป็น Word หรือ PowerPoint เช่น ถ้าเราต้องการค้นหาเรื่องใดเรื่องหนึ่งเพื่อทำรายงานเราก็สามารถเปิดค้นหาที่เขาทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งอาจจะเป็นไฟล์งานประเภท powerpoint เราก็พิมพ์ ppt ต่อท้ายชื่อไฟล์งานที่ต้องการ เช่น KAIZEN ppt ก็จะปรากฏไฟล์งาน KAIZEN แบบพาวเวอร์พอยด์ออกมา
b.Definitions คือนิยาม คำอธิบายหาความหมาย ใช้สำหรับสิ่งที่ต้องการให้อธิบายความ เหมือนสารานุกรม หรือพจนานุกรม ถ้าต้องการทราบความหมายของคำใด ก็พิมพ์คำนั้นแล้วเติมคำว่า define ข้างหน้า ก็จะปรากฏคำพร้อมกับความหมายของคำที่เราต้องการทราบความหมาย
c.Currency Conversions คือการคิดการเปรียบเทียบสกุลเงินทั่วโลก ซึ่งเราสามารถเปรียบเทียบค่าเงินบาทกับค่าเงินอื่นๆ โดยการพิมพ์ คำว่า in คั่นกลาง เช่น 100 Baht in Yen จะทำให้เราทราบว่า 100 บาทมีค่าเท่ากับเงินเยนของญี่ปุ่นกี่บาท
d.Book Search คือค้นหาเนื้อเรื่อง ใช้ค้นหาหนังสือที่เราต้องการที่ไม่ใช้ Google ธรรมดา เนื่องจากถ้าใช้ Google ธรรมดา หนังสือที่ search ได้จะไม่เป็นเล่ม แต่ถ้าใช้ Book search การค้นหาจะปรากฏหนังสือเป็นเล่ม ซึ่งหนังสือบางเล่มจะให้เราเปิดอ่านได้ทุกหน้าฟรี แต่หนังสือบางเล่มอาจให้เราเห็นเพียงหน้าปกและให้อ่านรายละเอียดเพียงเล็กน้อย หรือถ้าเราต้องการอ่านหนังสือทั้งเล่มอาจต้องเสียค่าบริการ
e. Calculators คือเครื่องคำนวณจะช่วยในเรื่องของการคิดคำนวณที่เราต้องการทราบได้อย่างรวดเร็ว แต่เราจะต้องใส่เครื่องหมาย บวก ลบ คูณ หาร หรือสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ให้ถูกต้อง
ข้อ 3. ให้อธิบายหลักการเชิงประยุกต์กับหลักการของภาวะผู้นำ Leadership) ตามองค์ประกอบของ Credibility = Trustworthiness+Expertise อย่างละเอียด
ความน่าเชื่อถือของเว็บไซด์มีทั้งปัจจัยที่ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือและก็มีปัจจัยบางประการที่ทำให้เว็บไซด์ขาดความน่าเชื่อถือ ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ ได้แก่
1.รู้สึกอยู่ในโลกของความเป็นจริง
2. ใช้งานง่าย
3.เป็นผู้ชำนาญการ
4. ความไว้เนื้อเชื่อใจได้
5. เอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม
สำหรับปัจจัยที่ทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงคือ
1. มีลักษณะเพื่อการค้า
2. ความเป็นมือสมัครเล่น
ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของ
เว็บไซด์ ดังนั้นการที่เราจะทำเราจะต้องนำปัจจัยเหล่านี้มาพิจารณาในการออกแบบเว็บด้วย
ข้อ 4. ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM อธิบายอย่างละเอียด
KM คือกระบวนการรวบรวม การจัดเก็บโดยการใช้ประโยชน์จากความรู้และประสบการณ์ของพนักงาน และกระบวนการต่าง ๆ ในการปฏิบัติงานขององค์กร ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมถึงการส่งเสริมพนักงานได้คัดค้นสิ่งใหม่ ๆ และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้ ซึ่งจะต้องดำเนินการแบบบูรณาการ และให้อยู่ในกิจกรรมหรือที่เป็นงานประจำ และต้องไม่ให้ลูกน้องรู้สึกว่ามีภาระเพิ่มขึ้น แต่ทั้งนี้จะต้องคำนึงถึง
1. ความรู้และทักษะของลูกน้อง
2. ระบบของเทคโนโลยี
3. วัฒนธรรมขององค์การ
ส่วนบทบาททาง ICT ที่เกี่ยวข้องกับ KM จะประกอบไปด้วย
1. เป็นเครื่องมือเพื่อการสื่อสาร
2. เพื่อสนับสนุนการทำงานร่วมกัน และ
3.เป็นการจัดหาสืบค้น
ประโยชน์ของการทำ KM คือ
1.ใช้แก้ปัญหา
2. นำมาปรับปรุง
3. มุ่งสร้างนวัตกรรม
ส่วนปัจจัยที่ทำให้ความรู้งอกเงย หรือ ดังคำที่ว่า "ความรู้ยิ่งใช้มากยิ่งงอกเงย" ต้องยึดหลัก 3C's คือ
1. ต้องมีความเชื่อมโยง
2. เป็นโครงข่าย(ชุมชน) และ
3. ให้ความร่วมมือ
ข้อ 5. อธิบายหน้าที่และประโยชน์เพื่อการศึกษาของโปรแกรมต่อไปนี้
a.Snagit เป็นโปรแกรมจับรูปภาพหน้าที่เวลาเราต้องการภาพมาใช้ในงาน เช่น การส่งอีเมล์ทาง MSN เราก็สามารถตกแต่งภาพด้วย Photoshop โดยการตกแต่งรูปภาพได้ด้วย หรือจะ copy ลงเป็น word เป็น Powerpoint เป็น PTF ก็ได้ เป็นต้น
b.You Tube เป็นเว็ปไซด์ที่ให้บริการแลกเปลี่ยนภาพวิดีโอระหว่างผู้ใช้ได้ฟรี โดยการนำเทคโนโลยีของ Adobe Flash มาใช้ในการแสดงภาพวิดีโอ แต่ถ้าเราสมัครเป็นสมาชิก เราจะสามารถใส่ภาพวิดีโอเข้าไปได้ แต่ถ้าไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกก็สามารถเข้าไปดูภาพวิดีโอที่คนอื่นใส่ไว้ใน youtube ได้
c.iGoogle แรกเริ่มชื่อ Google homepage ซึ่งเป็นบริการหน้า home page ที่ฟรีของ google ที่ให้เราเลือกเนื้อหาต่าง ๆ เช่น ข่าว เกม RSS จากเว็บไซด์หรือ Blog ที่เราต้องการทราบข้อมูลข่าวสารอยู่เป็นประจำ และฟีเจอร์พิเศษที่เราสามารถปรับแต่งและใส่เนื้อหาได้เองที่เรียกว่า Gadgets เช่นเราสามารถจะใส่รูปแบ่งให้คนอื่นดู แสดงวิดีโอจาก YouTube Video หรืออาจจะแสดงปฏิทิน พยากรอากาศ นาฬิกาบอกเวลา และวันที่ และอื่น ๆ ตามที่เราต้องการ iGoogle ก็เหมือนกับหน้าเว็บไซด์ Google แต่ว่าเป็นหน้าของเราเอง ซึ่งไม่ได้มีไว้เพียงแต่ค้นหาเพียงอย่างเดียว แต่เราสามารถปรับแต่งหน้านั้น ๆ อย่างไรก็ได้ แล้วแต่เราพอใจ คือนอกจากที่เราจะสามารถเลือกเนื้อหามาแสดงได้แล้ว รูปร่างหน้าตาของเจ้าเว็บไซด์ iGoogle เราก็สามารถปรับแต่งได้ด้วย
d.Skype คือสุดยอดเทคโนโลยีแห่งโลกอินเทอร์เน็ต เพียงแค่เรามีไมโครโฟนที่สามารถเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ Headset (หูฟังพร้อมไมโครโฟน)ก็สามารถที่จะเข้าไปพูดคุบกับเพื่อน ๆ ทั่วทุกมุมโลกได้ เปรียบเสมือนกับการคุยทางโทรศัพท์และเราก็สามารถมองเห็นหน้ากันได้จากจอคอมพิวเตอร์
e.Skechtup คือโปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบ Model 3 มิติ สามารถสร้างงานเขียนแบบหรือภาพจำลองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว แม้ว่าผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ในการทำงานโปรแกรม 3 มิติมาก่อนก็สามารถที่จะเรียนรู้และลองหัดสร้างได้ด้วยเครื่องมือที่มีให้ในโปรแกรม

28 เมษายน 2551 เวลา 00:29  

นายสุภาพ เดชคําภู รหัส 50210183 ศูนย์สระบุรี ห้อง 2 ความรู้..... เปรียบเสมือนต้นไม้ เปลี่ยนแปลง เสื่อมสูญได้ตามหลักอนิจจัง จงช่วยกันขยายพันธุ์ไม้ไปสู่ลูกหลาน เพื่อต้นแห่งความรู้จักได้แผ่ไพศาลสืบไป สุพิทย์ กาญจนพันธุ์ เมษายน 2551

1.อธิบายหน้าที่ของ Google Search Features

a.File type คือ การค้นหาข้อมูลต่างๆ โดยกำหนดเป็นชนิดของข้อมูล เช่น word power point รูปภาพ ทำได้โดยการ กำหนดชนิดของไฟล์นั้นๆ เช่นต้องการค้นหา คำว่า เทคโนโลยีที่เป็นไฟล์ powrepoint ก็ให้พิมพ์คำว่า technology แล้วตามด้วยชนิดของไฟล์ โดยพิมพ์จุด ppt (technology.ppt) ก็จะได้ไฟล์ข้อมูลที่ไฟล์ powerpoint เพียงอย่างเดียว

b.Definitions คือ การค้นหาข้อมูลโดยให้คำศัพท์ หรือ keyword ของข้อมูลนั้นๆ เช่น ต้องการค้นหาคำว่าคอมพิวเตอร์ หรือ Internet ก็ให้พิมพ์คำนั้น ลงไป หรือถ้าหากต้องการค้นหาข้อมูลที่มี คำสองคำ เราก็สามารถใช้เครื่องหมาย + เพิ่มเติมได้ เช่น ต้องการค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ หนู และแมว เราก็สามารถพิมพ์คำว่า rat + cat หรือ rat and cat ก็จะได้ข้อมูลจาก website ต่างๆ

c.Currency Conversions คือ กาคค้นหา อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย หรือประเทศอื่นๆ เช่นเมื่อเราต้องการค้นหารู้ข้อมูลเงินตราของประเทศญี่ปุ่น กับประเทศไทย เราก็สามารถใช้ google ช่วยสืบค้นข้อมูลที่เราต้องการได้

d.Book Search คือ เครื่องมือสำหรับการค้นหาหนังสือเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เช่น เราต้องการสืบค้นหาหนังสือเกี่ยวกับ รถยนต์ ก็พิมพ์ Car เครื่องมือนี้ก็จะแสดงชื่อหนังสือเกี่ยวกับรถยนต์ให้เราเลือกข้อมูลได้อย่างหลากหลาย ซึ่งจะได้ข้อมูลเป็นเล่มๆ

e.Calculators เครื่องคิดเลข หมายถึงอุปกรณ์ที่มีสมรรถนะในการดำเนินการด้านคณิตศาสตร์และอาศัยการควบคุมแทรกแซงจากมนุษย์บ่อยๆ
- Addition เครื่องหมาย + ( บวก )
- Subtraction เครื่องหมาย – ( ลบ )
- x เครื่องหมาย คูณ ใช้สัญญาลักษณ์ *
- เครื่องหมาย หาร ใช้ / divition
- เปอร์เซ็นต์ ( การหาเศษส่วน )

ข้อ 2. หลักแต่ละข้อของ 10 c มีประโยชน์ในการเลือกสารสนเทศใน อินเตอร์เน็ตอย่างไร
a. Citations แหล่งทรัพยากรหรือข้อความใน อินเตอร์เน็ต ควรมีข้อความอ้างอิง เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของบทความและสามารถค้นหาข้อมูล เพื่อเป็นการวิจัยค้นคว้าให้ลึกลงไปได้อีก หรือที่เรียกว่ามีรากเหง้า ซึ่งการเขียนอ้างอิงหรือการบอกที่มาก็จะมีมาตรฐานหรือวิธีการเขียนอ้างอิงหรือบรรณานุกรมซึ่งมีอยู่หลายแบบหรือหลายลักษณะ เช่น Apa อเมริกัน ผู้แต่งตามด้วย พ.ศ. ตามด้วย เมืองที่พิมพ์ ( เหมือนของ ม.วงษ์ชวลิตกุล )
แบบของ จุฬา ผู้แต่ง ตามด้วย พ.ศ. ตามด้วย วงเล็บ เมืองที่พิมพ์ )
b. Critical thinking คือการคิดเชิงวิกฤต ไปเจออะไรต้องคิดแบบหัวทิ่มดิน ใช้ประสบการณ์ ความรู้ ไปวัด ไปประเมิน ว่าผู้แต่งเป็นใคร รู้จักเขาหรือไม่ แล้วสรุปว่าน่าเชื่อถือได้หรือไม่ การทำงานให้ทำเหมือนไปเจอสิ่งตีพิมพ์ใหม่ ๆ ใครแต่ง มีชื่อเสียงหรือไม่ แล้วนำข้อมูลหรือรายละเอียดมาวิเคราะห์ดู
c. Credibility คือความน่าเชื่อถือและความสามารถ ก็คือความสามารถที่จะเชื่อถือได้ ข้อแรก ดูที่ผู้แต่ง รู้จักแต่งหรือไม่ เชื่อถือได้หรือไม่ เป็นผู้รู้ผู้เล่นในเรื่องนั้น สาขานั้นหรือไม่ถ้าลงท้ายด้วยจุด ac. ก็จะมีความเป็นวิชาการสูง พวกที่ที่ลงท้ายด้วยจุด .org .net .edu .gov มีความเชื่อถือมากกว่า .com เพราะจุด . com เป็นการทำเพื่อการค้า
d. content คือ เนื้อหาสาระ ผู้แต่งคือใคร จะบอกถึงเครดิต เนื้อหาที่ไม่มีผู้แต่งเป็นเนื้อหาที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือต้องมี จูลี่ ในระบบศาลอเมริกันมีลูกขุน หรือคณะผู้อ่านตรวจ ก็จะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ศาลไทยใช้สืบพยานตามกระแสข่าวสารได้ ตามกระแสเชิงวิชาการได้ต้องดูว่าเขียนมาด้วยความจริงจังในเชิงวิชาการหรือเขียนมาเสียดสีกันมาเล่น ๆ วันที่เขียนบทความนั้น มีความใหม่หรือเปล่า บทความนั้นมีความเป็นปัจจุบันหรือไม่ มีเวอร์ชั้นใหม่หรือเปล่า วันที่ลงไว้มั้ย
e. Copyright (ลิขสิทธิ์) แม้ว่าบทความในอินเตอร์เน็ต ไม่มีผู้เขียนชัดเจน แต่มันมีที่อยู่ สิ่งเหล่านี้ตกอยู่ภายใต้สนธิสัญญาทางลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น ต้องระวังเรื่องลิขสิทธิ์อยู่เสมอ แต่ในต่างประเทศเขาจะมีวิธีการให้ใช้บทความที่ได้มาจากอินเตอร์เน็ตหรือเรียกว่า ใช้อย่างยุติธรรม คือสามารถใช้ข้อความสั้น ๆ หรือการกล่าวอ้างอิงหรืออ้างถึงได้ เช่น นายคนนี้กล่าวว่า ..... เราก็สามารถนำบทความนั้นมาเป็นข้อมูลอ้างอิงได้ โดยห้ามดัดแปลงจากต้นฉบับเดิม เด็ดขาด

ข้อ 3. หลักการภาวะผู้นำ leadership ตามองค์ประกอบของ Credibility = Trustwothiness + Expertise
- Credibility คือความไว้วางใจได้ ความเชี่ยวชาญ
- Trustworthiness ความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งมี 4 ลักษณะ
1. ไม่ลำเอียง
2. ความจริงยึดหลักความจริง
3. ความดีงาม
4. ความซื่อสัตย์
- Expertise ความเชี่ยวชาญ คือ มีประสบการณ์ มีความฉลาด มีอำนาจ มีความรู้ใน
สาขานั้นอย่างแท้จริง

หรือว่า

-trustworthiness คือความไว้เนื้อเชื่อใจ ประกอบไปด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะ ความไม่ลำเอียง ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ จะบ่งบอกถึงความเป็นผู้มีความจริงใจ มีความดีงาม และมีจรรยาบรรณ
-expertise คือความเป็นผู้ชำนาญการ เป็นผู้มีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถณะสิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้และทักษะที่มีและแสดงออกมา
-ผู้บริหารที่ดีต้องบริการจัดการองค์กรให้ประสบความสำเร็จตรงตามเป้าหมายได้นั้น ผู้บริหารจะต้องมีภาวะผู้นำ ซึ่งลักษณะของภาวะผู้นำนั้นจะต้องประกอบไปด้วยคุณลักษณะต่างๆต่อไปนี้คือเป็นคนที่เชื่อถือได้ เป็นคนที่ผู้ตามให้ความไว้วางใจ หรือไว้เนื้อเชื่อใจ
-trustworthiness มีความตั้งใจจริงในการทำงาน มีสัจจะพูดคำไหนคำนั้น ไม่ลำเอียงมีความเป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์ในการทำงาน มีความเฉลียวฉลาด มีอำนาจ มีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญการ
-expertise มีความรอบรู้ในงานนั้นๆอย่างแท้จริง จึงจะทำให้ผู้ตามเกิดความเชื่อถือ credibilityในตัวของผู้บริหาร และสามารถนำพาองค์กรนั้นไปสู่ความสำเร็จได้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่ได้วางไว้

ข้อ 4. ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM

Knowledge Management การจัดการความรู้ คือ มีการรวบรวม การจัดระบบการจัดเก็บและการเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้ มีการแบ่งปัน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้กับองค์กร
ในปัจจุบัน ICT มีบาทบาทในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก เราสามารถนำมาใช้ในการจัดการความรู้ได้ คือ
1.เทคโนโลยีการสื่อสาร
ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้เราหันมาให้ความสำคัญต่อการติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทำให้เราสามารถติดต่อเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของอินเทอร์เน็ต หรือด้านการติดต่อสื่อสารโทรคมนาคมในระยะไกลต่าง ๆ ก่อให้เกิดการนำเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลมาใช้ในองค์กร เป็นการนำความรู้จากข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมาสร้างทางเลือกในการตัดสินใจในการบริหารจัดการ ส่งผลให้เราสามารถลดต้นทุน ลดเวลา ในการติดต่อสื่อสารส่งเสริมให้เกิดการใช้งานทรัพยากรร่วมกัน ซึ่งเหมาะกับสภาพขององค์กรในปัจจุบันที่ต้องการการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง การสื่อสารมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของสังคมมนุษย์ โดยเฉพาะการสื่อสารยุคใหม่ที่เกิดจากการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ (ICT) จำเป็นต้องมีความรู้ มีความสามารถ เพื่อนำมาใช้เพิ่มศักยภาพในองค์กรอย่างมีทักษะ และประยุกต์ใช้เพื่อการแก้ปัญหา การสื่อสารถือว่าหัวใจสำคัญ ที่จะทำให้บุคลากรทุกคนเข้าใจว่าองค์กรกำลังจะทำอะไร เพื่ออะไร ทำเมื่อไหร่และทำอย่างไร และการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสื่อสาร ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การติดต่อสื่อสาร สำเร็จตามวัตถุประสงค์
2.เทคโนโลยีสนับสนุนการทำงานร่วมกัน
เทคโนโลยี ช่วยให้เราแลกเปลี่ยนความเข้าใจ และความคิดกันได้กว้างขวางขึ้น แต่หัวใจของการแลกเปลี่ยน คือ ความสนใจร่วมกัน ใส่ใจความคิดของกันและกัน และสร้างชุมชนซึ่งเชื่อใจกัน การหาโอกาสเรียนรู้ สามารถถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และการทำงานร่วมกัน ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น การประชุม พูดคุย ผ่านเครื่องมือทาง Internet
3. เทคโนโลยีการจัดเก็บและค้นคืน
เทคโนโลยีช่วยตั้งแต่การรวบรวม การจัดเก็บข้อมูล การประมวลผล การพิมพ์ การสร้างรายงาน การสื่อสารข้อมูล ฯลฯ เพื่อให้ได้สารสนเทศไว้ใช้งานได้อย่างทันเหตุการณ์ก่อให้เกิดประสิทธิภาพทั้งในด้านการผลิต การบริการ การบริการและการดำเนินงานต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อการศึกษา

ข้อ 5. หน้าที่และประโยชน์ของโปรแกรม
a.Snagit
เป็นโปรแกรมที่ใช้ บันทึกข้อมูลในรูปแบบต่างๆ สามารถใช้จับภาพหน้าจอไว้ได้หลายรูปแบบ ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และภาพวีดีโอ สามารถตัดต่อรูปภาพและตกแต่งรูปภาพได้ แล้วบันทึกข้อมูลที่ได้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น PowerPoint Excel, word หรือ บันทึกเป็นรูปภาพ เช่น jpg , png , bmp gif pdf และอื่นๆ อีกมากมาย
b. You Tube
เป็น website ที่ให้บริการข้อมูล ในรูปแบบของ ข้อมูลที่เป็น บทความ ภาพ วีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว ได้ทั่วโลก เมื่อมีผู้ที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูล ต่างๆ หรือผู้ที่ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ก็จะนำข้อมูลดังกล่าวมาลงหรือ post ไว้ คล้ายๆ กับ เราทำ blog เราอยากจะมีความรู้เรื่องอะไรเราก็สามารถไปค้นหาข้อมูล copy หรือ download ข้อมูลที่ต้องการได้ (โดยอาจจะใช้โปรแกรม Snag it มาช่วยได้ครับ )
c. iGoogle
เป็นการกำหนดค่าความเป็น ส่วนตัวของกูเกิ้ล หรือ บ้านบนเว็บของคุณ ซึ่งเราสามารถตั้งค่าให้แสดงเนื้อหาที่สนใจได้ เช่น การรายงานข่าวธุรกิจ สภาพอากาศ ข่าวบันเทิง ข่าวเด่นข่าวด่วน ใน gmail ของเรามีกล่องจดหมายเข้ามากี่ฉบับ และสามารถเลือกได้อีกมากมาย แล้วแต่ว่าอยากได้อะไร ไม่ว่าจะเป็น ข่าวจากสำนักข่าวต่าง ๆ ข่าวเฉพาะด้าน นาฬิกา สมุดบันทึก ปรับแต่งโลโก้
d. Skype
เป็นโปรแกรม ที่ใช้สนทนาหรือพูดคุย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร สอบถามสารทุกข์สุกดิบ สามารถมองเห็นภาพคู่สนทนาได้ โดยการสนทนาจะต้องใช้ ชุดหูฟังและไมโครโฟน ในการพูดคุย และถ้าหากมีกล้องก็สามารถมองเห็นภาพได้ด้วย สามารถที่จะเข้าสู่การพูดคุยกับเพื่อนๆ ทั่วทุกโลก เปรียบเสมือนคุยโทรศัพท์ที่บ้าน ที่สำคัญคือไม่ต้องจ่ายค่าโทรศัพท์ แต่ต้องจ่ายค่า Internet ครับ
e. Skechtup
โปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบหรือ Skech เป็นรูปภาพ 3 มิติ หรือ Model 3 มิติ แล้วเปลี่ยนเป็นภาพ 2 มิติ หรือเขียนภาพจากต้นแบบจาก 2 มิติมาเป็น 3 มิติก็ได้ โดยสามารถสร้างงานเขียนแบบหรือภาพจำลองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เช่น การสร้าง อาคาร โรงจอดรถ เก้าอี้ เตียง การสร้างตึก การปรับเปลี่ยนสีของผนังในห้อง ซึ่งเป็นโปรแกรมของ Google สามารถdownload ได้ที่ http://sketchup.google.com/download/

28 เมษายน 2551 เวลา 02:35  

นางเพชรา ประเสริฐสุด 50210173
1อธิบายหน้าที่ของ Google Search Features เหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง

A Fite type คือการค้นหาโดยระบุชื่อไฟล์ ซึ่งการที่ค้นหาจะไม่ปรากฏไฟล์ทั้งหมด เช่น ถ้าเราต้องการ ไฟล์งานที่เป็น micosoft word เรื่อง สมุนไพรไทย ให้พิมพ์ .doc ต่อท้ายชื่อไฟล์งานที่ต้องการ จะปรากฏไฟล์งานแบบ micosoft word
ให้เราเลือกใช้
B Definition : Definition ใช้สำหรับสิ่งที่ต้องการให้อธิบายความ เหมือนสารานุกรม หรือพจนานุกรม ถ้าต้องการทราบความหมายของคำใด ให้พิมพ์คำนั้น ก็จะปรากฏคำและความหมายที่ต้องการค้นหา
C Currency Conversion : Currency Conversion ใช้สำหรับข้อมูลอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ วิธีการคือให้พิมพ์ คำว่า in คั่นกลาง เช่น 100 Baht in uro จะทำให้เราทราบว่าเงินไทย 100 บาทมีค่าเท่ากับเงินยูโรกี่บาท เป็นต้น
D Book search : Book search ใช้ค้นหาหนังสือที่เราต้องการ ในการค้นหาจะปรากฏหนังสือเป็นเล่มให้เราได้เลือกอ่าน
E Calculator เป็นเครื่องคิดเลข จะช่วยในการคิดคำนวณค่าต่างๆที่เราต้องการทราบได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ที่สำคัญต้องเติมเครื่องหมาย บวก ลบ คูณ หาร หรือวงเล็บ หรือสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ให้ถูกต้อง ค่าที่คำนวณออกมาก็จะถูกต้อง
3 ให้อธิบายหลักการเชิงประยุกต์กับหลักการของภาวะผู้นำ Leadership) ตามองค์ประกอบของ Credibility = Trustworthiness+Expertise อย่างละเอียด
ปัจจัยที่ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ ได้แก่
1.รู้สึกอยู่ในโลกของความเป็นจริง
2. ใช้งานง่าย
3.เป็นผู้ชำนาญการ
4. ความไว้เนื้อเชื่อใจได้
5. เอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม
สำหรับปัจจัยที่ทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงคือ
1. มีลักษณะเพื่อการค้า
2. ความเป็นมือสมัครเล่น
ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของ
เว็บไซด์ ดังนั้นการที่เราจะทำเราจะต้องนำปัจจัยเหล่านี้มาพิจารณาในการออกแบบเว็บด้วย
4.ข้อ 4. ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM
การจัดการความรู้ ( Knowledge Management ) คือ การรวบรวม การจัดระบบการจัดเก็บและการเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้ มีการแบ่งปัน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้กับองค์กร
เราสามารถนำICTมาใช้ในการจัดการความรู้ตามขั้นตอนต่อไปนี้
1. การสื่อสาร
2. สนับสนุนการทำงานร่วมกัน
3. ช่วยในการสืบค้นข้อมูล
4. เผยแพร่ข้อมูล
5. a.Snagit
เป็นโปรแกรมที่ใช้ บันทึกข้อมูลในรูปแบบต่างๆ สามารถใช้จับภาพหน้าจอไว้ได้หลายรูปแบบ ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และภาพวีดีโอ สามารถตัดต่อรูปภาพและตกแต่งรูป
b. You Tube
เป็น website ที่ให้บริการข้อมูล ในรูปแบบของ ข้อมูลที่เป็น บทความ ภาพ วีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว ได้ทั่วโลก เมื่อมีผู้ที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูล ต่างๆ หรือผู้ที่ต้องการแลก
c. iGoogle
เป็นการกำหนดค่าความเป็น ส่วนตัวของกูเกิ้ล หรือ บ้านบนเว็บของคุณ ซึ่งเราสามารถตั้งค่าให้แสดงเนื้อหาที่สนใจได้ เช่น การรายงานข่าวธุรกิจ สภาพอากาศ ข่าวบันเทิง ข่าวเด่นข่าวด่วน
d.Skype เป็นการสนทนาหน้าจอคอมพิวเตอร์ ผู้พูดและผู้ฟังสามารถสื่อสารหรือพูดคุยกันได้
E.Skechtup เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบ

29 เมษายน 2551 เวลา 00:27  

นภาดา มณีรัตน์
ข้าน้อยสมควรตาย แต่ครั้งนี้ขอไว้ก่อน ขอล้างมลทินที่กระทำผิดไปแล้วอย่างมหันต์ถึง 4 ข้อ เพราะไม่มั่นใจว่าที่ทำไปนั้นถูกหรือไม่
ข้อ 1 อธิบายหน้าที่ของ Google Search Features พร้อมยกตัวอย่าง
a.File type คือ การค้นหาข้อมูลต่าง ๆ โดยกำหนดเป็นชนิดของข้อมูล เช่น power point word ทำได้โดยการ กำหนดชนิดของไฟล์นั้น ๆ เช่นต้องการค้นหาค่า คำว่า bird ที่เป็นไฟล์ Power point ก้ให้พิมพ์คำว่า bird แล้วตามด้วยชนิดของไฟล์ โดยพิมพ์ .ppt ก็จะได้ไฟล์ของข้อมูลที่เป็น power point เพียงอย่างเดียว
b. Definitions คือ การค้นหาข้อมูลโดยให้คำศัพท์ ของข้อมูลนั้น ๆ เช่นต้องการหาคำว่าInternet ก็ให้พิมพ์ลงไป หรือถ้าต้องการค้นหาข้อมูลที่มีคำสองคำ เราก็สามารถใช้เครื่องหมาย + เพิ่มเติมได้ เช่น ต้องการค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ
สุนัข และแมว เราก็สามารถพิมพ์คำว่า dog+cat หรือ dog and cat ก็จะได้ข้อมูลต่าง ๆ จาก website มากมาย
c.Currency Conversion คือ การค้นหาอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราของต่างประเทศ เพื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย หรือประเทศอื่น ๆ เช่นเมื่อเราต้องการค้นหาข้อมูลเงินตราของประเทศอังกฤษ กับประเทศไทย เราก็สามารถใช้ goodgle ช่วยสืบค้นข้อมูลเหล่านั้นได้
d. Book Search คือเครื่องมือสำหรับการค้นหาหนังสือเกี่ยวกับเรื่องราวต่าง ๆ ที่เราต้องาร เช่น เราต้องการสืบค้นหาหนังสือที่เกี่ยวกับ รถยนต์ เราก็พิมพ์คำว่า car เครื่องมือนี้ก็จะแสดงชื่อหนังสือเกี่ยวกับรถยนต์ให้เราเลือกหาข้อมูลได้เป็นเล่ม
e. Calculators เครื่องคำนวณเลข คืออุปกรณ์ที่มีสมรรถนะในการคิดคำนวณด้านคณิตศาสตร์ และอาศัยการควบคุมแทรกแซงจากมนุษย์ เช่น
Addition เครื่องหมาย +
Subtraction เครื่องหมาย -
x เครื่องหมาย คูณ ใช้ *
เครื่องหมาย หาร ใช้ /
เปอร์เซ้นต์ %
ข้อ 3 อธิบายหลักการเชิงประยุกต์กับหลักการของภาวะผู้นำ (leadership) ตามองค์ประกอบของ Credebility = Trustwothiness + Expertise
Credibility คือ ความไว้วางใจได้ ความเชื่ยวชาญ
Trustworthiness เป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งสำหรับ Web การจะประเมินสารสนเทศต่าง ๆ ผ่าน Web page ต้องประกอบด้วย ความตั้งใจ ความมีสัจจะ ความไม่ลำเอียง ความไว้เนื่อเชื่อใจ บ่งบอกถึงความดีงาม การมีจรรณยาบรรณของ website
Expertise ความเป็นผู้เชี่ยวชาญ มีความรอบรู้ มีประสบการณ์ ความสามารถในสิ่งเหล่านี้ จะบ่องบอกถึงความรู้ และทักษะ ที่ Website แสดงออกมา
การที่ผู้บริหารจะบริหารจัดการองค์กรให้ประสบความสำเร็จตรงตามเป้าหมายได้นั้น จำเป็นที่ผู้บริหารจะต้องมีภาวะผู้นำ ซึ่งลักษณะของภาวะผู้นำนั้นจะต้องประกอบไปด้วยคุณลักษณะที่มีความน่าเชื่อถือ น่าศรัทธา หรือไว้วางใจ
ข้อ 4 ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM
การจัดการความรู้ (KnowaedgeManagement)คือ การรวบรวม การจัดระบบ การจัดเก็บและการเข้าถึงข้อมูล เพื่อสร้างเป็นความรู้ มีการแบ่งปัน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับองค์กร
ในปัจจุบัน ICT มีบทบาทในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก เราสามารถนำ ICT มาใช้ในการจัดการความรู้ ดังนี้
1. การสื่อสาร ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสารสารสนเทศ ทำให้เราหันมาให้ความสำคัญต่อการสื่อสารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะทำให้สามารถติดต่อเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของอินเตอร์เน็ตหรือการติดต่อสื่อสารด้านโทรคมนาคมในระยะไกล ๆ ก่อให้เกิดการนำเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลมาใช้ในองค์การ เป็นการนำความรู้จากข้อมูลข่าสารที่ได้รับมาสร้างทางเลือกเพื่อประกอบการตัดสินใจในการบริหารจัดการ ทำให้เราสามารถประหยัดต้นทุน เวลา ในการติดต่อสื่อสารเป็นการส่งเสริมให้เกิดการใช้ทรัพยากรร่วมกัน ถือว่เป็นความเหมาะสมกับองค์การในปัจจุบัน ที่ต้องการแข่งขันกันค่อนข้างสูง การสื่อสารมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของมนุษย์ โดยเฉพาะการสื่อสารยุคใหม่ที่เกิดจากการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ (ICT)จำเป็นต้องมีความรู้ ทักษะ เพื่อการแก้ปัญหา การสื่อสารเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้บุคลากรทุกคนในองค์การทราบความเคลื่อนไหว ความก้าวหน้า เพราะฉะนั้นการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสื่อสาร ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การสื่อสารประสบความสำเร็จ
2. การทำงานร่วมกัน เทคโนโลยีช่วยให้เราแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ความเข้าใจ ได้อย่างกว้างขวาง แต่สิ่งสำคัญของการแลกเปลี่ยนคือ การมีความสนใจร่วมกัน ใส่ใจในความคิดของกันและกัน การสร้างเครือข่ายร่วมกัน ถ่ายทอดความรู้ซึ่งกันและกันการทำงานร่วมกันทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น การประชุมปรึกษาหารือ พูดคุย ผ่านทางเครื่องมือสารสาร ICT เป็นต้น
3. เทคโนโลยีการจัดเก็บและค้นคืน เทคโนโลยีช่วยตั้งแต่การรวบรวม การจัดเก็บข้อมูล การประมวลผล การพิมพ์ การรายงาน การสร้างงาน การสื่อสารข้อมูล ฯลฯ เพื่อให้ได้สารสนเทศไว้ใช้งานได้อย่างทันท่วงที ก่อให้เกิดประสิทธิภาพทั้งในด้านการผลิต การบริการ และการบริหารจัดการต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อการศึกษา และเรียนรู้ ซึ่งจะส่งผลต่อความได้เปรียบทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในสังคม ดังนั้น เทคโนโลยี เป็นเครื่องมือเพื่อให้เราสามารถค้นหา จัดเก็บ แลกเปลี่ยน และนำความรู้ไปใช้อย่างง่าย สะดวก รวดเร็วขึ้น
ข้อ 5 อธิบายหน้าที่และประโยชน์เพื่อการศึกษาของโปรแกรมต่อไปนี้
a. Snagit เป็นโปรแกรมที่ใช้บันทึกข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ สามารถใช้จับภาพหน้าจอไว้ได้หลายรูปแบบทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ภาพวีดีโอ สามารถตัดต่อรูปภาพและตกแต่งรูปภาพได้ แล้วบันทึกข้อมูลที่ได้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น Power Point, Excel Word หรือ บันทึกเป็นรูปภาพ เช่น jpg, png, bmp gif pdf และอื่น ๆ อีกมากมาย
b. You Tube เป็น website ที่ให้บริการข้อมูลในรูปแบบของข้อมูลที่เป็นบทความ ภาพ วีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว ได้ทั่วโลก เมื่อมีผู้ที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูลต่าง ๆ หรือผู้ที่ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ก็จะนำข้อมูลดังกล่าวมาลงหรือ post ไว้คล้าย ๆ กับเราทำ blog เราอยากมีความรู้เรื่องอะไรเราก็สามารถไปค้นหาข้อมูล copy หรือ download ข้อมูลที่ต้องการได้ (โดยอาจจะใช้โปรแกรม Snagit มาช่วยได้)
c. iGoogle เป็นการกำหนดค่าความเป็นส่วนตัวของ Google หรือ บ้านบน web ของคุณ ซึ่งเราสามารถตั้งค่าให้แสดงเนื้อหาที่สนใจได้ เช่น การรายงานข่าวธุรกิจ สภาพอากาศ ข่าว บันเทิง ข่าวเด่น ข่าวด่วน ใน gmail ของเรามีกล่องจดหมายเข้ามากี่ฉบับ และสามารถเลือกได้อีกมากมายแล้วแต่ว่าเราอยากได้อะไร ไม่ว่าจะเป็นข่าวจากสำนักข่าว
ต่าง ๆ ข่าวเฉพาะด้าน เช่น นาฬิกา สมุดบันทึก ปรับแต่ง Logo
d. Skype เป็นโปรแกรมที่ใช้สนทนาหรือพูดคุย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร สามารถมองเห็นภาพคู่สนทนาได้ โดยการสนทนาจะต้องใช้ ชุดหูฟังและไม่โครโฟนในการพูดคุยโต้ตอบ และถ้าหากมีกล้องก็สามารถมองเห็นภาพได้ด้วย สามารถที่จะเข้าสู่การพูดคุยกับคู่สนทนาได้ทั่วโลก เปรียบเสมือนคุยโทรศัพท์อยู่ที่บ้าน ที่สำคัญคือไม่ต้องจ่ายค่าโทรศัพท์ แต่ต้องจ่ายค่า อินเตอร์เน็ต
e. Skechtup คือโปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบหรือ skech เป็นรูปภาพ 3 มิติ หรือ Model 3มิติ แล้วเปลี่ยนเป็นภาพ 2 มิติ หรือเขียนภาพจากต้นแบบจาก 2 มิติ มาเป็น 3 มิติก็ได้ โดยสามารถสร้างงานเขียนแบบหรือภาพจำลองได้อย่างสะดวก รวดเร็ว เช่น การสร้างอาคาร เก้าอี้ โต๊ะ เตียง การปรับเปลี่ยนสีของผนังในห้อง ซึ่งเป็นโปรแกรมของ google สามารถ download ได้ที่ http://sketchup.google.com/download

29 เมษายน 2551 เวลา 02:10  

นางรัชนี ค่ายสงคราม รหัสนักศึกษา 50210215
ศูนย์สระบุรี2 ห้อง 2
ขออนุญาตล้างบาปต่อไปนี้
ข้อ 1 อธิบายหน้าที่ของ Google Search Features เหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง
a.File Type ใช้สำหรับการค้นหาข้อมูลต่างๆที่ต้องการทำได้ โดยการกำหนดชนิดของไฟล์นั้นๆเช่น ถ้าเราต้องการไฟล์งานpowerpoint เรื่อง KM ให้พิมพ์ ppt ต่อท้ายชื่อไฟล์งานที่ต้องการ เช่น KM ppt ก็จะปรากฏไฟล์งาน KM แบบpowerpointให้เราได้เลือกใช้
b.Definition การค้นหาข้อมูลที่อยากทราบความหมาย จะปรากฎออกมาให้เลือกใช้ในหลายๆภาษาที่ได้มีการแปลไว้ ผลที่ได้คือคำจำกัดความของคำนั้นๆ ใช้สำหรับสิ่งที่ต้องการให้อธิบาย ถ้าต้องการทราบความหมายของคำใด ก็พิมพ์คำนั้นแล้วเติมคำว่า define ข้างหน้า ก็จะปรากฏคำพร้อมกับความหมายของคำที่เราต้องการทราบความหมาย
c.Currency Conversion ข้อมูลอัตราการแลกเปลี่ยนสกุลเงินของโลกระหว่างประเทศเพื่อเปรียบเทียบซึ่งจะทำให้เราสามารถเปรียบเทียบค่าเงินบาทกับค่าเงินอื่นๆได้ทั่วโลก หรืออาจเปรียบเทียบค่าเงินระหว่างประเทศอื่นๆได้เช่นกัน เช่นเมื่อต้องการค้นหาข้อมูลเงินตราของประเทศไทยกับประเทศอินเดียวิธีการคือให้พิมพ์ คำว่า in คั่นกลาง เช่น 100 thai Baht in Indian rupee จะทำให้เราทราบว่าเงินไทย 100 บาทมีค่าเท่ากับเงินอินเดียกี่รูปรี เป็นต้น
d.Book search การค้นหาหนังสือได้ทั่วโลก ใช้ค้นหาหนังสือที่เราต้องการ การที่ต้องค้นหาโดยใช้ Book search ไม่ใช้ Google ธรรมดา เนื่องจากถ้าใช้ Google ธรรมดา หนังสือที่ search ได้จะไม่มาเป็นเล่ม แต่ถ้าใช้ Book search ในการค้นหาจะปรากฏหนังสือเป็นเล่มให้เราได้เลือกอ่าน ซึ่งหนังสือบางเล่มจะให้เราเปิดอ่านได้ทุกหน้าฟรี แต่หนังสือบางเล่มอาจให้เราเห็นเพียงหน้าปกและให้อ่านรายละเอียดเพียงเล็กน้อย หากต้องการอ่านทั้งหมดอาจต้องเสียค่าบริการ เป็นต้น
e.Calculator เครื่องมือที่สามารถคำนวณค่าทางคณิตศาสตร์ได้ จะช่วยในการคิดคำนวณค่าต่างๆที่เราต้องการทราบได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ที่สำคัญต้องเติมเครื่องหมาย บวก(+) ลบ (-)คูณ(*) หาร(/)ยกกำลัง(^) เป็นต้น
ข้อ 5. อธิบายหน้าที่และประโยชน์เพื่อการศึกษาของโปรแกรม
a.Snagit เป็นโปรแกรมที่ใช้ บันทึกข้อมูลในรูปแบบต่างๆ สามารถใช้จับภาพหน้าจอไว้ได้หลายรูปแบบ ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และภาพวีดีโอ สามารถตัดต่อรูปภาพและตกแต่งรูปภาพได้ แล้วบันทึกข้อมูลที่ได้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น PowerPoint Excel, word หรือ บันทึกเป็นรูปภาพ เช่น jpg , png , bmp gif pdf และอื่นๆ อีกมากมาย ประโยชน์ที่เห็นเด่นชัดคือ สามารถใช้บันทึกข้อมูลไฟล์ต่างๆ ได้โดยไม่ต้องอาศัยการดาวน์โหลดเพราะบางภาพไม่อนุญาตให้ดาวน์โหลด เราก็ใช้ Snagit ในการเลือกบันทึกข้อมูลได้อย่างสะดวก และง่ายดาย
b. You Tube เป็น website ที่ให้บริการข้อมูล ในรูปแบบของ ข้อมูลที่เป็น บทความ ภาพ วีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว ได้ทั่วโลก เมื่อมีผู้ที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูล ต่างๆ หรือผู้ที่ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ก็จะนำข้อมูลดังกล่าวมาลงหรือ post ไว้ คล้ายๆ กับ เราทำ blog เราอยากจะมีความรู้เรื่องอะไรเราก็สามารถไปค้นหาข้อมูล copy หรือ download ข้อมูลที่ต้องการได้
c. iGoogle เป็นการกำหนดค่าความเป็น ส่วนตัวของกูเกิ้ลหรือบ้านบนเว็บของคุณ ที่ให้เราเลือกเนื้อหาวางไว้เองและสามารถปรับแต่งและใส่เนื้อหาได้เองซึ่งเราสามารถตั้งค่าให้แสดงเนื้อหาที่สนใจได้ เช่น การรายงานข่าวธุรกิจ สภาพอากาศ ข่าวบันเทิง ข่าวเด่นข่าวด่วน ใน gmail ของเรามีกล่องจดหมายเข้ามากี่ฉบับ และสามารถเลือกได้อีกมากมาย แล้วแต่ว่าอยากได้อะไร ไม่ว่าจะเป็น ข่าวจากสำนักข่าวต่าง ๆ ข่าวเฉพาะด้าน นาฬิกา สมุดบันทึก ปรับแต่งโลโก้
d. Skype เป็นโปรแกรม ที่ใช้สนทนาหรือพูดคุย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร สอบถามสารทุกข์สุกดิบ สามารถมองเห็นภาพคู่สนทนาได้ โดยการสนทนาจะต้องใช้ ชุดหูฟังและไมโครโฟน ในการพูดคุย และถ้าหากมีกล้องก็สามารถมองเห็นภาพได้ด้วย สามารถที่จะเข้าสู่การพูดคุยกับเพื่อนๆ ทั่วทุกโลก เปรียบเสมือนคุยโทรศัพท์ที่บ้าน ที่สำคัญคือไม่ต้องจ่ายค่าโทรศัพท์ แต่ต้องจ่ายค่า Internet แต่ในปัจจุบัน Skype มักถูกใช้เป็นเครื่องล่อลวงผ่านทางอินเตอร์เน็ต ดังปรากฏตามข่าวอยู่บ่อยๆ ดังนั้นการใช้ Skype จึงต้องใช้ความระมัดระวังและมีวิจารณญาณในการใช้ด้วย
e. Skechtup โปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบหรือ Skech เป็นรูปภาพ 3 มิติ หรือ Model 3 มิติ แล้วเปลี่ยนเป็นภาพ 2 มิติ หรือเขียนภาพจากต้นแบบจาก 2 มิติมาเป็น 3 มิติก็ได้ โดยสามารถสร้างงานเขียนแบบหรือภาพจำลองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เช่น การสร้างอาคาร โรงจอดรถ เก้าอี้ เตียง การสร้างตึก การปรับเปลี่ยนสีของผนังในห้องเป็นต้น

อาจารย์คะหนูขอล้างบาปแค่ ข้อ 1กับข้อ 5 คะ

29 เมษายน 2551 เวลา 04:09  

ข้อ 1. อธิบายหน้าที่ ของ Google Search Featuresเหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง
a. File type คือ ชนิดของข้อมูลต่างๆ โดยกำหนดเป็นชนิดของข้อมูล เช่น word Excel power point รูปภาพ ทำได้โดยการ กำหนดชนิดของไฟล์นั้นๆ เช่นต้องการค้นหา คำว่า รถยนต์ ที่เป็นไฟล์ PowerPoint ก็ให้พิมพ์คำว่า รถยนต์ หรือ car แล้วตามด้วยชนิดของไฟล์ โดยพิมพ์จุด ppt (car.ppt) ก็จะได้ไฟล์ข้อมูลที่ไฟล์ PowerPoint เกี่ยวกับรถยนต์เพียงอย่างเดียว
b. Definitions คือ การค้นหาข้อมูลโดยให้คำศัพท์ หรือ keyword ของข้อมูลนั้นๆ เช่น ต้องการค้นหาคำว่ามะม่วง หรือ school ก็ให้พิมพ์คำนั้น ลงไป หรือถ้าหากต้องการค้นหาข้อมูลที่มี คำสองคำ เราก็สามารถใช้เครื่องหมาย + เพิ่มเติมได้ เช่น ต้องการค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ หนู และแมว เราก็สามารถพิมพ์คำว่า tiger + cat หรือ tiger and cat ก็จะได้ข้อมูลจาก website ที่มีข้อมูลของ tiger กับ cat เป็นต้น
c. Currency Conversions คือ การค้นหา อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพื่อเปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยนเงินสกุลต่างๆ ทั่วโลก เช่น เมื่อเราต้องการค้นหาข้อมูลเงินตราของเรา(ประเทศไทย) เปรียบเทียบกับประเทศจีน หรือประเทศญี่ปุ่น เราก็สามารถใช้ Google ช่วยในการเปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยนได้ทันทีและเป็นปัจจุบันด้วย
d. Book Search คือ เครื่องมือใน Google สำหรับการค้นหาหนังสือเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เช่น เราต้องการสืบค้นหาหนังสือเกี่ยวกับ รถยนต์ ก็พิมพ์ Car เครื่องมือนี้ก็จะแสดงชื่อหนังสือเกี่ยวกับรถยนต์ให้เราเลือกข้อมูลได้อย่างหลากหลาย ซึ่งจะได้ข้อมูลเป็นเล่มๆ
e. Calculators เครื่องมือคำนวณ คำนวณอะไรได้หมด ความสามารถเช่นเดียวกับเครื่องคิดเลข
- Addition เครื่องหมาย + ( บวก )
- Subtraction เครื่องหมาย – ( ลบ )
- × เครื่องหมาย คูณ ใช้สัญลักษณ์ *
- ÷ เครื่องหมาย หาร ใช้สัญลักษณ์ / divition
ตัวอย่าง 12/4 หมายถึง 12 หารด้วย 4
หมายถึงผู้คำนวณ เครื่องมือคำนวณมีความสามารถในการคำนวณไม่จำเป็นต้องมีเครื่องคิดเลขก็ได้
เช่น (6*4)+10 เครื่องหมาย * คือ เครื่องหมาย คูณ , + addition ( บวก )
หรือ 5^3 เครื่องหมาย ^ คือ เครื่องหมาย ยกกำลัง





ข้อ 2. หลักแต่ละข้อของ 10 c มีประโยชน์ในการเลือกสารสนเทศใน อินเตอร์เน็ตอย่างไร
a. Citations คือการอ้างอิง แหล่งทรัพยากรหรือข้อความใน อินเตอร์เน็ต ควรมีข้อความอ้างอิง เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของบทความและสามารถค้นหาข้อมูล เพื่อเป็นการวิจัยค้นคว้าให้ลึกลงไปได้อีก หรือที่เรียกว่ามีรากเหง้า ซึ่งการเขียนอ้างอิงหรือการบอกที่มาก็จะมีมาตรฐานหรือวิธีการเขียนอ้างอิงหรือบรรณานุกรมซึ่งมีอยู่หลายแบบหรือหลายลักษณะ เช่น Apa อเมริกัน ผู้แต่งตามด้วย พ.ศ. ตามด้วย เมืองที่พิมพ์ ( เหมือนของ ม.วงษ์ชวลิตกุล )
(แบบของ จุฬา ผู้แต่ง ตามด้วย พ.ศ. ตามด้วย วงเล็บ เมืองที่พิมพ์ )
b. Critical thinking คือการคิดเชิงวิกฤต คิดอย่างลึกซึ้ง ไปเจออะไรต้องคิดแบบหัวทิ่มดิน
ใช้ประสบการณ์ ความรู้ ไปวัด ไปประเมิน ว่าผู้แต่งเป็นใคร รู้จักเขาหรือไม่ แล้วสรุปว่าน่าเชื่อถือได้หรือไม่ การทำงานให้ทำเหมือนไปเจอสิ่งตีพิมพ์ใหม่ ๆ ใครแต่ง มีชื่อเสียงหรือไม่ แล้วนำข้อมูลหรือรายละเอียดมาวิเคราะห์ดู
c. Credibility คือความน่าเชื่อถือและความสามารถ ก็คือความสามารถที่จะเชื่อถือได้ ข้อแรก ดูที่ผู้แต่ง รู้จักแต่งหรือไม่ เชื่อถือได้หรือไม่ เป็นผู้รู้ผู้เล่นในเรื่องนั้น สาขานั้นหรือไม่ถ้าลงท้ายด้วยจุด ac. ก็จะมีความเป็นวิชาการสูง พวกที่ที่ลงท้ายด้วยจุด .org .net .edu .gov มีความเชื่อถือมากกว่า .com เพราะจุด . com เป็นการทำเพื่อการค้า
d. content คือ เนื้อหาสาระ ผู้แต่งคือใคร จะบอกถึงเครดิต เนื้อหาที่ไม่มีผู้แต่งเป็นเนื้อหาที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือต้องมี จูลี่ ในระบบศาลอเมริกันมีลูกขุน หรือคณะผู้อ่านตรวจ ก็จะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ศาลไทยใช้สืบพยานตามกระแสข่าวสารได้ ตามกระแสเชิงวิชาการได้ต้องดูว่าเขียนมาด้วยความจริงจังในเชิงวิชาการหรือเขียนมาเสียดสีกันมาเล่น ๆ วันที่เขียนบทความนั้น มีความใหม่หรือเปล่า บทความนั้นมีความเป็นปัจจุบันหรือไม่ มี Versionใหม่หรือเปล่า วันที่ลงไว้ด้วยหรือเปล่า
e. Copyright คือลิขสิทธิ์ แม้ว่าบทความในอินเตอร์เน็ต ไม่มีผู้เขียนชัดเจน แต่มันมีที่อยู่ สิ่งเหล่านี้ตกอยู่ภายใต้สนธิสัญญาทางลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น ต้องระวังเรื่องลิขสิทธิ์อยู่เสมอ แต่ในต่างประเทศเขาจะมีวิธีการให้ใช้บทความที่ได้มาจากอินเตอร์เน็ตหรือเรียกว่า ใช้อย่างยุติธรรม คือสามารถใช้ข้อความสั้น ๆ หรือการกล่าวอ้างอิงหรืออ้างถึงได้ เช่น นายคนนี้กล่าวว่า ..... เราก็สามารถนำบทความนั้นมาเป็นข้อมูลอ้างอิงได้ โดยห้ามดัดแปลงจากต้นฉบับเดิม เด็ดขาด








ข้อ 3. หลักการภาวะผู้นำ leadership ตามองค์ประกอบของ Credibility = Trustwothiness + Expertise
- Credibility คือความไว้วางใจได้ ความเชี่ยวชาญ
- Trustworthiness ความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งมี 4 ลักษณะ
1. ไม่ลำเอียง
2. ความจริงยึดหลักความจริง
3. ความดีงาม
4. ความซื่อสัตย์
- Expertise ความเชี่ยวชาญ คือ มีประสบการณ์ มีความฉลาด มีอำนาจ มีความรู้ในสาขานั้นอย่างแท้จริง
หรือว่า
-trustworthiness คือความไว้เนื้อเชื่อใจ ประกอบไปด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะ ความไม่ลำเอียง ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ จะบ่งบอกถึงความเป็นผู้มีความจริงใจ มีความดีงาม และมีจรรยาบรรณ
-expertise คือความเป็นผู้ชำนาญการ เป็นผู้มีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถนะสิ่งเหล่านี้ จะบ่งบอกถึงความรู้และทักษะที่มีและแสดงออกมา
- ผู้บริหารที่ดีต้องบริการจัดการองค์กรให้ประสบความสำเร็จตรงตามเป้าหมายได้นั้น ผู้บริหารจะต้องมีภาวะผู้นำ ซึ่งลักษณะของภาวะผู้นำนั้นจะต้องประกอบไปด้วยคุณลักษณะต่างๆต่อไปนี้คือเป็นคนที่เชื่อถือได้ เป็นคนที่ผู้ร่วมงานให้ความไว้วางใจ หรือไว้เนื้อเชื่อใจ
-trustworthiness มีความตั้งใจจริงในการทำงาน มีสัจจะพูดคำไหนคำนั้น ไม่ลำเอียงมีความเป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์ในการทำงาน มีความเฉลียวฉลาด มีอำนาจ มีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญการ
-expertise มีความรอบรู้ในงานนั้นๆ อย่างแท้จริง จึงจะทำให้ผู้ร่วมงานเกิดความเชื่อถือ credibilityในตัวของผู้บริหาร และสามารถนำพาองค์กรนั้นไปสู่ความสำเร็จได้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่กำหนดไว้











ข้อ 5. หน้าที่และประโยชน์ของโปรแกรม
a. Snag it
เป็นโปรแกรมที่ใช้ บันทึกข้อมูลในรูปแบบต่างๆ สามารถใช้จับภาพหน้าจอไว้ได้หลายรูปแบบ ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และภาพวีดีโอ สามารถตัดต่อรูปภาพและตกแต่งรูปภาพได้ แม้กระทั่งข้อมูลใน file ต่าง ๆ แล้วบันทึกข้อมูลที่ได้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น PowerPoint Excel, word หรือ บันทึกเป็นรูปภาพ เช่น jpg , png , bmp gif pdf และอื่นๆ ตามต้องการ
b. You Tube
เป็น website ที่ให้บริการข้อมูล ในรูปแบบของ ข้อมูลที่เป็น บทความ ภาพ วีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว ได้ทั่วโลก เมื่อมีผู้ที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูล ต่างๆ หรือผู้ที่ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ก็จะนำข้อมูลดังกล่าวมาลงหรือ post ไว้ คล้ายๆ กับ เราทำ blog เราอยากจะมีความรู้เรื่องอะไรเราก็สามารถไปค้นหาข้อมูล copy หรือ download ข้อมูลที่ต้องการได้
c. iGoogle
เป็นการกำหนดค่าความเป็น ส่วนตัวของกูเกิ้ล หรือ บ้านบนเว็บของคุณ ซึ่งเราสามารถตั้งค่าให้แสดงเนื้อหาที่สนใจได้ เช่น การรายงานข่าวธุรกิจ สภาพอากาศ ข่าวบันเทิง ข่าวเด่นข่าวด่วน ใน gmail ของเรามีกล่องจดหมายเข้ามากี่ฉบับ และสามารถเลือกได้อีกมากมาย แล้วแต่ว่าอยากได้อะไร ไม่ว่าจะเป็น ข่าวจากสำนักข่าวต่าง ๆ ข่าวเฉพาะด้าน นาฬิกา สมุดบันทึก ปรับแต่งโลโก้
d. Skype
เป็นโปรแกรม ที่ใช้สนทนาหรือพูดคุย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร สอบถามข้อมูลได้เช่นเดียวกับโทรศัพท์ สามารถมองเห็นภาพคู่สนทนาได้ โดยการสนทนาจะต้องใช้ชุดหูฟังและไมโครโฟน ในการพูดคุย และถ้าหากมีกล้องก็สามารถมองเห็นภาพได้ด้วย สามารถที่จะเข้าสู่การพูดคุยกับเพื่อนๆ ทั่วทุกโลก เปรียบเสมือนคุยโทรศัพท์ที่บ้าน ที่สำคัญคือไม่ต้องจ่ายค่าโทรศัพท์ แต่ต้องจ่ายค่า Internet
e. Skechtup
โปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบหรือ Skech เป็นรูปภาพ 3 มิติ หรือ Model 3 มิติ แล้วเปลี่ยนเป็นภาพ 2 มิติ หรือเขียนภาพจากต้นแบบจาก 2 มิติมาเป็น 3 มิติก็ได้ โดยสามารถสร้างงานเขียนแบบหรือภาพจำลองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เช่น การสร้าง อาคาร โรงจอดรถ เก้าอี้ เตียง การสร้างตึก

29 เมษายน 2551 เวลา 04:32  

นายสมบัติ จิรนิตพฤกษ์ 50210208 ห้อง 2
ขอล้างมลทินในข้อที่ทำแล้วไม่ถูกต้องและข้อที่ไม่ได้ตอบ2ข้อย่อยครับ
ข้อ 1. อธิบายหน้าที่ ของ GoogleSearch Featuresเหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง
a. File type คือ การค้นหาข้อมูลต่างๆ โดยกำหนดเป็นชนิดของข้อมูล เช่น word power point รูปภาพ ทำได้โดยการ กำหนดชนิดของไฟล์นั้นๆ เช่นต้องการค้นหาคำที่เป็นไฟล์ powrepoint ก็ให้พิมพ์คำนั้น แล้วตามด้วยชนิดของไฟล์ โดยพิมพ์จุด .ppt ก็จะได้ไฟล์ข้อมูลที่ไฟล์ powerpoint เพียงอย่างเดียว
b. Definitions คือ การค้นหาข้อมูลโดยให้คำศัพท์ หรือ keyword ของข้อมูลนั้นๆ เช่น ต้องการค้นหาคำว่าคอมพิวเตอร์ หรือ Internet ก็ให้พิมพ์คำนั้น ลงไป หรือถ้าหากต้องการค้นหาข้อมูลที่มี คำสองคำ เราก็สามารถใช้เครื่องหมาย + เพิ่มเติมได้ เช่น ต้องการค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ หนู และแมว เราก็สามารถพิมพ์คำว่า rat + cat หรือ rat and cat ก็จะได้ข้อมูลจาก website ต่างๆ
c. Currency Conversions คือ กาคค้นหา อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา เพื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย หรือประเทศอื่นๆ
ข้อ 3. หลักการภาวะผู้นำ leadership ตามองค์ประกอบของ Credibility = Trustwothiness + Expertise
-trustworthiness คือความไว้เนื้อเชื่อใจ ประกอบไปด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะ ความไม่ลำเอียง ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ จะบ่งบอกถึงความเป็นผู้มีความจริงใจ มีความดีงาม และมีจรรยาบรรณ
-expertise คือความเป็นผู้ชำนาญการ เป็นผู้มีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถณะสิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้และทักษะที่มีและแสดงออกมา
-ผู้บริหารที่ดีต้องบริการจัดการองค์กรให้ประสบความสำเร็จตรงตามเป้าหมายได้นั้น ผู้บริหารจะต้องมีภาวะผู้นำ ซึ่งลักษณะของภาวะผู้นำนั้นจะต้องประกอบไปด้วยคุณลักษณะต่างๆต่อไปนี้คือเป็นคนที่เชื่อถือได้ เป็นคนที่ผู้ตามให้ความไว้วางใจ หรือไว้เนื้อเชื่อใจ
-trustworthiness มีความตั้งใจจริงในการทำงาน มีสัจจะพูดคำไหนคำนั้น ไม่ลำเอียงมีความเป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์ในการทำงาน มีความเฉลียวฉลาด มีอำนาจ มีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญการ
-expertise มีความรอบรู้ในงานนั้นๆอย่างแท้จริง จึงจะทำให้ผู้ตามเกิดความเชื่อถือ credibilityในตัวของผู้บริหาร และสามารถนำพาองค์กรนั้นไปสู่ความสำเร็จได้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่ได้วางไว้
ข้อ 4. ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM
Knowledge Management การจัดการความรู้ คือ มีการรวบรวม การจัดระบบการจัดเก็บและการเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้ มีการแบ่งปัน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้กับองค์กรในปัจจุบัน ICT มีบาทบาทในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก เราสามารถนำมาใช้ในการจัดการความรู้ได้ คือ
1.เทคโนโลยีการสื่อสาร ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้เราหันมาให้ความสำคัญต่อการติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทำให้เราสามารถติดต่อเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของอินเทอร์เน็ต หรือด้านการติดต่อสื่อสารโทรคมนาคมในระยะไกลต่าง ๆ ก่อให้เกิดการนำเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลมาใช้ในองค์กร เป็นการนำความรู้จากข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมาสร้างทางเลือกในการตัดสินใจในการบริหารจัดการ ส่งผลให้เราสามารถลดต้นทุน ลดเวลา ในการติดต่อสื่อสารส่งเสริมให้เกิดการใช้งานทรัพยากรร่วมกัน ซึ่งเหมาะกับสภาพขององค์กรในปัจจุบันที่ต้องการการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง การสื่อสารมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของสังคมมนุษย์ โดยเฉพาะการสื่อสารยุคใหม่ที่เกิดจากการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ (ICT) จำเป็นต้องมีความรู้ มีความสามารถ เพื่อนำมาใช้เพิ่มศักยภาพในองค์กรอย่างมีทักษะ และประยุกต์ใช้เพื่อการแก้ปัญหา การสื่อสารถือว่าหัวใจสำคัญ ที่จะทำให้บุคลากรทุกคนเข้าใจว่าองค์กรกำลังจะทำอะไร เพื่ออะไร ทำเมื่อไหร่และทำอย่างไร และการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสื่อสาร ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การติดต่อสื่อสาร สำเร็จตามวัตถุประสงค์
2.เทคโนโลยีสนับสนุนการทำงานร่วมกันเทคโนโลยี ช่วยให้เราแลกเปลี่ยนความเข้าใจ และความคิดกันได้กว้างขวางขึ้น แต่หัวใจของการแลกเปลี่ยน คือ ความสนใจร่วมกัน ใส่ใจความคิดของกันและกัน และสร้างชุมชนซึ่งเชื่อใจกัน การหาโอกาสเรียนรู้ สามารถถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และการทำงานร่วมกัน ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น การประชุม พูดคุย ผ่านเครื่องมือทาง Internet
3. เทคโนโลยีการจัดเก็บและค้นคืน
เทคโนโลยีช่วยตั้งแต่การรวบรวม การจัดเก็บข้อมูล การประมวลผล การพิมพ์ การสร้างรายงาน การสื่อสารข้อมูล ฯลฯ เพื่อให้ได้สารสนเทศไว้ใช้งานได้อย่างทันเหตุการณ์ก่อให้เกิดประสิทธิภาพทั้งในด้านการผลิต การบริการ การบริการและการดำเนินงานต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ ซึ่งจะส่งผลต่อความได้เปรียบทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และการพัฒนาคุณภาพชีวิต และคุณภาพของประชาชนในสังคม ดังนั้นเทคโนโลยี เป็นเครื่องมือเพื่อให้คนสามารถค้นหา จัดเก็บ แลกเปลี่ยน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้อย่างง่าย และรวดเร็วขึ้น
ข้อ 5. หน้าที่และประโยชน์ของโปรแกรม
b. You Tube
เป็น website ที่ให้บริการข้อมูล ในรูปแบบของ ข้อมูลที่เป็น ภาพ วีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว ได้ทั่วโลก เมื่อมีผู้ที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูล ต่างๆ หรือผู้ที่ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูล ก็จะนำข้อมูลดังกล่าวมา postไว้
e. Skechtup
โปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบหรือ Skech เป็นรูปภาพ 3 มิติ หรือ Model 3 มิติ แล้วเปลี่ยนเป็นภาพ 2 มิติ หรือเขียนภาพจากต้นแบบจาก 2 มิติมาเป็น 3 มิติก็ได้ โดยสามารถสร้างงานเขียนแบบหรือภาพจำลองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เช่น โต๊ะ เก้าอี้ เตียง การสร้างตึก การปรับเปลี่ยนสีของผนังในห้อง ซึ่งเป็นโปรแกรมของ Google สามารถdownload ได้ที่http://sketchup.google.com/download/

29 เมษายน 2551 เวลา 04:47  

นางสาวสุพัตรา เมืองบุญชู รหัส 50210231 ศูนย์สระบุรี ห้อง 2
1.อธิบายหน้าที่ของ Google Search Features
a.File type หมายถึง การค้นหาข้อมูลโดยระบุชนิดของ File ที่ต้องการค้นหา เช่น .ppt
b.Definitions หมายถึง ค้นหาคำนิยามศัพท์ เช่นพิมพ์คำว่า Define TOT จะปรากฏข้อมูลให้ได้เลือกใช้
c.Currency Conversions หมายถึง การแลกเปลี่ยนเงินตราหรือเป็นการใช้เพื่อการค้นคว้าเปรียบเทียบค่าของเงินสกุลต่างๆโดยใช้คำเชื่อมin เช่น U.S in Thai bathเป็นต้น
2.ท่านจะนำหลักการแค่ละข้อของ 10 C แต่ละข้อเหล่านี้มีประโยชน์ในการพิจารณาคัดเลือกสารสนเทศใน Internet อย่างไร อธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
a.Citations หมายถึงการอ้างอิงเอกสาร การบอกแหล่งที่มาของข้อมูลที่ผู้เขียนนำมาใช้อ้างอิงในการเขียนผลงาน ทำให้งานเขียนมีความน่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นการให้เกียรติแก่ผู้เขียนเดิม และแสดงเจตนาของผู้เขียนว่าไม่ได้คัดลอกข้อมูลของผู้อื่น
b.Critical Thinkingหมายถึง การอ่านอย่างวิเคราะห์วิจารณ์ หรือ การอ่านอย่างวิพากษ์วิจารณ์ หมายถึงการอ่านที่ผู้อ่านนำเอาวิธีคิดอย่างมีวิจารณญาณมาใช้ในการรับสารจากการอ่าน ทั้งนี้เพื่อประเมินสิ่งที่อ่านและตัดสินใจว่าสิ่งที่ผู้เขียนนำเสนอมีเหตุผลน่าเชื่อถือหรือไม่ เพียงใด การอ่านอย่างมีวิจารณญาณเป็นทักษะการอ่านขั้นสูงที่ผู้อ่านจำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่อ่านเพื่อเป็นพื้นฐานในการวิเคราะห์วิจารณ์ในขั้นสูงต่อไป ทักษะการอ่านอย่างมีวิจารณญาณเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกของข้อมูลข่าวสารเช่นในปัจจุบัน ทั้งนี้เพราะจะช่วยให้ผู้อ่านรู้จักวิเคราะห์ ตรวจสอบ และเลือกรับข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ได้อย่างมีเหตุผล
c.Credibility หมายถึงความน่าเชื่อถือของผู้เขียน มีความรู้ในเรื่องที่เขียนหรือไม่ ควรดูนามสกุล(URL) .or,gov.com จะบอกจุดประสงค์ในการเผยแพร่ว่าเป็นการค้าหรือเป็นทางราชการ
d.Content หมายถึง บริบทต่างๆ เช่น ข้อมูล บทวิเคราะห์ วิจารณ์
e.Copyright หมายถึง ลิขสิทธิ์ (สิทธิเหนือสิ่งที่เขียน) Fair useผู้อ่านสามารถนำข้อความสั้นๆ ในเครื่องหมาย “.......” มาอ้างอิงได้

3.ให้อธิบายหลักการเชิงประยุกต์กับหลักการของภาวะผู้นำ (Leadership) ตามองค์ประกอบของ
Credibility = Trustworthiness+Expertise
อย่างละเอียด
Credulity คือความน่าเชื่อถือ ความเชื่อถือได้
Trustworthiness คือความไว้เนื้อเชื่อใจสามารถนำมาประกอบการตัดสินใจได้ มีความ ความเข้าใจได้บ่งบอกถึงความไว้เนื้อเชื่อใจได้ดีงามและมีจรรยาบรรณ
Expertise คือความเป็นผู้ชำนาญการ
หมายถึง ความเป็นผู้นำทางด้านความคิดความสามารถในการตัดสินใจ ไว้เนื้อเชื่อใจได้เชื่อมั่นในสิ่งที่ทำและเป็นที่พึ่งของลูกน้อง เป็นผู้สนับสนุนและส่งเสริมและให้กำลังใจ ผู้นำต้องเป็นผู้มีความฉลาด

5.อธิบายหน้าที่และประโยชน์เพื่อการศึกษาของโปรแกรมต่อไปนี้
a.Snagitมีหน้าที่และประโยชน์ คือ สามารถจับภาพหน้าจอไว้หลายรูป ทั้งภาพนิ่ง สามารถตัดต่อรูปภาพ แล้วบันทึกในรูปแบบต่าง ๆ ได้ เช่น Powerpoint หรือ Excel ประโยชน์คือใช้สร้างสื่อการสอนเพื่อให้นักเรียนเห็นขั้นตอนการเรียนคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ต้องการ
b.You Tubeเป็นwebที่ต้องการค้นหาภาพ vdo ภาพเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นมิวสิควีดีโอ หรือโฆษณาภาพเคลื่อนไหวต่างๆได้ทั่วโลก
c.iGoogleคือ การ หน้าตาของการค้นหา จะเปลี่ยนรูปแบบไป ไม่ใช่ หน้าตารูปแบบของ google แบบ เชยๆ เช่นเดิม แต่จะสามารถใส่ข่าวสาร ข้อมูลของเว็บที่เราต้องการค้นหาไปได้ ซึ่งจะมีประโยชน์คือสามารถให้นักเรียนสร้างหน้าเว็บไซต์ตามความต้องการของนักเรียนเพื่อนำไปสู่ความคิดสร้างสรรค์
d. Skype
1. สามารถใช้ Chat คุยกันได้เหมือนกับโปรแกรม MSN Massager หรือ Yahoo Massager
2. สามารถใช้ในการคุยกันได้เหมือนโทรศัพท์ แต่มีความพิเศษที่สามารถคุยกันได้ทั่วโลกแบบฟรีๆ สามารถเห็นหน้าคู่สนทนาได้
(หากมีการต่อ Webcam เข้ากับ Computer)และอื่นๆอีกมากมาย เช่น ส่ง File ระหว่างเครื่อง Computer,
3. การใช้แทนโทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศในราคาที่ประหยัดกว่า สำหรับประโยชน์เืพื่อการศึกษาอาจนำมาใช้ติดต่อสื่อสาร ประชุม หรือเป็นสื่อทางการเรียนในห้องเรียนได้
e.Skechtupเป็นโปรแกรมในการออกแบบสิ่งก่อสร้าง 3 มิติที่ผู้ออกแบบสามารถนำผลงานที่สร้าง เพื่อใช้ประโยชน์ในการนำเสนองานประกอบในการแสดงผล 3 มิติที่สวยงามและใช้ประโยชน์ในการทำสื่อการเรียนการสอนได้ด้วย

29 เมษายน 2551 เวลา 07:35  

ภัณฑิรา ชูอรุณ รหัส 50210228
ล้างไปแล้วแต่เหมือนล้างไม่สะอาด ขออนุญาตล้างใหม่นะคะ
ข้อ 1. อธิบายหน้าที่ ของ Google Search Featuresเหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง
a. File type คือ ชนิดของข้อมูลต่างๆ โดยกำหนดเป็นชนิดของข้อมูล เช่น word Excel power point รูปภาพ ทำได้โดยการ กำหนดชนิดของไฟล์นั้นๆ เช่นต้องการค้นหา คำว่า รถยนต์ ที่เป็นไฟล์ PowerPoint ก็ให้พิมพ์คำว่า รถยนต์ หรือ car แล้วตามด้วยชนิดของไฟล์ โดยพิมพ์จุด ppt (car.ppt) ก็จะได้ไฟล์ข้อมูลที่ไฟล์ PowerPoint เกี่ยวกับรถยนต์เพียงอย่างเดียว
b. Definitions คือ การค้นหาข้อมูลโดยให้คำศัพท์ หรือ keyword ของข้อมูลนั้นๆ เช่น ต้องการค้นหาคำว่ามะม่วง หรือ school ก็ให้พิมพ์คำนั้น ลงไป หรือถ้าหากต้องการค้นหาข้อมูลที่มี คำสองคำ เราก็สามารถใช้เครื่องหมาย + เพิ่มเติมได้ เช่น ต้องการค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ หนู และแมว เราก็สามารถพิมพ์คำว่า tiger + cat หรือ tiger and cat ก็จะได้ข้อมูลจาก website ที่มีข้อมูลของ tiger กับ cat เป็นต้น
c. Currency Conversions คือ การค้นหา อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพื่อเปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยนเงินสกุลต่างๆ ทั่วโลก เช่น เมื่อเราต้องการค้นหาข้อมูลเงินตราของเรา(ประเทศไทย) เปรียบเทียบกับประเทศจีน หรือประเทศญี่ปุ่น เราก็สามารถใช้ Google ช่วยในการเปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยนได้ทันทีและเป็นปัจจุบันด้วย
d. Book Search คือ เครื่องมือใน Google สำหรับการค้นหาหนังสือเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เช่น เราต้องการสืบค้นหาหนังสือเกี่ยวกับ รถยนต์ ก็พิมพ์ Car เครื่องมือนี้ก็จะแสดงชื่อหนังสือเกี่ยวกับรถยนต์ให้เราเลือกข้อมูลได้อย่างหลากหลาย ซึ่งจะได้ข้อมูลเป็นเล่มๆ
e. Calculators เครื่องมือคำนวณ คำนวณอะไรได้หมด ความสามารถเช่นเดียวกับเครื่องคิดเลข
- Addition เครื่องหมาย + ( บวก )
- Subtraction เครื่องหมาย – ( ลบ )
- × เครื่องหมาย คูณ ใช้สัญลักษณ์ *
- ÷ เครื่องหมาย หาร ใช้สัญลักษณ์ / divition
ตัวอย่าง 12/4 หมายถึง 12 หารด้วย 4
หมายถึงผู้คำนวณ เครื่องมือคำนวณมีความสามารถในการคำนวณไม่จำเป็นต้องมีเครื่องคิดเลขก็ได้
เช่น (6*4)+10 เครื่องหมาย * คือ เครื่องหมาย คูณ , + addition ( บวก )
หรือ 5^3 เครื่องหมาย ^ คือ เครื่องหมาย ยกกำลัง

ข้อ 2. หลักแต่ละข้อของ 10 c มีประโยชน์ในการเลือกสารสนเทศใน อินเตอร์เน็ตอย่างไร
a. Citations คือการอ้างอิง แหล่งทรัพยากรหรือข้อความใน อินเตอร์เน็ต ควรมีข้อความอ้างอิง เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของบทความและสามารถค้นหาข้อมูล เพื่อเป็นการวิจัยค้นคว้าให้ลึกลงไปได้อีก หรือที่เรียกว่ามีรากเหง้า ซึ่งการเขียนอ้างอิงหรือการบอกที่มาก็จะมีมาตรฐานหรือวิธีการเขียนอ้างอิงหรือบรรณานุกรมซึ่งมีอยู่หลายแบบหรือหลายลักษณะ เช่น Apa อเมริกัน ผู้แต่งตามด้วย พ.ศ. ตามด้วย เมืองที่พิมพ์ ( เหมือนของ ม.วงษ์ชวลิตกุล )
(แบบของ จุฬา ผู้แต่ง ตามด้วย พ.ศ. ตามด้วย วงเล็บ เมืองที่พิมพ์ )
b. Critical thinking คือการคิดเชิงวิกฤต คิดอย่างลึกซึ้ง ไปเจออะไรต้องคิดแบบหัวทิ่มดิน
ใช้ประสบการณ์ ความรู้ ไปวัด ไปประเมิน ว่าผู้แต่งเป็นใคร รู้จักเขาหรือไม่ แล้วสรุปว่าน่าเชื่อถือได้หรือไม่ การทำงานให้ทำเหมือนไปเจอสิ่งตีพิมพ์ใหม่ ๆ ใครแต่ง มีชื่อเสียงหรือไม่ แล้วนำข้อมูลหรือรายละเอียดมาวิเคราะห์ดู
c. Credibility คือความน่าเชื่อถือและความสามารถ ก็คือความสามารถที่จะเชื่อถือได้ ข้อแรก ดูที่ผู้แต่ง รู้จักแต่งหรือไม่ เชื่อถือได้หรือไม่ เป็นผู้รู้ผู้เล่นในเรื่องนั้น สาขานั้นหรือไม่ถ้าลงท้ายด้วยจุด ac. ก็จะมีความเป็นวิชาการสูง พวกที่ที่ลงท้ายด้วยจุด .org .net .edu .gov มีความเชื่อถือมากกว่า .com เพราะจุด . com เป็นการทำเพื่อการค้า
d. content คือ เนื้อหาสาระ ผู้แต่งคือใคร จะบอกถึงเครดิต เนื้อหาที่ไม่มีผู้แต่งเป็นเนื้อหาที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือต้องมี จูลี่ ในระบบศาลอเมริกันมีลูกขุน หรือคณะผู้อ่านตรวจ ก็จะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ศาลไทยใช้สืบพยานตามกระแสข่าวสารได้ ตามกระแสเชิงวิชาการได้ต้องดูว่าเขียนมาด้วยความจริงจังในเชิงวิชาการหรือเขียนมาเสียดสีกันมาเล่น ๆ วันที่เขียนบทความนั้น มีความใหม่หรือเปล่า บทความนั้นมีความเป็นปัจจุบันหรือไม่ มี Versionใหม่หรือเปล่า วันที่ลงไว้ด้วยหรือเปล่า
e. Copyright คือลิขสิทธิ์ แม้ว่าบทความในอินเตอร์เน็ต ไม่มีผู้เขียนชัดเจน แต่มันมีที่อยู่ สิ่งเหล่านี้ตกอยู่ภายใต้สนธิสัญญาทางลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น ต้องระวังเรื่องลิขสิทธิ์อยู่เสมอ แต่ในต่างประเทศเขาจะมีวิธีการให้ใช้บทความที่ได้มาจากอินเตอร์เน็ตหรือเรียกว่า ใช้อย่างยุติธรรม คือสามารถใช้ข้อความสั้น ๆ หรือการกล่าวอ้างอิงหรืออ้างถึงได้ เช่น นายคนนี้กล่าวว่า ..... เราก็สามารถนำบทความนั้นมาเป็นข้อมูลอ้างอิงได้ โดยห้ามดัดแปลงจากต้นฉบับเดิม เด็ดขาด

ข้อ 3. หลักการภาวะผู้นำ leadership ตามองค์ประกอบของ Credibility = Trustwothiness + Expertise
- Credibility คือความไว้วางใจได้ ความเชี่ยวชาญ
- Trustworthiness ความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งมี 4 ลักษณะ
1. ไม่ลำเอียง
2. ความจริงยึดหลักความจริง
3. ความดีงาม
4. ความซื่อสัตย์
- Expertise ความเชี่ยวชาญ คือ มีประสบการณ์ มีความฉลาด มีอำนาจ มีความรู้ในสาขานั้นอย่างแท้จริง
หรือว่า
-trustworthiness คือความไว้เนื้อเชื่อใจ ประกอบไปด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะ ความไม่ลำเอียง ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ จะบ่งบอกถึงความเป็นผู้มีความจริงใจ มีความดีงาม และมีจรรยาบรรณ
-expertise คือความเป็นผู้ชำนาญการ เป็นผู้มีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถนะสิ่งเหล่านี้ จะบ่งบอกถึงความรู้และทักษะที่มีและแสดงออกมา
- ผู้บริหารที่ดีต้องบริการจัดการองค์กรให้ประสบความสำเร็จตรงตามเป้าหมายได้นั้น ผู้บริหารจะต้องมีภาวะผู้นำ ซึ่งลักษณะของภาวะผู้นำนั้นจะต้องประกอบไปด้วยคุณลักษณะต่างๆต่อไปนี้คือเป็นคนที่เชื่อถือได้ เป็นคนที่ผู้ร่วมงานให้ความไว้วางใจ หรือไว้เนื้อเชื่อใจ
-trustworthiness มีความตั้งใจจริงในการทำงาน มีสัจจะพูดคำไหนคำนั้น ไม่ลำเอียงมีความเป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์ในการทำงาน มีความเฉลียวฉลาด มีอำนาจ มีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญการ
-expertise มีความรอบรู้ในงานนั้นๆ อย่างแท้จริง จึงจะทำให้ผู้ร่วมงานเกิดความเชื่อถือ credibilityในตัวของผู้บริหาร และสามารถนำพาองค์กรนั้นไปสู่ความสำเร็จได้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่กำหนดไว้

ข้อ 4 ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM
การจัดการความรู้ (KnowaedgeManagement)คือ การรวบรวม การจัดระบบ การจัดเก็บและการเข้าถึงข้อมูล เพื่อสร้างเป็นความรู้ มีการแบ่งปัน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับองค์กร
ในปัจจุบัน ICT มีบทบาทในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก เราสามารถนำ ICT มาใช้ในการจัดการความรู้ ดังนี้
1. การสื่อสาร ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสารสารสนเทศ ทำให้เราหันมาให้ความสำคัญต่อการสื่อสารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะทำให้สามารถติดต่อเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของอินเตอร์เน็ตหรือการติดต่อสื่อสารด้านโทรคมนาคมในระยะไกล ๆ ก่อให้เกิดการนำเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลมาใช้ในองค์การ เป็นการนำความรู้จากข้อมูลข่าสารที่ได้รับมาสร้างทางเลือกเพื่อประกอบการตัดสินใจในการบริหารจัดการ ทำให้เราสามารถประหยัดต้นทุน เวลา ในการติดต่อสื่อสารเป็นการส่งเสริมให้เกิดการใช้ทรัพยากรร่วมกัน ถือว่เป็นความเหมาะสมกับองค์การในปัจจุบัน ที่ต้องการแข่งขันกันค่อนข้างสูง การสื่อสารมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของมนุษย์ โดยเฉพาะการสื่อสารยุคใหม่ที่เกิดจากการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ (ICT)จำเป็นต้องมีความรู้ ทักษะ เพื่อการแก้ปัญหา การสื่อสารเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้บุคลากรทุกคนในองค์การทราบความเคลื่อนไหว ความก้าวหน้า เพราะฉะนั้นการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสื่อสาร ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การสื่อสารประสบความสำเร็จ
2. การทำงานร่วมกัน เทคโนโลยีช่วยให้เราแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ความเข้าใจ ได้อย่างกว้างขวาง แต่สิ่งสำคัญของการแลกเปลี่ยนคือ การมีความสนใจร่วมกัน ใส่ใจในความคิดของกันและกัน การสร้างเครือข่ายร่วมกัน ถ่ายทอดความรู้ซึ่งกันและกันการทำงานร่วมกันทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น การประชุมปรึกษาหารือ พูดคุย ผ่านทางเครื่องมือสารสาร ICT เป็นต้น
3. เทคโนโลยีการจัดเก็บและค้นคืน เทคโนโลยีช่วยตั้งแต่การรวบรวม การจัดเก็บข้อมูล การประมวลผล การพิมพ์ การรายงาน การสร้างงาน การสื่อสารข้อมูล ฯลฯ เพื่อให้ได้สารสนเทศไว้ใช้งานได้อย่างทันท่วงที ก่อให้เกิดประสิทธิภาพทั้งในด้านการผลิต การบริการ และการบริหารจัดการต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อการศึกษา และเรียนรู้ ซึ่งจะส่งผลต่อความได้เปรียบทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในสังคม ดังนั้น เทคโนโลยี เป็นเครื่องมือเพื่อให้เราสามารถค้นหา จัดเก็บ แลกเปลี่ยน และนำความรู้ไปใช้อย่างง่าย สะดวก รวดเร็วขึ้น

ข้อ 5. หน้าที่และประโยชน์ของโปรแกรม
a. Snag it
เป็นโปรแกรมที่ใช้ บันทึกข้อมูลในรูปแบบต่างๆ สามารถใช้จับภาพหน้าจอไว้ได้หลายรูปแบบ ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และภาพวีดีโอ สามารถตัดต่อรูปภาพและตกแต่งรูปภาพได้ แม้กระทั่งข้อมูลใน file ต่าง ๆ แล้วบันทึกข้อมูลที่ได้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น PowerPoint Excel, word หรือ บันทึกเป็นรูปภาพ เช่น jpg , png , bmp gif pdf และอื่นๆ ตามต้องการ
b. You Tube
เป็น website ที่ให้บริการข้อมูล ในรูปแบบของ ข้อมูลที่เป็น บทความ ภาพ วีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว ได้ทั่วโลก เมื่อมีผู้ที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูล ต่างๆ หรือผู้ที่ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ก็จะนำข้อมูลดังกล่าวมาลงหรือ post ไว้ คล้ายๆ กับ เราทำ blog เราอยากจะมีความรู้เรื่องอะไรเราก็สามารถไปค้นหาข้อมูล copy หรือ download ข้อมูลที่ต้องการได้
c. iGoogle
เป็นการกำหนดค่าความเป็น ส่วนตัวของกูเกิ้ล หรือ บ้านบนเว็บของคุณ ซึ่งเราสามารถตั้งค่าให้แสดงเนื้อหาที่สนใจได้ เช่น การรายงานข่าวธุรกิจ สภาพอากาศ ข่าวบันเทิง ข่าวเด่นข่าวด่วน ใน gmail ของเรามีกล่องจดหมายเข้ามากี่ฉบับ และสามารถเลือกได้อีกมากมาย แล้วแต่ว่าอยากได้อะไร ไม่ว่าจะเป็น ข่าวจากสำนักข่าวต่าง ๆ ข่าวเฉพาะด้าน นาฬิกา สมุดบันทึก ปรับแต่งโลโก้
d. Skype
เป็นโปรแกรม ที่ใช้สนทนาหรือพูดคุย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร สอบถามข้อมูลได้เช่นเดียวกับโทรศัพท์ สามารถมองเห็นภาพคู่สนทนาได้ โดยการสนทนาจะต้องใช้ชุดหูฟังและไมโครโฟน ในการพูดคุย และถ้าหากมีกล้องก็สามารถมองเห็นภาพได้ด้วย สามารถที่จะเข้าสู่การพูดคุยกับเพื่อนๆ ทั่วทุกโลก เปรียบเสมือนคุยโทรศัพท์ที่บ้าน ที่สำคัญคือไม่ต้องจ่ายค่าโทรศัพท์ แต่ต้องจ่ายค่า Internet
e. Skechtup
โปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบหรือ Skech เป็นรูปภาพ 3 มิติ หรือ Model 3 มิติ แล้วเปลี่ยนเป็นภาพ 2 มิติ หรือเขียนภาพจากต้นแบบจาก 2 มิติมาเป็น 3 มิติก็ได้ โดยสามารถสร้างงานเขียนแบบหรือภาพจำลองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เช่น การสร้าง อาคาร โรงจอดรถ เก้าอี้ เตียง การสร้างตึก

29 เมษายน 2551 เวลา 08:18  

นายสมชาย วิลาวรรณ์ รหัส 50210248 ศูนย์สระบุรี ห้อง 2


ข้อ 1. อธิบายหน้าที่ ของ GoogleSearch Featuresเหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง
a. File type คือ การค้นหาข้อมูลต่างๆ โดยกำหนดเป็นชนิดของข้อมูล เช่น word power point รูปภาพ ทำได้โดยการ กำหนดชนิดของไฟล์นั้นๆ เช่นต้องการค้นหา คำว่า knowledge management เป็นไฟล์ power point ก็ให้พิมพ์คำว่า knowledge management แล้วตามด้วยชนิดของไฟล์ โดยพิมพ์จุด ppt (knowledge management.ppt) ก็จะได้ไฟล์ข้อมูลที่เป็นไฟล์ power point เพียงอย่างเดียวออกมาให้เลือก
b. Definitions คือ การค้นหาข้อมูลโดยให้คำศัพท์ หรือ keyword เช่น ต้องการค้นหาคำว่าการปลูกข้าว หรือ network manager ก็ให้พิมพ์คำนั้น ลงไป หรือถ้าหากต้องการค้นหาข้อมูลที่มี คำสองคำ เราก็สามารถใช้เครื่องหมาย + เพิ่มเติมได้ เช่น ICT + Computer ก็จะได้ข้อมูลจาก website ต่างๆออกมาให้เลือกหา
c. Currency Conversions คือ การค้นหา อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย หรือประเทศอื่นๆ เช่น 100 Baht in Yen จะทำให้เราทราบว่า 100 บาทมีค่าเท่ากับเงินเยนของญี่ปุ่นกี่บาท
d. Book Search คือ เครื่องมือสำหรับการค้นหาหนังสือต่างๆ เช่น เราต้องการสืบค้นหาหนังสือเกี่ยวกับ รถยนต์ ก็พิมพ์ Car เครื่องมือนี้ก็จะแสดงชื่อหนังสือเกี่ยวกับรถยนต์ให้เราเลือกข้อมูลได้อย่างหลากหลาย ซึ่งจะได้ข้อมูลเป็นเล่มๆ บางเล่มสามารถเปิดอ่านได้ทุกหน้า
e. Calculators เครื่องมือคำนวณ คำนวณทางคณิตศาสตร์ เช่น
- Addition เครื่องหมาย + ( บวก )
- Subtraction เครื่องหมาย – ( ลบ )
- x เครื่องหมาย คูณ ใช้สัญญาลักษณ์ *
- เครื่องหมาย หาร ใช้ / division
ตัวอย่าง 8/7 หมายถึง 8 หารด้วย 7


ข้อ 2. หลักแต่ละข้อของ 10 c มีประโยชน์ในการเลือกสารสนเทศใน อินเตอร์เน็ตอย่างไร
a. Citations แหล่งทรัพยากรหรือข้อความใน อินเตอร์เน็ต ควรมีข้อความอ้างอิง เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของบทความและสามารถค้นหาข้อมูล เพื่อเป็นการวิจัยค้นคว้าให้ลึกลงไปได้อีก หรือที่เรียกว่ามีรากเหง้า ซึ่งการเขียนอ้างอิงหรือการบอกที่มาก็จะมีมาตรฐานหรือวิธีการเขียนอ้างอิงหรือบรรณานุกรมซึ่งมีอยู่หลายแบบหรือหลายลักษณะ เช่น Apa อเมริกัน ผู้แต่งตามด้วย พ.ศ. ตามด้วย เมืองที่พิมพ์ ( เหมือนของ ม.วงษ์ชวลิตกุล แบบ ของ จุฬา ผู้แต่ง ตามด้วย พ.ศ. ตามด้วย วงเล็บ เมืองที่พิมพ์ )
b. Critical thinking คือการคิดเชิงวิกฤต ไปเจออะไรต้องคิดแบบหัวทิ่มดิน ใช้ประสบการณ์ ความรู้ ไปวัด ไปประเมิน ว่าผู้แต่งเป็นใคร รู้จักเขาหรือไม่ แล้วสรุปว่าน่าเชื่อถือได้หรือไม่ การทำงานให้ทำเหมือนไปเจอสิ่งตีพิมพ์ใหม่ ๆ ใครแต่ง มีชื่อเสียงหรือไม่ แล้วนำข้อมูลหรือรายละเอียดมาวิเคราะห์ดู
c. Credibility คือความน่าเชื่อถือและความสามารถ ก็คือความสามารถที่จะเชื่อถือได้ ข้อแรก ดูที่ผู้แต่ง รู้จักแต่งหรือไม่ เชื่อถือได้หรือไม่ เป็นผู้รู้ผู้เล่นในเรื่องนั้น สาขานั้นหรือไม่ถ้าลงท้ายด้วยจุด ac. ก็จะมีความเป็นวิชาการสูง พวกที่ที่ลงท้ายด้วยจุด .org .net .edu .gov มีความเชื่อถือมากกว่า .com เพราะจุด . com เป็นการทำเพื่อการค้า
d. content คือ เนื้อหาสาระ ผู้แต่งคือใคร จะบอกถึงเครดิต เนื้อหาที่ไม่มีผู้แต่งเป็นเนื้อหาที่ไม่น่าเชื่อถือ ต้องดูว่าเขียนมาด้วยความจริงจังในเชิงวิชาการหรือเขียนมาเสียดสีกันมาเล่น ๆ วันที่เขียนบทความนั้น มีความใหม่หรือเปล่า บทความนั้นมีความเป็นปัจจุบันหรือไม่ มีเวอร์ชั้นใหม่หรือเปล่า วันที่ลงไว้มั้ย
e. Copyright บทความในอินเตอร์เน็ต แม้ไม่มีผู้เขียนชัดเจน แต่มันมีที่อยู่ สิ่งเหล่านี้ตกอยู่ภายใต้สนธิสัญญาทางลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น ต้องระวังเรื่องลิขสิทธิ์อยู่เสมอ แต่ในต่างประเทศเขาจะมีวิธีการให้ใช้บทความที่ได้มาจากอินเตอร์เน็ตหรือเรียกว่า ใช้อย่างยุติธรรม คือสามารถใช้ข้อความสั้น ๆ หรือการกล่าวอ้างอิงหรืออ้างถึงได้ เช่น นายคนนี้กล่าวว่า ..... เราก็สามารถนำบทความนั้นมาเป็นข้อมูลอ้างอิงได้ โดยห้ามดัดแปลงจากต้นฉบับเดิม เด็ดขาด

ข้อ 3. หลักการภาวะผู้นำ leadership ตามองค์ประกอบของ
Credibility = trustworthiness + Expertise

ผู้บริหารที่มีภาวะผู้นำและเป็นผู้ที่จะได้รับความน่าเชื่อถือนั้น ควรจะมีปัจจัยที่ประกอยด้วย การที่เป็นผู้มีความตั้งใจจริง ( well intentioned ) ความมีสัจจะ ( truthful ) ความไม่ลำเอียง ( unbiased ) และความดีงาม มีจรรยาบรรณ มีคุณธรรม และขณะเดียวกันก็ต้องเป็นผู้ที่มีความชำนาญ ( expertise ) รอบรู้ มีประสบการณ์ มรสมรรถนะ ซึ่งจะเป็นตัวบอกถึงความรอบรู้ และการเป็นผู้ชำนาญในระดับสูง ถ้าผู้บริหารมีคุณลักษณะเช่นนี้ก็จะเป็นผู้ที่ได้รับความน่าเชื่อถือในระดับสูง

ข้อ 4. ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM
บทบาทของ ICT ภายใต้แนวทาง KM Model ของ คตส. ที่มีอยู่ 3 วงจรคือวงจรของการเรียนรู้ ( Learning Cycle ) วงจรแหล่งเรียนรู้ ( Source of Knowledge ) และวงจรองค์ความรู้ ( Body of Knowledge )
ICT ถูกนำมาปรับใช้ในวงจรที่สองวงจรแหล่งเรียนรู้ ( Source of Knowledge ) เป็นการเน้นให้เห็นถึงความจำเป็นในการ ค้นหา แหล่งความรู้ต่าง ๆ ( Source of Knowledge : SoK ) ที่อยู่ข้างนอก ซึ่งอาจจะเป็นตัวบุคล ( ผู้ชำนาญการ ) วิธีปฏิบัติชั้นเยี่ยม ( Best Practice ) ข้อมูลที่ได้จาก Website หรือความรู้ที่ได้จากการคบหา แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งต่อหน้า ( Face to Face ) หรือผ่าน Virtual Community ) โดนที่จะต้องสามารถ คว้า เอาความรู้ที่ต้องการมาใช้โดยไม่ลืมขั้นตอนการตรวจสอบความถูกต้อง และการนำมาปรับใช้ให้เหมาะสม






ข้อ 5. หน้าที่และประโยชน์ของโปรแกรม

a. Snagit
เป็นโปรแกรมที่ใช้ จับภาพหน้าจอไว้ได้หลายรูปแบบ ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และภาพวีดีโอ ที่ไม่สามารถใช้วิธีการ copy ได้ และ สามารถตัดต่อรูปภาพ ตกแต่งรูปภาพได้ แล้วบันทึกข้อมูลที่ได้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น PowerPoint Excel, word หรือ บันทึกเป็นรูปภาพ เช่น jpg , png , bmp gif pdf เพื่อประโยชน์การนำไปทำสื่อการสอน

b. You Tube
เป็น website ที่ให้บริการข้อมูล ในรูปแบบของ คลิปภาพนิ่ง วีดีโอ ได้ทั่วโลก เมื่อมีผู้ที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูล ต่างๆ หรือผู้ที่ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ก็จะนำข้อมูลดังกล่าวมาลงหรือ post ไว้ คล้ายๆ กับ เราทำ blog

c. iGoogle
เป็นการกำหนดค่าความเป็น ส่วนตัวของกูเกิ้ล หรือ บ้านบนเว็บของคุณ ซึ่งเราสามารถตั้งค่าให้แสดงเนื้อหาที่สนใจได้ เช่น การรายงานข่าวธุรกิจ สภาพอากาศ ข่าวบันเทิง ข่าวเด่นข่าวด่วน เป็นการค้นหาในลักษณะแบบ Directory

d. Skype
เป็นโปรแกรม ที่ใช้สนทนาหรือพูดคุยเหมือนกับการใช้โทรศัพท์ โดยการสนทนาจะต้องใช้ ชุดหูฟังและไมโครโฟน ในการพูดคุย และถ้าหากมีกล้องก็สามารถมองเห็นภาพได้ด้วย ที่สำคัญคือไม่ต้องจ่ายค่าโทรศัพท์ แต่ต้องจ่ายค่า Internet ครับ

e. Skechtup
โปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบหรือ Skech เป็นรูปภาพ 3 มิติ หรือ Model 3 มิติ แล้วเปลี่ยนเป็นภาพ 2 มิติ หรือเขียนภาพจากต้นแบบจาก 2 มิติมาเป็น 3 มิติก็ได้ โดยสามารถสร้างงานเขียนแบบหรือภาพจำลองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เช่น การสร้าง อาคาร โรงจอดรถ เก้าอี้ เตียง การสร้าง เหมาะที่จะใช้ทำสื่อการเรียนการสอนมาก

29 เมษายน 2551 เวลา 08:34  

นายทวีศักดิ์ สิ่วละคร รหัส 50210206 ห้อง 2

ข้อ 1 อธิบายหน้าที่ของ Google Search Features เหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง

a.File type
b.Definitions
c.Currency Conversions
d.Book Search
e.Calculators

a. Book search : Book search ใช้ค้นหาหนังสือที่เราต้องการ การที่ต้องค้นหาโดยใช้ Book search ไม่ใช้ Google ธรรมดา เนื่องจากถ้าใช้ Google ธรรมดา หนังสือที่ search ได้จะไม่มาเป็นเล่ม แต่ถ้าใช้ Book search ในการค้นหาจะปรากฏหนังสือเป็นเล่มให้เราได้เลือกอ่าน ซึ่งหนังสือบางเล่มจะให้เราเปิดอ่านได้ทุกหน้าฟรี แต่หนังสือบางเล่มอาจให้เราเห็นเพียงหน้าปกและให้อ่านรายละเอียดเพียงเล็กน้อย หากต้องการอ่านทั้งหมดอาจต้องเสียค่าบริการ เป็นต้น
b. File Type : File Type ใช้สำหรับค้นหาสิ่งที่ต้องการโดยการระบุไฟล์ ซึ่งงานที่ search ได้จะปรากฏไฟล์งานทั้งหมด เช่น ถ้าเราต้องการไฟล์งานpowerpoint เรื่อง KAIZEN ให้พิมพ์ ppt ต่อท้ายชื่อไฟล์งานที่ต้องการ เช่น KAIZEN ppt ก็จะปรากฏไฟล์งาน KAIZEN แบบพาวเวอร์พอยด์ให้เราได้เลือกใช้
c. Definition : Definition ใช้สำหรับสิ่งที่ต้องการให้อธิบายความ เหมือนสารานุกรม หรือพจนานุกรม ถ้าต้องการทราบความหมายของคำใด ก็พิมพ์คำนั้นแล้วเติมคำว่า define ข้างหน้า ก็จะปรากฏคำพร้อมกับความหมายของคำที่เราต้องการทราบความหมาย
d. Currency Conversion : Currency Conversion ใช้สำหรับข้อมูลอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ ซึ่งจะทำให้เราสามารถเปรียบเทียบค่าเงินบาทกับค่าเงินอื่นๆได้ทั่วโลก หรืออาจเปรียบเทียบค่าเงินระหว่างประเทศอื่นๆได้เช่นกัน วิธีการคือให้พิมพ์ คำว่า in คั่นกลาง เช่น 100 Baht in Yen จะทำให้เราทราบว่าเงินไทย 100 บาทมีค่าเท่ากับเงินเยนของญี่ปุ่นกี่บาท เป็นต้น
e. Calculator : Calculator เป็นเครื่องคิดเลข จะช่วยในการคิดคำนวณค่าต่างๆที่เราต้องการทราบได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ที่สำคัญต้องเติมเครื่องหมาย บวก ลบ คูณ หาร หรือวงเล็บ หรือสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ให้ถูกต้อง ค่าที่คำนวณออกมาก็จะถูกต้อง 100 %

ข้อ 3 ให้อธิบายหลักการเชิงประยุกต์กับหลักการของภาวะผู้นำ (Leadership) ตามองค์ประกอบของ

Credibility = Trustworthiness+Expertise
Credibility = trustworthiness + expertise
ความน่าเชื่อถือ (Credibility)ของเว็บไซต์ เกิดจากความไว้เนื้อเชื่อใจ (trustworthiness)และความเป็นผู้ชำนาญการ (expertise) ซึ่งความไว้เนื้อเชื่อใจ(trustworthiness)ประกอบด้วยความตั้งใจจริง(well intentioned) ความมีสัจจะ(truthful) ความไม่ลำเอียง(unbiased) ความไว้เนื้อเชื่อใจได้จึงย่อมบ่งบอกถึงความดีงามและมีจรรยาบรรณของเว็บไซต์ ซึ่งความเป็นผู้ชำนาญการ (expertise) หมายถึงมีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถนะ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้และทักษะที่เว็บไซต์แสดงออกมา ซึ่งเมื่อรวมสองปัจจัยเข้าด้วยกัน อาจสรุปได้ว่า เว็บไซต์ ที่มีความน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างสูง จะต้องทำให้ผู้เยี่ยมชมรับรู้ว่า มีความไว้เนื้อเชื่อใจได้ และความเป็นผู้ชำนาญการระดับสูง

ซึ่งการประเมินความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์อาจประเมินจากการออกแบบเว็บไซต์ให้มีลักษณะดังนี้คือ

1. ออกแบบเว็บไซต์ให้แสดงเอกลักษณ์ขององค์กร การแสดงที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และภาพถ่ายของบุคคลในองค์กรเพื่อให้ผู้สนใจติดต่อค้นหาได้ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อความน่าเชื่อถือได้
2. การออกแบบให้ใช้งานง่าย สามารถเข้าถึงสารสนเทศได้ไม่เกิน 3 click ที่สำคัญถ้ามี Link ต้องมีสารสนเทศอยู่จริง สามารถมองหาเครื่องหมายนำทาง (navigator) ได้ง่าย
3. แสดงถึงความเป็นผู้ชำนาญการ เช่น มีชื่อนักเขียนบทความ การอ้างอิงชัดเจน
4. แสดงถึงความไว้เนื้อเชื่อใจได้ เช่น การเชื่อมโยงถึงเว็บไซต์อื่นๆ จะต้องบอกถึงความจำเป็นและความสำคัญของสาระนั้นๆอันเป็นการแสดงให้เห็นถึงความซื่อสัตย์ ความไม่ลำเอียง ซึ่งบางครั้งขัดกับนโยบายขององค์กรเหล่านั้นซึ่งมุ่งแต่ประชาสัมพันธ์ตนเอง
5. การเอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม หรือผู้ใช้งาน เช่น yahoo mail จะขึ้นคำว่า welcome to yahoo mail (ชื่อผู้ใช้งาน) ทุกครั้งที่เรา sing in เข้าไปเป็นต้น
6. หลีกเลี่ยงการโฆษณาบนเว็บไซต์ คนส่วนมากไม่ชอบการโฆษณาบ้าบิ่น การนำโฆษณามาผสมผสานกับสาระบนเว็บเพจทำให้ความน่าเชื่อถือลดน้อยลง แต่ถ้าเป็น banner ads หรือป้ายโฆษณาเล็กๆ น่ารักๆ จะช่วยให้เพิ่มความน่าเชื่อถือได้
7. หลีกเลี่ยงความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย ผลการออกแบบเว็บไซต์จะต้องมีลักษณะมืออาชีพ ความผิดพลาดเพียงน้อยนิด เช่น พิมพ์ชื่อคนผิด หรือวางภาพกับคำอธิบายผิดตำแหน่ง เว้นวรรคผิด จะทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงอย่างมาก
8. เพิ่มคุณค่าให้กับเว็บไซต์ ด้วยการปรับปรุงสาระให้ทันสมัย ตอบคำถามบนเว็บบอร์ด ส่งอีเมลล์ยืนยัน หรือตอบรับในสิ่งที่จะตกลงกัน มีความสามารถในการช่วยกัน สามารถพิมพ์หน้าออกมาได้โดยง่าย มีหมายเลขโทรศัพท์หรือเมลล์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับติดต่อได้
9. ปกป้องความดีงามของสาระ โดยแยกออกจากโฆษณาอย่างเด่นชัด ไม่มีโฆษณามากเกินไป ทั้งลักษณะ banner pop-up บทความต้องมีการอ้างอิงหรือผู้แต่งเสมอ
10. หน้าตาดูดี มีลักษณะการออกแบบเป็นมืออาชีพ ใช้ศิลปะอย่างมีรสนิยม เหมาะสมกับสาระ ไม่มีตัวสะกดผิดพลาด เว้นวรรคผิดๆ นามสกุลของเว็บไซต์ (domain name) ต้องเป็นของสถาบัน ถ้าเป็นของฟรีทั่วไป เช่น AoL จะมีความน่าเชื่อถือลดลง
11. ต้องแน่ใจว่าทุกองค์ประกอบทำงานได้ การเชื่อมโยงไม่ได้ การแฮงค์ หรือหยุดทำงานดื้อๆ ทำให้น่าเชื่อถือน้อย เวลาที่ใช้ดาวน์โหลดต้องไม่นานเกินไป ดังนั้นการใส่กราฟฟิคจำนวนมากบนโฮมเพจจึงไม่ถูกต้อง
12. ชื่อเสียงในโลกความจริงขององค์กรจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเว็บไซต์ของหน่วยงานนั้นๆ หรือการลิงค์ไปสู่องค์กรเสื่อมเสียย่อมส่งผลต่อเว็บไซต์โดยตรง

ข้อ 4. ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM

การจัดการความรู้ ( Knowledge Management ) คือ การรวบรวม การจัดระบบการจัดเก็บและการเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้ มีการแบ่งปัน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้กับองค์กร
ในปัจจุบัน ICT มีบาทบาทในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก เราสามารถนำICTมาใช้ในการจัดการความรู้ตามขั้นตอนต่อไปนี้
1. การสื่อสาร
ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้เราหันมาให้ความสำคัญต่อการติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทำให้เราสามารถติดต่อเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของอินเทอร์เน็ต หรือด้านการติดต่อสื่อสารโทรคมนาคมในระยะไกลต่าง ๆ ก่อให้เกิดการนำเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลมาใช้ในองค์กร เป็นการนำความรู้จากข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมาสร้างทางเลือกในการตัดสินใจในการบริหารจัดการ ส่งผลให้เราสามารถลดต้นทุน ลดเวลา ในการติดต่อสื่อสารส่งเสริมให้เกิดการใช้งานทรัพยากรร่วมกัน ซึ่งเหมาะกับสภาพขององค์กรในปัจจุบันที่ต้องการการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง การสื่อสารมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของสังคมมนุษย์ โดยเฉพาะการสื่อสารยุคใหม่ที่เกิดจากการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ (ICT) จำเป็นต้องมีความรู้ มีความสามารถ เพื่อนำมาใช้เพิ่มศักยภาพในองค์กรอย่างมีทักษะ และประยุกต์ใช้เพื่อการแก้ปัญหา การสื่อสารถือว่าหัวใจสำคัญ ที่จะทำให้บุคลากรทุกคนเข้าใจว่าองค์กรกำลังจะทำอะไร เพื่ออะไร ทำเมื่อไหร่และทำอย่างไร และการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสื่อสาร ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การติดต่อสื่อสาร สำเร็จตามวัตถุประสงค์
2. การทำงานร่วมกัน
เทคโนโลยี ช่วยให้เราแลกเปลี่ยนความเข้าใจ และความคิดกันได้กว้างขวางขึ้น แต่หัวใจของการแลกเปลี่ยน คือ ความสนใจร่วมกัน ใส่ใจความคิดของกันและกัน และสร้างชุมชนซึ่งเชื่อใจกัน การหาโอกาสเรียนรู้ สามารถถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และการทำงานร่วมกัน ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น การประชุม พูดคุย ผ่านเครื่องมือทาง Internet
3. เทคโนโลยีการจัดเก็บและค้นคืน
เทคโนโลยีช่วยตั้งแต่การรวบรวม การจัดเก็บข้อมูล การประมวลผล การพิมพ์ การสร้างรายงาน การสื่อสารข้อมูล ฯลฯ เพื่อให้ได้สารสนเทศไว้ใช้งานได้อย่างทันเหตุการณ์ก่อให้เกิดประสิทธิภาพทั้งในด้านการผลิต การบริการ การบริการและการดำเนินงานต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ ซึ่งจะส่งผลต่อความได้เปรียบทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และการพัฒนาคุณภาพชีวิต และคุณภาพของประชาชนในสังคม ดังนั้นเทคโนโลยี เป็นเครื่องมือเพื่อให้คนสามารถค้นหา จัดเก็บ แลกเปลี่ยน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้อย่างง่าย และรวดเร็วขึ้น

ข้อ 5. อธิบายหน้าที่และประโยชน์เพื่อการศึกษาของโปรแกรม

a.Snagit
เป็นโปรแกรมที่ใช้ บันทึกข้อมูลในรูปแบบต่างๆ สามารถใช้จับภาพหน้าจอไว้ได้หลายรูปแบบ ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และภาพวีดีโอ สามารถตัดต่อรูปภาพและตกแต่งรูปภาพได้ แล้วบันทึกข้อมูลที่ได้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น PowerPoint Excel, word หรือ บันทึกเป็นรูปภาพ เช่น jpg , png , bmp gif pdf และอื่นๆ อีกมากมาย ประโยชน์ที่เห็นเด่นชัดคือ สามารถใช้บันทึกข้อมูลไฟล์ต่างๆ ได้โดยไม่ต้องอาศัยการดาวน์โหลดเพราะบางภาพไม่อนุญาตให้ดาวน์โหลด เราก็ใช้ Snagit ในการเลือกบันทึกข้อมูลได้อย่างสะดวก และง่ายดาย
b. You Tube
เป็น website ที่ให้บริการข้อมูล ในรูปแบบของ ข้อมูลที่เป็น บทความ ภาพ วีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว ได้ทั่วโลก เมื่อมีผู้ที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูล ต่างๆ หรือผู้ที่ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ก็จะนำข้อมูลดังกล่าวมาลงหรือ post ไว้ คล้ายๆ กับ เราทำ blog เราอยากจะมีความรู้เรื่องอะไรเราก็สามารถไปค้นหาข้อมูล copy หรือ download ข้อมูลที่ต้องการได้
c. iGoogle
เป็นการกำหนดค่าความเป็น ส่วนตัวของกูเกิ้ล หรือ บ้านบนเว็บของคุณ ซึ่งเราสามารถตั้งค่าให้แสดงเนื้อหาที่สนใจได้ เช่น การรายงานข่าวธุรกิจ สภาพอากาศ ข่าวบันเทิง ข่าวเด่นข่าวด่วน ใน gmail ของเรามีกล่องจดหมายเข้ามากี่ฉบับ และสามารถเลือกได้อีกมากมาย แล้วแต่ว่าอยากได้อะไร ไม่ว่าจะเป็น ข่าวจากสำนักข่าวต่าง ๆ ข่าวเฉพาะด้าน นาฬิกา สมุดบันทึก ปรับแต่งโลโก้
d. Skype
เป็นโปรแกรม ที่ใช้สนทนาหรือพูดคุย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร สอบถามสารทุกข์สุกดิบ สามารถมองเห็นภาพคู่สนทนาได้ โดยการสนทนาจะต้องใช้ ชุดหูฟังและไมโครโฟน ในการพูดคุย และถ้าหากมีกล้องก็สามารถมองเห็นภาพได้ด้วย สามารถที่จะเข้าสู่การพูดคุยกับเพื่อนๆ ทั่วทุกโลก เปรียบเสมือนคุยโทรศัพท์ที่บ้าน ที่สำคัญคือไม่ต้องจ่ายค่าโทรศัพท์ แต่ต้องจ่ายค่า Internet แต่ในปัจจุบัน Skype มักถูกใช้เป็นเครื่องล่อลวงผ่านทางอินเตอร์เน็ต ดังปรากฏตามข่าวอยู่บ่อยๆ ดังนั้นการใช้ Skype จึงต้องใช้ความระมัดระวังและมีวิจารณญาณในการใช้ด้วย
e. Skechtup
โปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบหรือ Skech เป็นรูปภาพ 3 มิติ หรือ Model 3 มิติ แล้วเปลี่ยนเป็นภาพ 2 มิติ หรือเขียนภาพจากต้นแบบจาก 2 มิติมาเป็น 3 มิติก็ได้ โดยสามารถสร้างงานเขียนแบบหรือภาพจำลองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เช่น การสร้างอาคาร โรงจอดรถ เก้าอี้ เตียง การสร้างตึก การปรับเปลี่ยนสีของผนังในห้อง

29 เมษายน 2551 เวลา 18:20  

ข้อ 1. อธิบายหน้าที่ ของ GoogleSearch Featuresเหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง
a. File type คือ การค้นหาข้อมูลต่างๆ โดยกำหนดเป็นชนิดของข้อมูล เช่น word power point รูปภาพ เช่นต้องการค้นหา คำว่า เทคโนโลยีที่เป็นไฟล์ powrepoint ก็ให้พิมพ์คำว่า technology แล้วตามด้วยจุด ppt (technology.ppt) ก็จะได้ไฟล์ข้อมูลที่ไฟล์ powerpoint เพียงอย่างเดียว
b. Definitions คือ การค้นหาข้อมูลโดยให้คำศัพท์ หรือ keyword ของข้อมูลนั้นๆ เช่น ต้องการค้นหาคำว่า bird ก็ให้พิมพ์คำนั้น ลงไป หรือถ้าหากต้องการค้นหาข้อมูลที่มี คำสองคำ เราก็สามารถใช้เครื่องหมาย + เพิ่มเติมได้ เช่น time + water
c. Currency Conversions คือ การค้นหา อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย หรือประเทศอื่นๆ เช่นเมื่อเราต้องการค้นหาข้อมูลเงินตราของประเทศต่างๆ กับประเทศไทย
d. Book Search คือ เครื่องมือสำหรับการค้นหาหนังสือเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เช่น เราต้องการสืบค้นหาหนังสือเกี่ยวกับ สัตว์ ก็พิมพ์ Animal เราก็จะได้หนังสือที่เกี่ยวกับสัตว์ต่างๆ ครับ
e. Calculators เป็นการบริการใช้เครื่องคำนวณผ่าน website ซึ่งเหมือน กับการใช้เครื่องคิดเลขทั่วไป สามารถคำนวณค่าต่างๆ ได้โดยการพิมพ์ค่าต่างๆ ด้วย keyboard เช่น
- เครื่องหมาย + ( บวก ) เช่น 1+1
- Subtraction เครื่องหมาย – ( ลบ ) เช่น 2-1
- x เครื่องหมาย คูณ ใช้สัญญาลักษณ์ * เช่น 4*4
- เครื่องหมาย หาร ใช้ / divition เช่น 4/2

ข้อ 2. หลักแต่ละข้อของ 10 c มีประโยชน์ในการเลือกสารสนเทศใน อินเตอร์เน็ตอย่างไร
a. Citations แหล่งทรัพยากรหรือข้อความใน อินเตอร์เน็ต ควรมีข้อความอ้างอิง เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของบทความและ เป็นการสร้างความเชื่อถือให้ผู้ใช้ด้วย เช่น เราต้องการรู้เรื่องการใช้ e-mail เราก็ไปหาข้อมูลจาก e-mail ที่มีคนใช้กันเยอะๆ ซึ่งการเขียนอ้างอิงหรือการบอกที่มาก็จะมีมาตรฐานหรือวิธีการเขียนอ้างอิงหรือบรรณานุกรมซึ่งมีอยู่หลายแบบ
b. Critical thinking คือการคิดเชิงวิกฤต หมายถึง เมื่อเราได้บทความมาแล้วเราต้องพิจารณาจากความรู้ ประสบการณ์ ไปประเมิน ว่าผู้แต่งเป็นใคร น่าเชื่อถือได้หรือไม่
c. Credibility คือความน่าเชื่อถือได้ ของบทความหรือข็อมูล ซึ่งดูจาก ผู้แต่ง รู้จักแต่งหรือไม่ เชื่อถือได้หรือไม่ เป็นผู้รู้มีความชำนาญในเรื่องนั้นๆ หรือไม่ ส่วนใหญ่ถ้าลงท้ายด้วยจุด ac ก็จะมีความเป็นวิชาการสูง มากว่า จุด com
d. content คือ เนื้อหาสาระ ผู้แต่งคือใคร จะบอกถึงเครดิต ของบทความนั้นๆ ส่วนเนื้อหาที่ไม่มีผู้แต่ง หรือเนื้อหาที่ไม่ระบุว่าใครเป็นคนเขียน เขียนที่ไหน เป็นเนื้อหาที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือดูว่าเขียนตามกระแสเขียนในเชิงวิชาการด้วยความจริงจังหรือไม่
e. Copyright (ลิขสิทธิ์) หรือสิทธิที่เราจะใช้ข้อมูลนั้นๆ บน internet ซึ่งจะต้องดูว่าคนเขียน หรือเจ้าของบทความเขาจะเผยแพร่ข้อมูลได้ ลึกซึ้งเพียงใด บางครั้งเราอาจจะต้องจ่ายเงินเพิ่มเติมเมื่อต้องการค้นหาข้อมูลที่ละเอียดขึ้น

ข้อ 3. หลักการภาวะผู้นำ leadership ตามองค์ประกอบของ Credibility = Trustwothiness + Expertise
- Credibility คือความไว้วางใจได้ ความเชี่ยวชาญ
- Trustworthiness ความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งมี 4 ลักษณะ
-trustworthiness คือความไว้เนื้อเชื่อใจ ประกอบไปด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะ ความไม่ลำเอียง ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ จะบ่งบอกถึงความเป็นผู้มีความจริงใจ มีความดีงาม และมีจรรยาบรรณ
-expertise คือความเป็นผู้ชำนาญการ เป็นผู้มีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถณะสิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้และทักษะที่มีและแสดงออกมา
-ผู้บริหารที่ดีต้องบริการจัดการองค์กรให้ประสบความสำเร็จตรงตามเป้าหมายได้นั้น ผู้บริหารจะต้องมีภาวะผู้นำ ซึ่งลักษณะของภาวะผู้นำนั้นจะต้องประกอบไปด้วยคุณลักษณะต่างๆต่อไปนี้คือเป็นคนที่เชื่อถือได้ เป็นคนที่ผู้ตามให้ความไว้วางใจ หรือไว้เนื้อเชื่อใจ
-trustworthiness มีความตั้งใจจริงในการทำงาน มีสัจจะพูดคำไหนคำนั้น ไม่ลำเอียงมีความเป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์ในการทำงาน มีความเฉลียวฉลาด มีอำนาจ มีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญการ
-expertise มีความรอบรู้ในงานนั้นๆอย่างแท้จริง จึงจะทำให้ผู้ตามเกิดความเชื่อถือ credibilityในตัวของผู้บริหาร และสามารถนำพาองค์กรนั้นไปสู่ความสำเร็จได้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่ได้วางไว้

ข้อ 4. ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM
Knowledge Management การจัดการความรู้ คือ มีการรวบรวม การจัดระบบการจัดเก็บและการเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้ มีการแบ่งปัน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้กับองค์กร
ในปัจจุบัน ICT มีบาทบาทในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก เราสามารถนำมาใช้ในการจัดการความรู้ได้ คือ
1.การใช้เทคโนโลยีเพื่อการสื่อสาร ทำให้เราสามารถติดต่อเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้ทั่วโลก การนำเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลมาใช้ในองค์กร เป็นการนำความรู้จากข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมาสร้างทางเลือกในการตัดสินใจในการบริหารจัดการ ส่งผลให้เราสามารถลดต้นทุน ลดเวลา ในการติดต่อสื่อสารส่งเสริมให้เกิดการใช้งานทรัพยากรร่วมกัน ซึ่งเหมาะกับสภาพขององค์กรในปัจจุบันที่ต้องการการแข่งขัน
2.การใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการทำงานร่วมกัน เทคโนโลยี ช่วยให้เราแลกเปลี่ยนข้อมูลได้กว้างขวางมากขึ้น การแลกเปลี่ยน คือ ความสนใจร่วมกัน ใส่ใจความคิดของกันและกัน และสร้างชุมชนซึ่งเชื่อใจกัน การหาโอกาสเรียนรู้ สามารถถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
3. การใช้เทคโนโลยีการจัดเก็บและสืบค้น เพื่อให้ได้ข้อมูล สารสนเทศ ไว้ใช้งานได้อย่างทันเหตุการณ์ก่อให้เกิดประสิทธิภาพทั้งในด้านการผลิต การบริการ และการดำเนินงานต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ ซึ่งจะส่งผลต่อความได้เปรียบทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และการพัฒนาคุณภาพชีวิต และคุณภาพของประชาชนในสังคม

ข้อ 5. หน้าที่และประโยชน์ของโปรแกรม
a.Snagit
เป็นโปรแกรมที่ใช้ บันทึกข้อมูลในรูปแบบต่างๆ สามารถใช้จับภาพหน้าจอไว้ได้หลายรูปแบบ ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และภาพวีดีโอ สามารถตัดต่อรูปภาพและตกแต่งรูปภาพได้ แล้วบันทึกข้อมูลที่ได้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น PowerPoint Excel, word หรือ บันทึกเป็นรูปภาพ เช่น jpg , png , bmp gif pdf เป็นต้น
b. You Tube
เป็น website ที่ให้บริการข้อมูล ในรูปแบบของ ข้อมูลที่เป็น บทความ ภาพ วีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว ได้ทั่วโลก เมื่อมีผู้ที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูล ต่างๆ หรือผู้ที่ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ก็จะนำข้อมูลดังกล่าวมาลงหรือ post ไว้ คล้ายๆ กับ เราทำ blog เราอยากจะมีความรู้เรื่องอะไรเราก็สามารถไปค้นหาข้อมูล แล้ว download ข้อมูลที่ต้องการได้
c. iGoogle
เป็นการกำหนดค่าความเป็น ส่วนตัวของกูเกิ้ล หรือ อาจจะเรียกว่าบ้านบนเว็บของเราที่เราเป็นคนกำหนดเอง ซึ่งเราสามารถตั้งค่าให้แสดงเนื้อหาที่สนใจได้ เช่น การรายงานข่าวธุรกิจ สภาพอากาศ ข่าวบันเทิง ข่าวเด่นข่าวด่วน หรือต้องการดูว่าใน gmail ของเรามีกล่องจดหมายเข้ามากี่ฉบับ
d. Skype
เป็นโปรแกรม ที่ใช้สนทนาหรือพูดคุย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร สามารถมองเห็นภาพคู่สนทนาได้ โดยการสนทนาจะต้องใช้ ชุดหูฟังและไมโครโฟน ในการพูดคุย และถ้าหากมีกล้องก็สามารถมองเห็นภาพได้ด้วย สามารถที่จะเข้าสู่การพูดคุยกับเพื่อนๆ ทั่วทุกโลก เปรียบเสมือนคุยโทรศัพท์ที่บ้าน ที่สำคัญคือไม่ต้องจ่ายค่าโทรศัพท์ แต่ต้องจ่ายค่า Internet ครับ
e. Skechtup
โปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบหรือ Skech เป็นรูปภาพ 3 มิติ หรือ Model 3 มิติ แล้วเปลี่ยนเป็นภาพ 2 มิติ หรือเขียนภาพจากต้นแบบจาก 2 มิติมาเป็น 3 มิติก็ได้ โดยสามารถสร้างงานเขียนแบบหรือภาพจำลองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เช่น การสร้าง อาคาร โรงจอดรถ การปรับเปลี่ยนสีของผนังในห้อง เป็นต้น ซึ่งเป็นโปรแกรมของ Google

29 เมษายน 2551 เวลา 18:40  

นางสาวกฤตกนก เลี่ยวไพโรจร์ 50210211 ศูนย์สระบุรี ห้อง 2
(ขออนุญาตล้างบาปตามหัวข้อต่อไปนี้ค่ะ)
ข้อ 1 อธิบายหน้าที่ของ Google Search Features เหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง
a. Book search : Book search ใช้ค้นหาหนังสือที่เราต้องการ การที่ต้องค้นหาโดยใช้ Book search ไม่ใช้ Google ธรรมดา เนื่องจากถ้าใช้ Google ธรรมดา หนังสือที่ search ได้จะไม่มาเป็นเล่ม แต่ถ้าใช้ Book search ในการค้นหาจะปรากฏหนังสือเป็นเล่มให้เราได้เลือกอ่าน ซึ่งหนังสือบางเล่มจะให้เราเปิดอ่านได้ทุกหน้าฟรี แต่หนังสือบางเล่มอาจให้เราเห็นเพียงหน้าปกและให้อ่านรายละเอียดเพียงเล็กน้อย หากต้องการอ่านทั้งหมดอาจต้องเสียค่าบริการ เป็นต้น
b. File Type : File Type ใช้สำหรับค้นหาสิ่งที่ต้องการโดยการระบุไฟล์ ซึ่งงานที่ search ได้จะปรากฏไฟล์งานทั้งหมด เช่น ถ้าเราต้องการไฟล์งานpowerpoint เรื่อง KAIZEN ให้พิมพ์ ppt ต่อท้ายชื่อไฟล์งานที่ต้องการ เช่น KAIZEN ppt ก็จะปรากฏไฟล์งาน KAIZEN แบบพาวเวอร์พอยด์ให้เราได้เลือกใช้
c. Definition : Definition ใช้สำหรับสิ่งที่ต้องการให้อธิบายความ เหมือนสารานุกรม หรือพจนานุกรม ถ้าต้องการทราบความหมายของคำใด ก็พิมพ์คำนั้นแล้วเติมคำว่า define ข้างหน้า ก็จะปรากฏคำพร้อมกับความหมายของคำที่เราต้องการทราบความหมาย
d. Currency Conversion : Currency Conversion ใช้สำหรับข้อมูลอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ ซึ่งจะทำให้เราสามารถเปรียบเทียบค่าเงินบาทกับค่าเงินอื่นๆได้ทั่วโลก หรืออาจเปรียบเทียบค่าเงินระหว่างประเทศอื่นๆได้เช่นกัน วิธีการคือให้พิมพ์ คำว่า in คั่นกลาง เช่น 100 Baht in Yen จะทำให้เราทราบว่าเงินไทย 100 บาทมีค่าเท่ากับเงินเยนของญี่ปุ่นกี่บาท เป็นต้น
e. Calculator : Calculator เป็นเครื่องคิดเลข จะช่วยในการคิดคำนวณค่าต่างๆที่เราต้องการทราบได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ที่สำคัญต้องเติมเครื่องหมาย บวก ลบ คูณ หาร หรือวงเล็บ หรือสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ให้ถูกต้อง ค่าที่คำนวณออกมาก็จะถูกต้อง 100 %
ข้อ 2. หลักแต่ละข้อของ 10 c มีประโยชน์ในการเลือกสารสนเทศใน อินเตอร์เน็ตอย่างไร
a. Citations แหล่งทรัพยากรหรือข้อความใน อินเตอร์เน็ต ควรมีข้อความอ้างอิง เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของบทความและสามารถค้นหาข้อมูล เพื่อเป็นการวิจัยค้นคว้าให้ลึกลงไปได้อีก หรือที่เรียกว่ามีรากเหง้า ซึ่งการเขียนอ้างอิงหรือการบอกที่มาก็จะมีมาตรฐานหรือวิธีการเขียนอ้างอิงหรือบรรณานุกรมซึ่งมีอยู่หลายแบบหรือหลายลักษณะ เช่น Apa อเมริกัน ผู้แต่งตามด้วย พ.ศ. ตามด้วย เมืองที่พิมพ์ ( เหมือนของ ม.วงษ์ชวลิตกุล แบบ ของ จุฬา ผู้แต่ง ตามด้วย พ.ศ. ตามด้วย วงเล็บ เมืองที่พิมพ์ )
b. Critical thinking คือการคิดเชิงวิกฤต ไปเจออะไรต้องคิดแบบหัวทิ่มดิน ใช้ประสบการณ์ ความรู้ ไปวัด ไปประเมิน ว่าผู้แต่งเป็นใคร รู้จักเขาหรือไม่ แล้วสรุปว่าน่าเชื่อถือได้หรือไม่ การทำงานให้ทำเหมือนไปเจอสิ่งตีพิมพ์ใหม่ ๆ ใครแต่ง มีชื่อเสียงหรือไม่ แล้วนำข้อมูลหรือรายละเอียดมาวิเคราะห์ดู
c. Credibility คือความน่าเชื่อถือและความสามารถ ก็คือความสามารถที่จะเชื่อถือได้ ข้อแรก ดูที่ผู้แต่ง รู้จักแต่งหรือไม่ เชื่อถือได้หรือไม่ เป็นผู้รู้ผู้เล่นในเรื่องนั้น สาขานั้นหรือไม่ถ้าลงท้ายด้วยจุด ac. ก็จะมีความเป็นวิชาการสูง พวกที่ที่ลงท้ายด้วยจุด .org .net .edu .gov มีความเชื่อถือมากกว่า .com เพราะจุด . com เป็นการทำเพื่อการค้า
d. content คือ เนื้อหาสาระ ผู้แต่งคือใคร จะบอกถึงเครดิต เนื้อหาที่ไม่มีผู้แต่งเป็นเนื้อหาที่ไม่น่าเชื่อถือ ต้องดูว่าเขียนมาด้วยความจริงจังในเชิงวิชาการหรือเขียนมาเสียดสีกันมาเล่น ๆ วันที่เขียนบทความนั้น มีความใหม่หรือเปล่า บทความนั้นมีความเป็นปัจจุบันหรือไม่ มีเวอร์ชั้นใหม่หรือเปล่า วันที่ลงไว้มั้ย
e. Copyright บทความในอินเตอร์เน็ต แม้ไม่มีผู้เขียนชัดเจน แต่มันมีที่อยู่ สิ่งเหล่านี้ตกอยู่ภายใต้สนธิสัญญาทางลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น ต้องระวังเรื่องลิขสิทธิ์อยู่เสมอ แต่ในต่างประเทศเขาจะมีวิธีการให้ใช้บทความที่ได้มาจากอินเตอร์เน็ตหรือเรียกว่า ใช้อย่างยุติธรรม คือสามารถใช้ข้อความสั้น ๆ หรือการกล่าวอ้างอิงหรืออ้างถึงได้ เช่น นายคนนี้กล่าวว่า ..... เราก็สามารถนำบทความนั้นมาเป็นข้อมูลอ้างอิงได้ โดยห้ามดัดแปลงจากต้นฉบับเดิม เด็ดขาด

ข้อ 3 ให้อธิบายหลักการเชิงประยุกต์กับหลักการของภาวะผู้นำ (Leadership) ตามองค์ประกอบของ
Credibility = Trustworthiness+Expertise
Credibility = trustworthiness + expertise
ความน่าเชื่อถือ (Credibility)ของเว็บไซต์ เกิดจากความไว้เนื้อเชื่อใจ (trustworthiness)และความเป็นผู้ชำนาญการ (expertise) ซึ่งความไว้เนื้อเชื่อใจ(trustworthiness)ประกอบด้วยความตั้งใจจริง(well intentioned) ความมีสัจจะ(truthful) ความไม่ลำเอียง(unbiased) ความไว้เนื้อเชื่อใจได้จึงย่อมบ่งบอกถึงความดีงามและมีจรรยาบรรณของเว็บไซต์ ซึ่งความเป็นผู้ชำนาญการ (expertise) หมายถึงมีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถนะ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้และทักษะที่เว็บไซต์แสดงออกมา ซึ่งเมื่อรวมสองปัจจัยเข้าด้วยกัน อาจสรุปได้ว่า เว็บไซต์ ที่มีความน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างสูง จะต้องทำให้ผู้เยี่ยมชมรับรู้ว่า มีความไว้เนื้อเชื่อใจได้ และความเป็นผู้ชำนาญการระดับสูง
ซึ่งการประเมินความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์อาจประเมินจากการออกแบบเว็บไซต์ให้มีลักษณะดังนี้คือ
1. ออกแบบเว็บไซต์ให้แสดงเอกลักษณ์ขององค์กร การแสดงที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และภาพถ่ายของบุคคลในองค์กรเพื่อให้ผู้สนใจติดต่อค้นหาได้ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อความน่าเชื่อถือได้
2. การออกแบบให้ใช้งานง่าย สามารถเข้าถึงสารสนเทศได้ไม่เกิน 3 click ที่สำคัญถ้ามี Link ต้องมีสารสนเทศอยู่จริง สามารถมองหาเครื่องหมายนำทาง (navigator) ได้ง่าย
3. แสดงถึงความเป็นผู้ชำนาญการ เช่น มีชื่อนักเขียนบทความ การอ้างอิงชัดเจน
4. แสดงถึงความไว้เนื้อเชื่อใจได้ เช่น การเชื่อมโยงถึงเว็บไซต์อื่นๆ จะต้องบอกถึงความจำเป็นและความสำคัญของสาระนั้นๆอันเป็นการแสดงให้เห็นถึงความซื่อสัตย์ ความไม่ลำเอียง ซึ่งบางครั้งขัดกับนโยบายขององค์กรเหล่านั้นซึ่งมุ่งแต่ประชาสัมพันธ์ตนเอง
5. การเอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม หรือผู้ใช้งาน เช่น yahoo mail จะขึ้นคำว่า welcome to yahoo mail (ชื่อผู้ใช้งาน) ทุกครั้งที่เรา sing in เข้าไปเป็นต้น
6. หลีกเลี่ยงการโฆษณาบนเว็บไซต์ คนส่วนมากไม่ชอบการโฆษณาบ้าบิ่น การนำโฆษณามาผสมผสานกับสาระบนเว็บเพจทำให้ความน่าเชื่อถือลดน้อยลง แต่ถ้าเป็น banner ads หรือป้ายโฆษณาเล็กๆ น่ารักๆ จะช่วยให้เพิ่มความน่าเชื่อถือได้
7. หลีกเลี่ยงความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย ผลการออกแบบเว็บไซต์จะต้องมีลักษณะมืออาชีพ ความผิดพลาดเพียงน้อยนิด เช่น พิมพ์ชื่อคนผิด หรือวางภาพกับคำอธิบายผิดตำแหน่ง เว้นวรรคผิด จะทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงอย่างมาก
8. เพิ่มคุณค่าให้กับเว็บไซต์ ด้วยการปรับปรุงสาระให้ทันสมัย ตอบคำถามบนเว็บบอร์ด ส่งอีเมลล์ยืนยัน หรือตอบรับในสิ่งที่จะตกลงกัน มีความสามารถในการช่วยกัน สามารถพิมพ์หน้าออกมาได้โดยง่าย มีหมายเลขโทรศัพท์หรือเมลล์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับติดต่อได้
9. ปกป้องความดีงามของสาระ โดยแยกออกจากโฆษณาอย่างเด่นชัด ไม่มีโฆษณามากเกินไป ทั้งลักษณะ banner pop-up บทความต้องมีการอ้างอิงหรือผู้แต่งเสมอ
10. หน้าตาดูดี มีลักษณะการออกแบบเป็นมืออาชีพ ใช้ศิลปะอย่างมีรสนิยม เหมาะสมกับสาระ ไม่มีตัวสะกดผิดพลาด เว้นวรรคผิดๆ นามสกุลของเว็บไซต์ (domain name) ต้องเป็นของสถาบัน ถ้าเป็นของฟรีทั่วไป เช่น AoL จะมีความน่าเชื่อถือลดลง
11. ต้องแน่ใจว่าทุกองค์ประกอบทำงานได้ การเชื่อมโยงไม่ได้ การแฮงค์ หรือหยุดทำงานดื้อๆ ทำให้น่าเชื่อถือน้อย เวลาที่ใช้ดาวน์โหลดต้องไม่นานเกินไป ดังนั้นการใส่กราฟฟิคจำนวนมากบนโฮมเพจจึงไม่ถูกต้อง
12. ชื่อเสียงในโลกความจริงขององค์กรจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเว็บไซต์ของหน่วยงานนั้นๆ หรือการลิงค์ไปสู่องค์กรเสื่อมเสียย่อมส่งผลต่อเว็บไซต์โดยตรง

ข้อ 4. ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM
การจัดการความรู้ ( Knowledge Management ) คือ การรวบรวม การจัดระบบการจัดเก็บและการเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้ มีการแบ่งปัน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้กับองค์กร
ในปัจจุบัน ICT มีบาทบาทในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก เราสามารถนำICTมาใช้ในการจัดการความรู้ตามขั้นตอนต่อไปนี้
1. การสื่อสาร
ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้เราหันมาให้ความสำคัญต่อการติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทำให้เราสามารถติดต่อเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของอินเทอร์เน็ต หรือด้านการติดต่อสื่อสารโทรคมนาคมในระยะไกลต่าง ๆ ก่อให้เกิดการนำเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลมาใช้ในองค์กร เป็นการนำความรู้จากข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมาสร้างทางเลือกในการตัดสินใจในการบริหารจัดการ ส่งผลให้เราสามารถลดต้นทุน ลดเวลา ในการติดต่อสื่อสารส่งเสริมให้เกิดการใช้งานทรัพยากรร่วมกัน ซึ่งเหมาะกับสภาพขององค์กรในปัจจุบันที่ต้องการการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง การสื่อสารมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของสังคมมนุษย์ โดยเฉพาะการสื่อสารยุคใหม่ที่เกิดจากการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ (ICT) จำเป็นต้องมีความรู้ มีความสามารถ เพื่อนำมาใช้เพิ่มศักยภาพในองค์กรอย่างมีทักษะ และประยุกต์ใช้เพื่อการแก้ปัญหา การสื่อสารถือว่าหัวใจสำคัญ ที่จะทำให้บุคลากรทุกคนเข้าใจว่าองค์กรกำลังจะทำอะไร เพื่ออะไร ทำเมื่อไหร่และทำอย่างไร และการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสื่อสาร ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การติดต่อสื่อสาร สำเร็จตามวัตถุประสงค์
2. การทำงานร่วมกัน
เทคโนโลยี ช่วยให้เราแลกเปลี่ยนความเข้าใจ และความคิดกันได้กว้างขวางขึ้น แต่หัวใจของการแลกเปลี่ยน คือ ความสนใจร่วมกัน ใส่ใจความคิดของกันและกัน และสร้างชุมชนซึ่งเชื่อใจกัน การหาโอกาสเรียนรู้ สามารถถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และการทำงานร่วมกัน ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น การประชุม พูดคุย ผ่านเครื่องมือทาง Internet
3. เทคโนโลยีการจัดเก็บและค้นคืน
เทคโนโลยีช่วยตั้งแต่การรวบรวม การจัดเก็บข้อมูล การประมวลผล การพิมพ์ การสร้างรายงาน การสื่อสารข้อมูล ฯลฯ เพื่อให้ได้สารสนเทศไว้ใช้งานได้อย่างทันเหตุการณ์ก่อให้เกิดประสิทธิภาพทั้งในด้านการผลิต การบริการ การบริการและการดำเนินงานต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ ซึ่งจะส่งผลต่อความได้เปรียบทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และการพัฒนาคุณภาพชีวิต และคุณภาพของประชาชนในสังคม ดังนั้นเทคโนโลยี เป็นเครื่องมือเพื่อให้คนสามารถค้นหา จัดเก็บ แลกเปลี่ยน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้อย่างง่าย และรวดเร็วขึ้น
ข้อ 5. อธิบายหน้าที่และประโยชน์เพื่อการศึกษาของโปรแกรม
a.Snagit
เป็นโปรแกรมที่ใช้ บันทึกข้อมูลในรูปแบบต่างๆ สามารถใช้จับภาพหน้าจอไว้ได้หลายรูปแบบ ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และภาพวีดีโอ สามารถตัดต่อรูปภาพและตกแต่งรูปภาพได้ แล้วบันทึกข้อมูลที่ได้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น PowerPoint Excel, word หรือ บันทึกเป็นรูปภาพ เช่น jpg , png , bmp gif pdf และอื่นๆ อีกมากมาย ประโยชน์ที่เห็นเด่นชัดคือ สามารถใช้บันทึกข้อมูลไฟล์ต่างๆ ได้โดยไม่ต้องอาศัยการดาวน์โหลดเพราะบางภาพไม่อนุญาตให้ดาวน์โหลด เราก็ใช้ Snagit ในการเลือกบันทึกข้อมูลได้อย่างสะดวก และง่ายดาย
b. You Tube
เป็น website ที่ให้บริการข้อมูล ในรูปแบบของ ข้อมูลที่เป็น บทความ ภาพ วีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว ได้ทั่วโลก เมื่อมีผู้ที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูล ต่างๆ หรือผู้ที่ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ก็จะนำข้อมูลดังกล่าวมาลงหรือ post ไว้ คล้ายๆ กับ เราทำ blog เราอยากจะมีความรู้เรื่องอะไรเราก็สามารถไปค้นหาข้อมูล copy หรือ download ข้อมูลที่ต้องการได้
c. iGoogle
เป็นการกำหนดค่าความเป็น ส่วนตัวของกูเกิ้ล หรือ บ้านบนเว็บของคุณ ซึ่งเราสามารถตั้งค่าให้แสดงเนื้อหาที่สนใจได้ เช่น การรายงานข่าวธุรกิจ สภาพอากาศ ข่าวบันเทิง ข่าวเด่นข่าวด่วน ใน gmail ของเรามีกล่องจดหมายเข้ามากี่ฉบับ และสามารถเลือกได้อีกมากมาย แล้วแต่ว่าอยากได้อะไร ไม่ว่าจะเป็น ข่าวจากสำนักข่าวต่าง ๆ ข่าวเฉพาะด้าน นาฬิกา สมุดบันทึก ปรับแต่งโลโก้
d. Skype
เป็นโปรแกรม ที่ใช้สนทนาหรือพูดคุย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร สอบถามสารทุกข์สุกดิบ สามารถมองเห็นภาพคู่สนทนาได้ โดยการสนทนาจะต้องใช้ ชุดหูฟังและไมโครโฟน ในการพูดคุย และถ้าหากมีกล้องก็สามารถมองเห็นภาพได้ด้วย สามารถที่จะเข้าสู่การพูดคุยกับเพื่อนๆ ทั่วทุกโลก เปรียบเสมือนคุยโทรศัพท์ที่บ้าน ที่สำคัญคือไม่ต้องจ่ายค่าโทรศัพท์ แต่ต้องจ่ายค่า Internet แต่ในปัจจุบัน Skype มักถูกใช้เป็นเครื่องล่อลวงผ่านทางอินเตอร์เน็ต ดังปรากฏตามข่าวอยู่บ่อยๆ ดังนั้นการใช้ Skype จึงต้องใช้ความระมัดระวังและมีวิจารณญาณในการใช้ด้วย
e. Skechtup
โปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบหรือ Skech เป็นรูปภาพ 3 มิติ หรือ Model 3 มิติ แล้วเปลี่ยนเป็นภาพ 2 มิติ หรือเขียนภาพจากต้นแบบจาก 2 มิติมาเป็น 3 มิติก็ได้ โดยสามารถสร้างงานเขียนแบบหรือภาพจำลองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เช่น การสร้างอาคาร โรงจอดรถ เก้าอี้ เตียง การสร้างตึก การปรับเปลี่ยนสีของผนังในห้อง

29 เมษายน 2551 เวลา 18:42  

นางเสาวลักษณ์ กมลศิลป์ ห้อง 2
ข้อ 1. อธิบายหน้าที่ ของ GoogleSearch Featuresเหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง
a. File type คือ การค้นหาข้อมูลต่างๆ โดยกำหนดเป็นชนิดของข้อมูล เช่น word power point รูปภาพ ทำได้โดยการ กำหนดชนิดของไฟล์นั้นๆ เช่นต้องการค้นหา คำว่า snag it ที่เป็นไฟล์ powrepoint ก็ให้พิมพ์คำว่า snag it แล้วตามด้วยชนิดของไฟล์ โดยพิมพ์จุด ppt (snag it.ppt) ก็จะได้ไฟล์ข้อมูลที่ไฟล์ powerpoint
b. Definitions คือ การค้นหาข้อมูลโดยให้คำศัพท์ หรือ keyword ของข้อมูลนั้นๆ เช่น ต้องการค้นหาคำว่าคอมพิวเตอร์ หรือ Internet ก็ให้พิมพ์คำนั้น ลงไป หรือถ้าหากต้องการค้นหาข้อมูลที่มี คำสองคำ เราก็สามารถใช้เครื่องหมาย + เพิ่มเติมได้ เช่น ต้องการค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ น้ำ + ฟ้า เราก็สามารถพิมพ์คำว่า น้ำ + ฟ้า
c. Currency Conversions คือ กาคค้นหา อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย หรือประเทศอื่นๆ เช่นเมื่อเราต้องการค้นหารู้ข้อมูลเงินตราของประเทศอังกฤษ กับประเทศไทย เราก็สามารถใช้ google ช่วยสืบค้นข้อมูลที่เราต้องการได้
d. Book Search คือ เครื่องมือสำหรับการค้นหาหนังสือเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เช่น เราต้องการสืบค้นหาหนังสือเกี่ยวกับ สัตว์ ก็พิมพ์ animal เครื่องมือนี้ก็จะแสดงชื่อหนังสือเกี่ยวกับรถยนต์ให้เราเลือกข้อมูลได้อย่างหลากหลาย ซึ่งจะได้ข้อมูลเป็นเล่มๆ ซึ่งจะยังใช้คำเป็นภาษาไทยไม่ได้
e. Calculators เครื่องมือคำนวณ คำนวณอะไรได้หมด
- Addition เครื่องหมาย + ( บวก )
- Subtraction เครื่องหมาย – ( ลบ )
- x เครื่องหมาย คูณ ใช้สัญญาลักษณ์ *
- เครื่องหมาย หาร ใช้ / divition
- เปอร์เซ็นต์ ( การหาเศษส่วน )
ตัวอย่าง 4/2 หมายถึง 4 หารด้วย 2 เราก็พิมพ์ตวเลขแล้วกด enter ก็จะได้คำตอบ

ข้อ 3. หลักการภาวะผู้นำ leadership ตามองค์ประกอบของ Credibility = Trustwothiness + Expertise
- Credibility คือความไว้วางใจได้ ความเชี่ยวชาญ
- Trustworthiness ความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งมี 4 ลักษณะ
1. ไม่ลำเอียง
2. ความจริงยึดหลักความจริง
3. ความดีงาม
4. ความซื่อสัตย์
- Expertise ความเชี่ยวชาญ คือ มีประสบการณ์ มีความฉลาด มีอำนาจ มีความรู้ในสาขานั้นอย่างแท้จริง
-trustworthiness คือความไว้เนื้อเชื่อใจ ประกอบไปด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะ ความไม่ลำเอียง ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ จะบ่งบอกถึงความเป็นผู้มีความจริงใจ มีความดีงาม และมีจรรยาบรรณ
-expertise คือความเป็นผู้ชำนาญการ เป็นผู้มีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถณะสิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้และทักษะที่มีและแสดงออกมา
-ผู้บริหารที่ดีต้องบริการจัดการองค์กรให้ประสบความสำเร็จตรงตามเป้าหมายได้นั้น ผู้บริหารจะต้องมีภาวะผู้นำ ซึ่งลักษณะของภาวะผู้นำนั้นจะต้องประกอบไปด้วยคุณลักษณะต่างๆต่อไปนี้คือเป็นคนที่เชื่อถือได้ เป็นคนที่ผู้ตามให้ความไว้วางใจ หรือไว้เนื้อเชื่อใจ
-trustworthiness มีความตั้งใจจริงในการทำงาน มีสัจจะพูดคำไหนคำนั้น ไม่ลำเอียงมีความเป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์ในการทำงาน มีความเฉลียวฉลาด มีอำนาจ มีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญการ
-expertise มีความรอบรู้ในงานนั้นๆอย่างแท้จริง จึงจะทำให้ผู้ตามเกิดความเชื่อถือ credibilityในตัวของผู้บริหาร และสามารถนำพาองค์กรนั้นไปสู่ความสำเร็จได้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่ได้วางไว้

ข้อ 4. ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM

Knowledge Management การจัดการความรู้ คือ มีการรวบรวม การจัดระบบการจัดเก็บและการเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้ มีการแบ่งปัน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้กับองค์กร
ในปัจจุบัน ICT มีบาทบาทในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก เราสามารถนำมาใช้ในการจัดการความรู้ได้ คือ
1.เทคโนโลยีการสื่อสาร ปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้เราหันมาให้ความสำคัญต่อการติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทำให้เราสามารถติดต่อเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของอินเทอร์เน็ต หรือด้านการติดต่อสื่อสารโทรคมนาคมในระยะไกลต่าง ๆ ก่อให้เกิดการนำเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลมาใช้ในองค์กร ส่งผลให้เราสามารถลดต้นทุน ลดเวลา ในการติดต่อสื่อสารส่งเสริมให้เกิดการใช้งานทรัพยากรร่วมกัน ปัจจุบันที่ต้องการการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง การสื่อสารมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของสังคมมนุษย์
2.เทคโนโลยีสนับสนุนการทำงานร่วมกัน ซึ่งจะช่วยให้เราแลกเปลี่ยน ความรู้ ความเข้าใจ และความคิดกันได้กว้างขวางขึ้น แต่หัวใจของการแลกเปลี่ยน คือ ความสนใจร่วมกัน ใส่ใจความคิดของกันและกัน และสร้างชุมชนซึ่งเชื่อใจกัน การหาโอกาสเรียนรู้ สามารถถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และการทำงานร่วมกัน ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น การประชุม พูดคุย ผ่านเครื่องมือทางเทคโนโลยีต่างๆ
3. เทคโนโลยีการจัดเก็บและค้นข้อมูล เทคโนโลยีช่วยตั้งแต่การรวบรวม การจัดเก็บข้อมูล การประมวลผล การพิมพ์ การสร้างรายงาน การสื่อสารข้อมูล ฯลฯ เพื่อให้ได้สารสนเทศไว้ใช้งานได้อย่างทันเหตุการณ์ก่อให้เกิดประสิทธิภาพทั้งในด้านการผลิต การบริการ การบริการและการดำเนินงานต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ ซึ่งจะส่งผลต่อความได้เปรียบทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และการพัฒนาคุณภาพชีวิต และคุณภาพของประชาชนในสังคม ดังนั้นเทคโนโลยี เป็นเครื่องมือเพื่อให้คนสามารถค้นหา จัดเก็บ แลกเปลี่ยน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้อย่างง่าย และรวดเร็วขึ้น

ข้อ 5. หน้าที่และประโยชน์ของโปรแกรม
a.Snagit
เป็นโปรแกรมที่ใช้ บันทึกข้อมูลในรูปแบบต่างๆ สามารถใช้จับภาพหน้าจอไว้ได้หลายรูปแบบ ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และภาพวีดีโอ สามารถตัดต่อรูปภาพและตกแต่งรูปภาพได้ แล้วบันทึกข้อมูลที่ได้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น PowerPoint Excel, word หรือ บันทึกเป็นรูปภาพ เช่น jpg , png , bmp gif pdf
b. You Tube
เป็น website ที่ให้บริการข้อมูล ในรูปแบบของ ข้อมูลที่เป็น บทความ ภาพ วีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว ได้ทั่วโลก เมื่อมีผู้ที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูล ต่างๆ หรือผู้ที่ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ก็จะนำข้อมูลดังกล่าวมาลงหรือ post ไว้ คล้ายๆ กับ เราทำ blog เราอยากจะมีความรู้เรื่องอะไรเราก็สามารถไปค้นหาข้อมูล คัดลอกหรือ โหลด ข้อมูลที่ต้องการได้ ซึ่งเราสามารถใช้โปรแกรมต่างๆ ช่วยในการนำข้อมูลมาใช้
c. iGoogle
เป็นการกำหนดค่าความเป็น ส่วนตัวของกูเกิ้ล หรือ บ้านบนเว็บของคุณ ซึ่งเราสามารถตั้งค่าให้แสดงเนื้อหาที่สนใจได้ เช่น การรายงานข่าวธุรกิจ สภาพอากาศ ข่าวบันเทิง ข่าวเด่นข่าวด่วน ใน gmail ของเรามีกล่องจดหมายเข้ามากี่ฉบับ และสามารถเลือกได้อีกมากมาย แล้วแต่ว่าอยากได้อะไร ไม่ว่าจะเป็น ข่าวจากสำนักข่าวต่าง ๆ ข่าวเฉพาะด้าน นาฬิกา สมุดบันทึก ปรับแต่งโลโก้
d. Skype
เป็นโปรแกรม ที่ใช้สนทนาหรือพูดคุย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร สอบถามสารทุกข์สุกดิบ สามารถมองเห็นภาพคู่สนทนาได้ โดยการสนทนาจะต้องใช้ ชุดหูฟังและไมโครโฟน ในการพูดคุย และถ้าหากมีกล้องก็สามารถมองเห็นภาพได้ด้วย สามารถที่จะเข้าสู่การพูดคุยกับเพื่อนๆ ทั่วทุกโลก เปรียบเสมือนคุยโทรศัพท์ที่บ้าน ที่สำคัญคือไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการบริการโทรศัพท์
e. Skechtup
โปรแกรมที่ใช้ช่วยในการออกแบบหรือ Skech เป็นรูปภาพ 3 มิติ หรือ Model 3 มิติ แล้วเปลี่ยนเป็นภาพ 2 มิติ หรือเขียนภาพจากต้นแบบจาก 2 มิติมาเป็น 3 มิติก็ได้ โดยสามารถสร้างงานเขียนแบบหรือภาพจำลองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เช่น การสร้าง อาคาร โรงจอดรถ เก้าอี้ เตียง การสร้างตึก การปรับเปลี่ยนสีของผนังในห้อง ทำให้ง่ายต่อการใช้งาน และง่ายต่อการนำเสนองาน หรือสอนให้นักศึกษาใช้งานได้

29 เมษายน 2551 เวลา 18:54  

นายนรากร แย้มศิริ ห้อง 2

ข้อ 1. อธิบายหน้าที่ ของ GoogleSearch Featuresเหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง
a. File type คือ การค้นหาข้อมูลต่างๆ โดยกำหนดเป็นชนิดของข้อมูล เช่น word power point โดยการ กำหนดชนิดของไฟล์ที่ต้องการค้นหา เช่น ต้องการหาหัวข้อวิจัย เกี่ยวกับนักเรียน เราก็สามารถพิมพ์ คำว่า วิจัย หรือพิมพ์ว่า วิจัยที่เกี่ยวข้องกับนักเรียน แล้วตามด้วยชนิดของไฟล์ โดยพิมพ์จุด doc ก็จะได้ไฟล์ข้อมูลที่ไฟล์ word เพียงอย่างเดียว
b. Definitions คือ การค้นหาข้อมูลโดยให้คำศัพท์ ของข้อมูลนั้นๆ เช่น ต้องการค้นหาคำว่ายาแผนโบราณ ก็ให้พิมพ์คำนั้น ลงไป หรือถ้าหากต้องการค้นหาข้อมูลที่มี คำสองคำ เราก็สามารถใช้เครื่องหมาย + เพิ่มเติมได้ เช่น ต้องการค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ พืช และยา เราก็สามารถพิมพ์คำว่า พืช + ยา
c. Currency Conversions คือ กาคค้นหา อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างๆ เพื่อหาข้อมูลเปรียบเทียบค่าเงินกับประเทศอื่นๆ ได้ เช่นเมื่อเราต้องการค้นหาข้อมูลเงินตราของประเทศอังกฤษ กับเยอรมัน เราก็สามารถพิมพ์ค่าเงินลงไปเพื่อหาข้อมูลมาเปรียบเทียบกัน
d. Book Search คือ การค้นหาหนังสือเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ หรือการค้นหาข้อมูลที่เป็นรูปแบบของหนังสือทั้งเล่ม เช่น เราต้องการสืบค้นหาหนังสือเกี่ยวกับ การแต่งรถ ก็พิมพ์ Racing เครื่องมือนี้ก็จะแสดงชื่อหนังสือเกี่ยวกับข้อมูลในวงการแต่งรถให้เราสามารถเลือกข้อมูลได้อย่างหลากหลาย
e. Calculators เครื่องมือคำนวณ เหมือนกับการใช้เครื่องคิดเลขทั่วไป ซึ่งเราต้องป้อนค่าลงในช่อง เช่น ต้องการหาค่า 2 คูณ 4 ได้ค่าเท่าไหร่ เราก็พิมพ์ว่า 2 * 4 ก็จะได้ค่าขึ้นมา ซึ่งการให้บริการคำนวณค่าของgoogle นี้ ยังสามารถเลือก option ของเครื่องคิดเลขได้ด้วยว่าจะเหมือนกับเครื่องคิดเลขธรรมดา หรือต้องการ function เพิ่มเติม

ข้อ 2. หลักแต่ละข้อของ 10 c มีประโยชน์ในการเลือกสารสนเทศใน อินเตอร์เน็ตอย่างไร
a. Citations แหล่งทรัพยากรหรือข้อความใน อินเตอร์เน็ต ควรมีข้อความอ้างอิง เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของบทความและสามารถค้นหาข้อมูล เพื่อเป็นการวิจัยค้นคว้าให้ลึกลงไปได้อีก หรือที่เรียกว่ามีรากเหง้า ซึ่งการเขียนอ้างอิงหรือการบอกที่มาก็จะมีมาตรฐานหรือวิธีการเขียนอ้างอิงหรือบรรณานุกรมซึ่งมีอยู่หลายแบบหรือหลายลักษณะ เช่น Apa อเมริกัน ผู้แต่งตามด้วย พ.ศ. ตามด้วย เมืองที่พิมพ์ ( เหมือนของ ม.วงษ์ชวลิตกุล )
แบบของ จุฬา ผู้แต่ง ตามด้วย พ.ศ. ตามด้วย วงเล็บ เมืองที่พิมพ์ )
b. Critical thinking คือการคิดเชิงวิกฤต ไปเจออะไรต้องคิดแบบหัวทิ่มดิน ใช้ประสบการณ์ ความรู้ ไปวัด ไปประเมิน ว่าผู้แต่งเป็นใคร รู้จักเขาหรือไม่ แล้วสรุปว่าน่าเชื่อถือได้หรือไม่ การทำงานให้ทำเหมือนไปเจอสิ่งตีพิมพ์ใหม่ ๆ ใครแต่ง มีชื่อเสียงหรือไม่ แล้วนำข้อมูลหรือรายละเอียดมาวิเคราะห์ดู
c. Credibility คือความน่าเชื่อถือและความสามารถ ก็คือความสามารถที่จะเชื่อถือได้ ข้อแรก ดูที่ผู้แต่ง รู้จักแต่งหรือไม่ เชื่อถือได้หรือไม่ เป็นผู้รู้ใน สาขานั้นหรือไม่ หรือการดูที่ตัวลงท้ายเช่นจุด ac. ก็จะมีความเป็นวิชาการสูง พวกที่ที่ลงท้ายด้วยจุด .org .net มีความเชื่อถือมากกว่า .com เพราะจุด . com เป็นการทำเพื่อการค้า
d. content คือ เนื้อหาสาระ ผู้แต่งคือใคร จะบอกถึงเครดิต เนื้อหาที่ไม่มีผู้แต่งเป็นเนื้อหาที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือต้องมี จูลี่ ในระบบศาลอเมริกันมีลูกขุน หรือคณะผู้อ่านตรวจ ก็จะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ศาลไทยใช้สืบพยานตามกระแสข่าวสารได้ ตามกระแสเชิงวิชาการได้ต้องดูว่าเขียนมาด้วยความจริงจังในเชิงวิชาการหรือเขียนมาเสียดสีกันมาเล่น ๆ วันที่เขียนบทความนั้น มีความใหม่หรือเปล่า บทความนั้นมีความเป็นปัจจุบันหรือไม่
e. Copyright ลิขสิทธิ์ ในการใช้งาน ความในอินเตอร์เน็ต ถึงแม้ไม่มีผู้เขียนชัดเจน แต่ สิ่งเหล่านี้ตกอยู่ภายใต้สนธิสัญญาทางลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น ต้องระวังเรื่องลิขสิทธิ์อยู่เสมอ แต่ในต่างประเทศเขาจะมีวิธีการให้ใช้บทความที่ได้มาจากอินเตอร์เน็ต ว่าบทความไหน สามารถคัดลอกได้ บทความไหนไม่สามารถคัดลอกได้ หรืออาจจะต้องเสียเงินในการใช้บริการข้อมูลต่างๆ
ข้อ 3. หลักการภาวะผู้นำ leadership ตามองค์ประกอบของ Credibility = Trustwothiness + Expertise
- Credibility คือ ความไว้วางใจได้ ความเชี่ยวชาญ
- Trustworthiness ความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งมี 4 ลักษณะ
-trustworthiness คือความไว้เนื้อเชื่อใจ ประกอบไปด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะ ความไม่ลำเอียง ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ จะบ่งบอกถึงความเป็นผู้มีความจริงใจ มีความดีงาม และมีจรรยาบรรณ
-expertise คือความเป็นผู้ชำนาญการ เป็นผู้มีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถณะสิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้และทักษะที่มีและแสดงออกมา
-ผู้บริหารที่ดีต้องบริการจัดการองค์กรให้ประสบความสำเร็จตรงตามเป้าหมายได้นั้น ผู้บริหารจะต้องมีภาวะผู้นำ ซึ่งลักษณะของภาวะผู้นำนั้นจะต้องประกอบไปด้วยคุณลักษณะต่างๆต่อไปนี้คือเป็นคนที่เชื่อถือได้ เป็นคนที่ผู้ตามให้ความไว้วางใจ หรือไว้เนื้อเชื่อใจ
-trustworthiness มีความตั้งใจจริงในการทำงาน มีสัจจะพูดคำไหนคำนั้น ไม่ลำเอียงมีความเป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์ในการทำงาน มีความเฉลียวฉลาด มีอำนาจ มีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญการ
-expertise มีความรอบรู้ในงานนั้นๆอย่างแท้จริง จึงจะทำให้ผู้ตามเกิดความเชื่อถือ credibilityในตัวของผู้บริหาร และสามารถนำพาองค์กรนั้นไปสู่ความสำเร็จได้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่ได้วางไว้

ข้อ 4. ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM

Knowledge Management การจัดการความรู้ คือ มีการรวบรวม การจัดระบบการจัดเก็บและการเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้ มีการแบ่งปัน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้กับองค์กร
ในปัจจุบัน ICT มีบาทบาทในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก เราสามารถนำมาใช้ในการจัดการความรู้ได้ คือ
1.เทคโนโลยีการสื่อสาร
ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้เราหันมาให้ความสำคัญต่อการติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทำให้เราสามารถติดต่อเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของอินเทอร์เน็ต หรือด้านการติดต่อสื่อสารโทรคมนาคมในระยะไกลต่าง ๆ ก่อให้เกิดการนำเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลมาใช้ในองค์กร เป็นการนำความรู้จากข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมาสร้างทางเลือกในการตัดสินใจในการบริหารจัดการ ส่งผลให้เราสามารถลดต้นทุน ลดเวลา ในการติดต่อสื่อสารส่งเสริมให้เกิดการใช้งานทรัพยากรร่วมกัน ซึ่งเหมาะกับสภาพขององค์กรในปัจจุบันที่ต้องการการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง การสื่อสารมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของสังคมมนุษย์ โดยเฉพาะการสื่อสารยุคใหม่ที่เกิดจากการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ (ICT) จำเป็นต้องมีความรู้ มีความสามารถ เพื่อนำมาใช้เพิ่มศักยภาพในองค์กรอย่างมีทักษะ และประยุกต์ใช้เพื่อการแก้ปัญหา การสื่อสารถือว่าหัวใจสำคัญ ที่จะทำให้บุคลากรทุกคนเข้าใจว่าองค์กรกำลังจะทำอะไร เพื่ออะไร ทำเมื่อไหร่และทำอย่างไร และการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสื่อสาร ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การติดต่อสื่อสาร สำเร็จตามวัตถุประสงค์
2.เทคโนโลยีสนับสนุนการทำงานร่วมกัน
เทคโนโลยี ช่วยให้เราแลกเปลี่ยนความเข้าใจ และความคิดกันได้กว้างขวางขึ้น แต่หัวใจของการแลกเปลี่ยน คือ ความสนใจร่วมกัน ใส่ใจความคิดของกันและกัน และสร้างชุมชนซึ่งเชื่อใจกัน การหาโอกาสเรียนรู้ สามารถถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และการทำงานร่วมกัน ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น การประชุม พูดคุย ผ่านเครื่องมือทาง Internet
3. เทคโนโลยีการจัดเก็บและค้นคืน
เทคโนโลยีช่วยตั้งแต่การรวบรวม การจัดเก็บข้อมูล การประมวลผล การพิมพ์ การสร้างรายงาน การสื่อสารข้อมูล ฯลฯ เพื่อให้ได้สารสนเทศไว้ใช้งานได้อย่างทันเหตุการณ์ก่อให้เกิดประสิทธิภาพทั้งในด้านการผลิต การบริการ การบริการและการดำเนินงานต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ ซึ่งจะส่งผลต่อความได้เปรียบทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และการพัฒนาคุณภาพชีวิต และคุณภาพของประชาชนในสังคม ดังนั้นเทคโนโลยี เป็นเครื่องมือเพื่อให้คนสามารถค้นหา จัดเก็บ แลกเปลี่ยน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้อย่างง่าย และรวดเร็วขึ้น

ข้อ 5. หน้าที่และประโยชน์ของโปรแกรม
a.Snagit
เป็นโปรแกรมที่ใช้ บันทึกข้อมูลในรูปแบบต่างๆ สามารถใช้จับภาพหน้าจอไว้ได้หลายรูปแบบ ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และภาพวีดีโอ สามารถตัดต่อรูปภาพและตกแต่งรูปภาพได้ แล้วบันทึกข้อมูลที่ได้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น PowerPoint Excel, word หรือ บันทึกเป็นรูปภาพ เช่น jpg , png , bmp gif pdf และอื่นๆ อีกมากมาย
b. You Tube
เป็น website ที่ให้บริการข้อมูล ในรูปแบบของ ข้อมูลที่เป็น บทความ ภาพ วีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว ได้ทั่วโลก เมื่อมีผู้ที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูล ต่างๆ หรือผู้ที่ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ก็จะนำข้อมูลดังกล่าวมาลงหรือ post ไว้ คล้ายๆ กับ เราทำ blog เราอยากจะมีความรู้เรื่องอะไรเราก็สามารถไปค้นหาข้อมูล copy หรือ download ข้อมูลที่ต้องการได้ (โดยอาจจะใช้โปรแกรม Snag it มาช่วยได้ครับ )
c. iGoogle
เป็นการกำหนดค่าความเป็น ส่วนตัวของกูเกิ้ล หรือ บ้านบนเว็บของคุณ ซึ่งเราสามารถตั้งค่าให้แสดงเนื้อหาที่สนใจได้ เช่น การรายงานข่าวธุรกิจ สภาพอากาศ ข่าวบันเทิง ข่าวเด่นข่าวด่วน ใน gmail ของเรามีกล่องจดหมายเข้ามากี่ฉบับ และสามารถเลือกได้อีกมากมาย แล้วแต่ว่าอยากได้อะไร ไม่ว่าจะเป็น ข่าวจากสำนักข่าวต่าง ๆ ข่าวเฉพาะด้าน นาฬิกา สมุดบันทึก ปรับแต่งโลโก้
d. Skype
เป็นโปรแกรม ที่ใช้สนทนาหรือพูดคุย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร สอบถามสารทุกข์สุกดิบ สามารถมองเห็นภาพคู่สนทนาได้ โดยการสนทนาจะต้องใช้ ชุดหูฟังและไมโครโฟน ในการพูดคุย และถ้าหากมีกล้องก็สามารถมองเห็นภาพได้ด้วย สามารถที่จะเข้าสู่การพูดคุยกับเพื่อนๆ ทั่วทุกโลก เปรียบเสมือนคุยโทรศัพท์ที่บ้าน ที่สำคัญคือไม่ต้องจ่ายค่าโทรศัพท์ แต่ต้องจ่ายค่า Internet ครับ
e. Skechtup
โปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบหรือ Skech เป็นรูปภาพ 3 มิติ หรือ Model 3 มิติ แล้วเปลี่ยนเป็นภาพ 2 มิติ หรือเขียนภาพจากต้นแบบจาก 2 มิติมาเป็น 3 มิติก็ได้ โดยสามารถสร้างงานเขียนแบบหรือภาพจำลองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เช่น การสร้าง อาคาร โรงจอดรถ เก้าอี้ เตียง การสร้างตึก การปรับเปลี่ยนลูกเล่นหรือใช้ option ต่างๆ ได้มากมาย

29 เมษายน 2551 เวลา 18:58  

นายธีรพล ทองบุญ สมาชิกห้อง 2 เลขที่ 2
ขอล้างมลทิน (ที่เกิดจากการทำข้อสอบ)ดังนี้ครับ

ข้อ 3. หลักการภาวะผู้นำ leadership ตามองค์ประกอบของ Credibility =Trustwothiness + Expertise
- Credibility คือ ความสามารถที่จะเชื่อถือได้ ไว้วางใจได้ ในเนื้อหา หรือบทความนั้นๆ
- Trustworthiness คือ ความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งผู้ที่จะค้นหาข้อมูลข้อมูลจาก website ต้องมีการประเมินหรือวิเคราะห์ดูว่า เนื้อหาหรือบทความที่เราจะนำมาเป็นข้อมูลนั้นมีความไว้เนื้อเชื่อใจได้หรือไม่ ซึ่งดูได้จาก
- ความตั้งใจจริง คือ ไม่ใช่เป็นการเขียนเพื่อกล่าวเสียดสี หรือเนื้อหาที่ขำขัน
- ความมีสัจจะ คือ น่าเชื่อถือได้ในข้อมูล หรือนำไปอ้างอิงตามหลักวิชาการได้
- ความไม่ลำเอียง คือ เนื้อหาต้องไม่โน้มเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งจนสุดโต่ง เช่น ซ้ายจัด หรือขวาจัด
Expertise คือ ความเป็นผู้ชำนาญการ คือ ผู้เขียนบทความจะต้องเป็นผู้มีความรู้ มีประสบการณ์ ซึ่งจะบอกถึงความรู้และทักษะต่างๆ ที่ website แสดงออกมา ถ้าหากผู้เขียนเป็นผู้ชำนาญการในเรื่องนั้นก็จะเพิ่มความน่าเชื่อถือได้มากขึ้น
ดังนั้น ในการค้นหาข้อมูลจาก Website หรือ การที่เราจะเป็นผู้นำทางข้อมูลข่าวสาร เพื่อนำไปใช้ในการตัดสินใจ หรือนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ต่างๆ ผู้นำจะต้องมีการวิเคราะห์ หรือตรวจสอบข้อมูลด้วยว่า ข้อมูลที่ได้ มีความเป็นจริง ความเป็นวิชาการ หรือมีความน่าเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด โดยพิจารณาจากรายละเอียดข้างต้นและนำความรู้นั้นไป วิเคราะห์ปัญหา คิดแก้ไขปัญหา โดยใช้หลักการบริหาร เช่น มีความเป็นธรรม มีความกล้าหาญ เด็ดขาด มีมนุษย์สัมพันธ์ มีความยุติธรรม อดทน ตื่นตัวไม่ตื่นตูม เราก็จะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อ 4. ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM
ปัจจุบันเทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว องค์กรต่างๆ จะต้องมีการเตรียมเอาเทคโนโลยีมาช่วยในการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพได้สูงสุด โดยเราสามารถนำเทคโนโลยีไปใช้ร่วมกับการบริหารจัดการต่างๆ ให้ดีขึ้น เช่น การใช้ ICT ร่วมกับการจัดการความรู้ (KM) ซึ่ง ICT นับว่ามีบทบาทสำคัญในขั้นตอนของการจัดการความรู้ เช่น
1. ในขั้นตอนการจัดการให้เกิดความรู้ หรือการสร้างความรู้ เราสามารถใช้ เทคโนโลยีช่วย ในการค้นหาความรู้จากแหล่งต่างๆ เช่น ตัวบุคคล ผู้ชำนาญการ การคบหา การแลกเปลี่ยนความรู้ต่อหน้า หรือการค้นหา จาก website จากคอมพิวเตอร์ จากสื่อต่างๆ
2. ในขั้นตอนการจัดการให้เกิดองค์ความรู้ โดยการนำความรู้มาวิเคราะห์ สังเคราะห์ แล้วนำข้อมูลไปจัดเก็บ ให้เป็นหวดหมู่ เพื่อง่ายต่อการจัดเก็บและสืบค้น เป็นความรู้ที่เราวิเคราะห์หรือสังเคราะห์จากประสบการณ์ตัวเอง แล้วนำไปจัดเก็บในคอมพิวเตอร์ หรือ ใน Website โดยอาจจะมีการจัดทำเป็นฐานข้อมูล
3. ในขั้นตอนการจัดการให้เกิดการนำข้อมูลไปใช้ โดยเราสารถคัดเลือกใช้ข้อมูลต่างๆ ที่เราสนใจได้อย่างสะดวกรวดเร็วขึ้น ถ้าหากมีการจัดเก็บไว้เป็นหมวดหมู่
4. ในขั้นตอนการจัดการให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยส่งเสริมให้องค์กรได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ได้ทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยกัน หรือการใช้เทคโนโลยีต่างๆ ซึ่งจะต้องมีการวิเคราะห์และตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้งาน
5. ขั้นตอนของการจัดเก็บเป็นคลังความรู้ เพื่อง่ายต่อการกระจายข้อมูลข่าวสาร หรือนำไปสู่การปฏิบัติเมื่อทดลองปฏิบัติจนเกิดความชำนาญแล้วก็จะได้เป็นความรู้ใหม่เนื่องจากสามารถคิดวิธีการใหม่ๆ ซึ่งเป็นความรู้ที่เกิดจากการทดลองทำ แก้ไขปรับปรุง จนเกิดเป็นความรู้ที่เกิดขึ้นกับตัวผู้ที่ปฏิบัติงานเอง และสามารถถ่ายทอดไปเป็นความรู้ในวงจรใหม่ต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ ถ้าหากเราใช้ ICT ไปช่วยในขั้นตอนนี้ก็อาจจะทำให้เรามีความเข้าใจในงานนั้นๆ มากยิ่งขึ้น หรือเร็วยิ่งขึ้น การทำงานก็จะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


ข้อ 5. หน้าที่และประโยชน์ของโปรแกรม
c. iGoogle (กูเกิ้ลของเรา) เป็นการกำหนด ตัวเลือกหรือกำหนดการใช้งานของ Google
ประโยชน์ ก็คือเป็นการกำหนดค่าความเป็น ส่วนตัวบนเว็บของเราเอง ซึ่งเราสามารถตั้งค่าให้แสดงเนื้อหาที่สนใจได้ เช่น การรายงานข่าวธุรกิจ สภาพอากาศ ข่าวบันเทิง ข่าวเด่นข่าวด่วน ใน gmail ของเรามีกล่องจดหมายเข้ามากี่ฉบับ ข่าวเฉพาะด้าน นาฬิกา สมุดบันทึก ปรับแต่งโลโก้ และสามารถเลือกได้อีกมากมาย แล้วแต่ว่าอยากได้ข้อมูลอะไรบ้าง ซึ่งทำให้เราเข้าถึงข้อมูลต่างๆได้รวดเร็วขึ้น

e. Skechtup คือ โปรแกรมที่ใช้เขียนแบบด้วยคอมพิวเตอร์ ประโยชน์ก็คือ เป็นโปรแกรมที่ใช้ช่วยในการออกแบบหรือ Sketch ชิ้นงานเป็นรูปภาพ 3 มิติ หรือรูปภาพ 2 มิติ ซึ่งสามารถเปลี่ยนภาพ 2 มิติเป็นภาพ 3 มิติ ได้อย่างง่ายดาย หรือ Sketch ภาพจากต้นแบบ 2 มิติมาทำเป็นภาพ 3 มิติก็ได้ เช่น เดียวกับ โปรแกรม AutoCAD หรือ Cad Thai โดยสามารถสร้างงานเขียนแบบหรือภาพจำลองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เพราะสามารถจัดเก็บข้อมูลที่เขียนแล้วได้ สามารถนำข้อมูลนั้นๆ มาแก้ไขได้อีก ซึ่งจะเป็นงานเขียนแบบที่เน้นทางด้าน ก่อสร้าง หรือสถาปัต มากกว่าทางด้านเครื่องกล เช่น การสร้าง อาคาร โรงจอดรถ เก้าอี้ เตียง การสร้างตึก การปรับเปลี่ยนสีของผนังในห้องต่างๆ ซึ่งเป็นการให้บริการของ Google หรือเป็นส่วนหนึ่งของ Google นั่นเอง

29 เมษายน 2551 เวลา 19:03  

นายยงยุทธ์ จันทรัตน์ รหัส 50210239 ศูนย์สระบุรี ห้อง 2 อาจารย์ครับ คำว่า แสงสว่างกับปัญญา และแสงสว่างแห่งปัญญา อาจารย์ว่าเหมือนกันหรือต่างกันอย่างไรครับ ถ้ากลุ่มนักศึกษาเราไม่มี แสงสว่างแห่งปัญญาคงจะอันตรายนะครับ

ข้อ 1. อธิบายหน้าที่ ของ GoogleSearch Featuresเหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง

A. File type เป็นเครื่องมือช่วยในการค้นหา File ต่างๆ ที่อยู่กำหนดเป็นชนิด File ข้อมูล เช่น word , power point , pdf เช่นต้องการนำเสนอ เนื้อหาที่เกี่ยวกับ sound.ppt แล้วทำการ search file ที่ได้ก็จะเป็นที่มีแต่ การนำเสนอ เนื้อหาที่เกี่ยวกับ sound.ppt เพียงอย่างเดียว

B. Definitions เป็นเครื่องมือช่วยในการค้นหา ข้อมูลโดยให้คำศัพท์ หรือ keyword ของข้อมูลนั้นๆ เช่น ต้องการค้นหาคำว่าคอมพิวเตอร์ หรือ Internet ก็ให้พิมพ์คำนั้น ลงไป หรือถ้าหากต้องการค้นหาข้อมูลที่มี คำสองคำ เราก็สามารถใช้เครื่องหมาย + เพิ่มเติมได้ เช่น ต้องการค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ หนู และแมว เราก็สามารถพิมพ์คำว่า rat + cat หรือ rat and cat ก็จะได้ข้อมูลจาก website ต่างๆ

C. Currency Conversions เป็นเครื่องมือช่วยในการค้นหา อัตราแลกเปลี่ยนค่าของสกุลเงินตราของประเทศต่าง เช่น 3.5 USD in GBP

D. Book Search เครื่องมือสำหรับการค้นหาหนังสือ เรื่องต่างๆ เช่น เราต้องการสืบค้นหาหนังสือเกี่ยวกับ เครื่องเสียง เรา ก็พิมพ์คำว่า Sound เครื่องมือนี้ก็จะแสดงชื่อหนังสือเกี่ยวกับ sound ให้เราเลือกข้อมูลได้อย่างหลากหลาย ซึ่งจะได้ข้อมูลเป็นเล่มๆ บางเล่มก็สามารถอ่านได้ทั้งเล่ม หรือบางหน้าของหนังสือ

E. Calculators เครื่องมือที่ช่วยในการคำนวณ ทางคณิตศาสตร์ เช่น
- Addition เครื่องหมาย + ( บวก )
- Subtraction เครื่องหมาย – ( ลบ )
- x เครื่องหมาย คูณ ใช้สัญญาลักษณ์ *
- เครื่องหมาย หาร ใช้ / divition
- เปอร์เซ็นต์ ( การหาเศษส่วน )
ตัวอย่าง 5+2*5 ในความหมายของการคำนวณ หมายถึงโปรแกรม จะนำ 2*5 แล้วไปบวกกับ 5 ผลจะได้เท่ากับ 50

ข้อ 2. หลักแต่ละข้อของ 10 c มีประโยชน์ในการเลือกสารสนเทศใน อินเตอร์เน็ตอย่างไร

A. Citations แหล่งทรัพยากรหรือข้อความใน อินเตอร์เน็ต ควรมีข้อความอ้างอิง เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของบทความและสามารถค้นหาข้อมูล เพื่อเป็นการวิจัยค้นคว้าให้ลึกลงไปได้อีก หรือที่เรียกว่ามีรากเหง้า ซึ่งการเขียนอ้างอิงหรือการบอกที่มาก็จะมีมาตรฐานหรือวิธีการเขียนอ้างอิงหรือบรรณานุกรม

B. Critical thinking คือการคิดเชิงวิกฤต ไปเจออะไรต้องไม่คิดแบบหัวทิ่มดิน ต้องใช้ประสบการณ์ ความรู้ ไปวัด ไปประเมิน ว่าผู้แต่งเป็นใคร รู้จักเขาหรือไม่ แล้วสรุปว่าน่าเชื่อถือได้หรือไม่ การทำงานให้ทำเหมือนไปเจอสิ่งตีพิมพ์ใหม่ ๆ ใครแต่ง มีชื่อเสียงหรือไม่ แล้วนำข้อมูลหรือรายละเอียดมาวิเคราะห์ดู

C. Credibility คือความน่าเชื่อถือและความสามารถ ก็คือความสามารถที่จะเชื่อถือได้ ข้อแรก ดูที่ผู้แต่ง รู้จักแต่งหรือไม่ เชื่อถือได้หรือไม่ เป็นผู้รู้ผู้ชำนาญในเรื่องนั้น สาขานั้นหรือไม่ เช่น ถ้า WWW ลงท้ายด้วยจุด .ac .org .net .edu .gov มีความเชื่อถือมากกว่า .com เพราะ .ac .org .net .edu .gov เป็น web ที่เกี่ยวกับการศึกษา ส่วน . com เป็น web ที่เกี่ยวการทำเพื่อการค้า

D. content คือ เนื้อหาสาระ ผู้แต่งคือใคร จะบอกถึงเครดิต เนื้อหาที่ไม่มีผู้แต่งเป็นเนื้อหาที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือต้องคณะผู้อ่านสอบ ตรวจทาน ก็จะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ตามกระแสเชิงวิชาการ ได้ต้องดูว่าเขียนมาด้วยความจริงจังในเชิงวิชาการหรือเขียนมาเสียดสีกันมาเล่น ๆ วันที่เขียนบทความนั้น มีความใหม่หรือเปล่า บทความนั้นมีความเป็นปัจจุบันหรือไม่

E. Copyright (ลิขสิทธิ์) แม้ว่าบทความในอินเตอร์เน็ต ไม่มีผู้เขียนชัดเจน แต่มันมีที่อยู่ สิ่งเหล่านี้ตกอยู่ภายใต้สนธิสัญญาทางลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น ต้องระวังเรื่องลิขสิทธิ์อยู่เสมอ แต่ในต่างประเทศเขาจะมีวิธีการให้ใช้บทความที่ได้มาจากอินเตอร์เน็ตหรือเรียกว่า ใช้อย่างยุติธรรม คือสามารถใช้ข้อความสั้น ๆ หรือการกล่าวอ้างอิงหรืออ้างถึงได้

ข้อ 3. หลักการภาวะผู้นำ leadership ตามองค์ประกอบของ
Credibility = Trustwothiness + Expertise

Credibility คือความไว้วางใจได้ ความ เชี่ยวชาญ

Trustworthiness คือความไว้เนื้อเชื่อใจ ประกอบไปด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะ ความไม่ลำเอียง ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ จะบ่งบอกถึงความเป็นผู้มีความจริงใจ มีความดีงาม และมีจรรยาบรรณ

Expertise คือความเป็นผู้ชำนาญการ เป็นผู้มีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถณะสิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้และทักษะที่มีและแสดงออกมา

ผู้บริหารที่ดีต้องบริการจัดการองค์กรให้ประสบความสำเร็จตรงตามเป้าหมายได้นั้น ผู้บริหารจะต้องมีภาวะผู้นำ ซึ่งลักษณะของภาวะผู้นำนั้นจะต้องประกอบไปด้วยคุณลักษณะต่างๆต่อไปนี้คือเป็นคนที่เชื่อถือได้ เป็นคนที่ผู้ตามให้ความไว้วางใจ หรือไว้เนื้อเชื่อใจ มีความตั้งใจจริงในการทำงาน มีสัจจะพูดคำไหนคำนั้น ไม่ลำเอียงมีความเป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์ในการทำงาน มีความเฉลียวฉลาด มีอำนาจ+บารมี หรือคุณธรรม จริยธรรม มีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญการ หรือมีความรอบรู้ในงานนั้นๆอย่างแท้จริง จึงจะทำให้ผู้ตามเกิดความเชื่อถือ credibility ในตัวของผู้บริหาร และสามารถนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จได้ตรงตามวัตถุประสงค์ หรือเป้าหมายที่ได้วางไว้

ข้อ 4. ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM

เทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) กับการจัดการความรู้
ทำให้เราเข้าถึงความรู้ได้ง่าย เร็ว และสื่อสารระหว่าง บุคคลหรือผู้เชี่ยวชาญได้ง่าย ช่วยเป็นตัวกลางในการทำให้เกิดการทำงานร่วมกันเป็นทีม ใช้ในการจัดเก็บรวบรวม และจัดการความรู้
• การทำงานแบบทีม
• การแลกเปลี่ยนความรู้ในองค์กร
• การสร้างและเสาะแสวงหาความรู้จากภายนอก
• News group และ Discussion group กับการ แบ่งปันความรู้
• การแสวงหาความรู้ และผู้เชี่ยวชาญ ( Search Engine , Full text search , OLAP and Data mining , Multimedia Technology and Content , Analysis, Distribution , Knowledge Expert System )

ข้อ 5. หน้าที่และประโยชน์ของโปรแกรม

A.Snagit
เป็นโปรแกรมที่เปรียบเสมือนกับกล้องถ่ายรูปที่สามารถใช้ ถ่ายบนจอคอมพิวเตอร์ว่าจะนำส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมดมาใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบ ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และภาพวีดีโอ สามารถตัดต่อรูปภาพและตกแต่งรูปภาพได้ แล้วบันทึกข้อมูลที่ได้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น PowerPoint, Excel, word หรือ บันทึกเป็นรูปภาพ เช่น jpg , png , bmp , gif , pdf และอื่นๆ

B. You Tube
เป็น website ที่ให้บริการข้อมูล ในรูปแบบของ ข้อมูลที่เป็น บทความ ภาพ วีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว ได้ทั่วโลก เมื่อมีผู้ที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูล ต่างๆ หรือผู้ที่ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ก็จะนำข้อมูลดังกล่าวมาลงหรือ post ไว้ คล้ายๆ กับ เราทำ blog เราอยากจะมีความรู้เรื่องอะไรเราก็สามารถไปค้นหาข้อมูล copy หรือ download ข้อมูลที่ต้องการได้

C. iGoogle
เป็นการกำหนดค่าความเป็น ส่วนตัวของกูเกิ้ล หรือ บ้านบนเว็บของคุณ ซึ่งเราสามารถตั้งค่าให้แสดงเนื้อหาที่สนใจได้ เช่น การรายงานข่าวธุรกิจ สภาพอากาศ ข่าวบันเทิง ข่าวเด่นข่าวด่วน ใน gmail ของเรามีกล่องจดหมายเข้ามากี่ฉบับ และสามารถเลือกได้อีกมากมาย แล้วแต่ว่าอยากได้อะไร ไม่ว่าจะเป็น ข่าวจากสำนักข่าวต่าง ๆ ข่าวเฉพาะด้าน นาฬิกา สมุดบันทึก ปรับแต่งโลโก้

D. Skype
เป็นโปรแกรม ที่ใช้สนทนาหรือพูดคุย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร สอบถามสารทุกข์สุกดิบ สามารถมองเห็นภาพคู่สนทนาได้ โดยการสนทนาจะต้องใช้ ชุดหูฟังและไมโครโฟน ในการพูดคุย และถ้าหากมีกล้องก็สามารถมองเห็นภาพได้ด้วย สามารถที่จะเข้าสู่การพูดคุยกับเพื่อนๆ ทั่วทุกโลก เปรียบเสมือนคุยโทรศัพท์ที่บ้าน ที่สำคัญคือทั้งในการที่จะสื่อสารกันได้นั้นแต่ละฝ่ายจะต้องลงทะเบียนชื่อของแต่ละฝ่ายด้วยถึงจะสนทนากันได้

E. Skechtup
โปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบหรือ Skech เป็นรูปภาพ 3 มิติ หรือ Model 3 มิติ แล้วเปลี่ยนเป็นภาพ 2 มิติ หรือเขียนภาพจากต้นแบบจาก 2 มิติมาเป็น 3 มิติก็ได้ โดยสามารถสร้างงานเขียนแบบหรือภาพจำลองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เช่น การสร้าง อาคาร โรงจอดรถ เก้าอี้ เตียง การสร้างตึก การปรับเปลี่ยนสีของผนังในห้อง

29 เมษายน 2551 เวลา 20:37  

นางสายใจ เศวตจามร ระหัส 50210213 ศูนย์สระบุรี
ห้อง 2

ข้อ 1 อธิบายหน้าที่ของ Google Search Features เหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง
a. Book search : Book search ใช้ค้นหาหนังสือที่เราต้องการ การที่ต้องค้นหาโดยใช้ Book search ไม่ใช้ Google ธรรมดา เนื่องจากถ้าใช้ Google ธรรมดา หนังสือที่ search ได้จะไม่มาเป็นเล่ม แต่ถ้าใช้ Book search ในการค้นหาจะปรากฏหนังสือเป็นเล่มให้เราได้เลือกอ่าน ซึ่งหนังสือบางเล่มจะให้เราเปิดอ่านได้ทุกหน้าฟรี แต่หนังสือบางเล่มอาจให้เราเห็นเพียงหน้าปกและให้อ่านรายละเอียดเพียงเล็กน้อย หากต้องการอ่านทั้งหมดอาจต้องเสียค่าบริการ เป็นต้น
b. File Type : File Type ใช้สำหรับค้นหาสิ่งที่ต้องการโดยการระบุไฟล์ ซึ่งงานที่ search ได้จะปรากฏไฟล์งานทั้งหมด เช่น ถ้าเราต้องการไฟล์งานpowerpoint เรื่อง KAIZEN ให้พิมพ์ ppt ต่อท้ายชื่อไฟล์งานที่ต้องการ เช่น KAIZEN ppt ก็จะปรากฏไฟล์งาน KAIZEN แบบพาวเวอร์พอยด์ให้เราได้เลือกใช้
c. Definition : Definition ใช้สำหรับสิ่งที่ต้องการให้อธิบายความ เหมือนสารานุกรม หรือพจนานุกรม ถ้าต้องการทราบความหมายของคำใด ก็พิมพ์คำนั้นแล้วเติมคำว่า define ข้างหน้า ก็จะปรากฏคำพร้อมกับความหมายของคำที่เราต้องการทราบความหมาย
d. Currency Conversion : Currency Conversion ใช้สำหรับข้อมูลอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ ซึ่งจะทำให้เราสามารถเปรียบเทียบค่าเงินบาทกับค่าเงินอื่นๆได้ทั่วโลก หรืออาจเปรียบเทียบค่าเงินระหว่างประเทศอื่นๆได้เช่นกัน วิธีการคือให้พิมพ์ คำว่า in คั่นกลาง เช่น 100 Baht in Yen จะทำให้เราทราบว่าเงินไทย 100 บาทมีค่าเท่ากับเงินเยนของญี่ปุ่นกี่บาท เป็นต้น
e. Calculator : Calculator เป็นเครื่องคิดเลข จะช่วยในการคิดคำนวณค่าต่างๆที่เราต้องการทราบได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ที่สำคัญต้องเติมเครื่องหมาย บวก ลบ คูณ หาร หรือวงเล็บ หรือสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ให้ถูกต้อง ค่าที่คำนวณออกมาก็จะถูกต้อง 100 %
ข้อ 3 ให้อธิบายหลักการเชิงประยุกต์กับหลักการของภาวะผู้นำ (Leadership) ตามองค์ประกอบของ
Credibility = Trustworthiness+Expertise
Credibility = trustworthiness + expertise
ความน่าเชื่อถือ (Credibility)ของเว็บไซต์ เกิดจากความไว้เนื้อเชื่อใจ (trustworthiness)และความเป็นผู้ชำนาญการ (expertise) ซึ่งความไว้เนื้อเชื่อใจ
(trustworthiness)ประกอบด้วยความตั้งใจจริง(well intentioned) ความมีสัจจะ(truthful) ความไม่ลำเอียง(unbiased) ความไว้เนื้อเชื่อใจได้จึงย่อมบ่งบอกถึงความดีงามและมีจรรยาบรรณของเว็บไซต์ ซึ่งความเป็นผู้ชำนาญการ (expertise) หมายถึงมีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถนะ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้และทักษะที่เว็บไซต์แสดงออกมา ซึ่งเมื่อรวมสองปัจจัยเข้าด้วยกัน อาจสรุปได้ว่า เว็บไซต์ ที่มีความน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างสูง จะต้องทำให้ผู้เยี่ยมชมรับรู้ว่า มีความไว้เนื้อเชื่อใจได้ และความเป็นผู้ชำนาญการระดับสูง
ซึ่งการประเมินความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์อาจประเมินจากการออกแบบเว็บไซต์ให้มีลักษณะดังนี้คือ
1. ออกแบบเว็บไซต์ให้แสดงเอกลักษณ์ขององค์กร การแสดงที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และภาพถ่ายของบุคคลในองค์กร จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อความน่าเชื่อถือได้
2. การออกแบบให้ใช้งานง่าย สามารถเข้าถึงสารสนเทศได้ไม่เกิน 3 click ที่สำคัญถ้ามี Link ต้องมีสารสนเทศอยู่จริง สามารถมองหาเครื่องหมายนำทาง (navigator) ได้ง่าย
3. แสดงถึงความเป็นผู้ชำนาญการ เช่น มีชื่อนักเขียนบทความ การอ้างอิงชัดเจน
4. แสดงถึงความไว้เนื้อเชื่อใจได้ เช่น การเชื่อมโยงถึงเว็บไซต์อื่นๆ องค์กรเหล่านั้นซึ่งมุ่งแต่ประชาสัมพันธ์ตนเอง
5. การเอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม หรือผู้ใช้งาน เช่น yahoo mail จะขึ้นคำว่า welcome to yahoo mail (ชื่อผู้ใช้งาน) ทุกครั้งที่เรา sing in เข้าไปเป็นต้น
6. หลีกเลี่ยงการโฆษณาบนเว็บไซต์ คนส่วนมากไม่ชอบการโฆษณาบ้าบิ่น การนำโฆษณามาผสมผสานกับสาระบนเว็บเพจทำให้ความน่าเชื่อถือลดน้อยลง
7. หลีกเลี่ยงความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย ผลการออกแบบเว็บไซต์จะต้องมีลักษณะมืออาชีพ ความผิดพลาดเพียงน้อยนิด เช่น พิมพ์ชื่อคนผิด หรือวางภาพกับคำอธิบายผิดตำแหน่ง เว้นวรรคผิด จะทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงอย่างมาก
8. เพิ่มคุณค่าให้กับเว็บไซต์ ด้วยการปรับปรุงสาระให้ทันสมัย ตอบคำถามบนเว็บบอร์ด ส่งอีเมลล์ยืนยัน
9. ปกป้องความดีงามของสาระ โดยแยกออกจากโฆษณาอย่างเด่นชัด ไม่มีโฆษณามากเกินไป ทั้งลักษณะ banner pop-up บทความต้องมีการอ้างอิงหรือผู้แต่งเสมอ
10. หน้าตาดูดี มีลักษณะการออกแบบเป็นมืออาชีพ ใช้ศิลปะอย่างมีรสนิยม เหมาะสมกับสาระ ไม่มีตัวสะกดผิดพลาด เว้นวรรคผิดๆ นามสกุลของเว็บไซต์
11. ต้องแน่ใจว่าทุกองค์ประกอบทำงานได้ การเชื่อมโยงไม่ได้ การแฮงค์ หรือหยุดทำงานดื้อๆ ทำให้น่าเชื่อถือน้อย
12. ชื่อเสียงในโลกความจริงขององค์กรจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเว็บไซต์ของหน่วยงานนั้นๆ หรือการลิงค์ไปสู่องค์กรเสื่อมเสียย่อมส่งผลต่อเว็บไซต์โดยตรง

ข้อ 4. ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM
การจัดการความรู้ ( Knowledge Management ) คือ การรวบรวม การจัดระบบการจัดเก็บและการเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้ มีการแบ่งปัน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้กับองค์กร
ในปัจจุบัน ICT มีบาทบาทในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก เราสามารถนำICTมาใช้ในการจัดการความรู้ตามขั้นตอนต่อไปนี้
1. การสื่อสาร
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้ความสำคัญต่อการติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทำให้เราสามารถติดต่อเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้ทั่วโลก ในรูปของอินเทอร์เน็ต หรือด้านการติดต่อสื่อสารโทรคมก่อให้เกิดการนำเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลมาใช้ในองค์กร เป็นการนำความรู้จากข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมาสร้างทางเลือกในการตัดสินใจในการบริหารจัดการ ส่งผลให้ลดต้นทุน ลดเวลา ในการติดต่อสื่อสารส่งเสริมและเกิดการใช้ทรัพยากรร่วมกัน ซึ่งเหมาะกับสภาพขององค์กรในปัจจุบันที่ต้องการการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง การสื่อสารมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของสังคมมนุษย์ โดยเฉพาะการสื่อสารยุคใหม่ที่เกิดจากการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ (ICT) จำเป็นต้องมีความรู้ มีความสามารถ เพื่อนำมาใช้เพิ่มศักยภาพในองค์กรอย่างมีทักษะ
2. การทำงานร่วมกัน
เทคโนโลยี ช่วยให้เราแลกเปลี่ยนความเข้าใจ และความคิดกันได้กว้างขวางขึ้น ความสนใจร่วมกัน ใส่ใจความคิดของกันและกัน และสร้างชุมชนซึ่งเชื่อใจกัน การหาโอกาสเรียนรู้ สามารถถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และการทำงานร่วมกัน ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ
3. เทคโนโลยีการจัดเก็บและค้นคืน
เทคโนโลยีช่วยตั้งแต่การรวบรวม การจัดเก็บข้อมูล การประมวลผล การพิมพ์ การสร้างรายงาน การสื่อสารข้อมูล ฯลฯ
ข้อ 5. อธิบายหน้าที่และประโยชน์เพื่อการศึกษาของโปรแกรม
a.Snagit
เป็นโปรแกรมที่ใช้ บันทึกข้อมูลในรูปแบบต่างๆ สามารถใช้จับภาพหน้าจอไว้ได้หลายรูปแบบ ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และภาพวีดีโอ สามารถตัดต่อรูปภาพและตกแต่งรูปภาพได้ แล้วบันทึกข้อมูลที่ได้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น PowerPoint Excel, word หรือ บันทึกเป็นรูปภาพ เช่น jpg , png , bmp gif pdf และอื่นๆ อีกมากมาย ประโยชน์ที่เห็นเด่นชัดคือ สามารถใช้บันทึกข้อมูลไฟล์ต่างๆ ได้โดยไม่ต้องอาศัยการดาวน์โหลดเพราะบางภาพไม่อนุญาตให้ดาวน์โหลด เราก็ใช้ Snagit ในการเลือกบันทึกข้อมูลได้อย่างสะดวก และง่ายดาย
b. You Tube
เป็น website ที่ให้บริการข้อมูล ในรูปแบบของ ข้อมูลที่เป็น บทความ ภาพ วีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว ได้ทั่วโลก เมื่อมีผู้ที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูล ต่างๆ หรือผู้ที่ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ก็จะนำข้อมูลดังกล่าวมาลงหรือ post ไว้ คล้ายๆ กับ เราทำ blog เราอยากจะมีความรู้เรื่องอะไรเราก็สามารถไปค้นหาข้อมูล copy หรือ download ข้อมูลที่ต้องการได้
c. iGoogle
เป็นการกำหนดค่าความเป็น ส่วนตัวของกูเกิ้ล หรือ บ้านบนเว็บของคุณ ซึ่งเราสามารถตั้งค่าให้แสดงเนื้อหาที่สนใจได้ เช่น การรายงานข่าวธุรกิจ สภาพอากาศ ข่าวบันเทิง ข่าวเด่นข่าวด่วน ใน gmail ของเรามีกล่องจดหมายเข้ามากี่ฉบับ และสามารถเลือกได้อีกมากมาย แล้วแต่ว่าอยากได้อะไร ไม่ว่าจะเป็น ข่าวจากสำนักข่าวต่าง ๆ ข่าวเฉพาะด้าน นาฬิกา สมุดบันทึก ปรับแต่งโลโก้
d. Skype
เป็นโปรแกรม ที่ใช้สนทนาหรือพูดคุย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร สอบถามสารทุกข์สุกดิบ สามารถมองเห็นภาพคู่สนทนาได้ โดยการสนทนาจะต้องใช้ ชุดหูฟังและไมโครโฟน ในการพูดคุย และถ้าหากมีกล้องก็สามารถมองเห็นภาพได้ด้วย สามารถที่จะเข้าสู่การพูดคุยกับเพื่อนๆ ทั่วทุกโลก เปรียบเสมือนคุยโทรศัพท์ที่บ้าน ที่สำคัญคือไม่ต้องจ่ายค่าโทรศัพท์ แต่ต้องจ่ายค่า Internet แต่ในปัจจุบัน Skype มักถูกใช้เป็นเครื่องล่อลวงผ่านทางอินเตอร์เน็ต ดังปรากฏตามข่าวอยู่บ่อยๆ ดังนั้นการใช้ Skype จึงต้องใช้ความระมัดระวังและมีวิจารณญาณในการใช้ด้วย
e. Skechtup
โปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบหรือ Skech เป็นรูปภาพ 3 มิติ หรือ Model 3 มิติ แล้วเปลี่ยนเป็นภาพ 2 มิติ หรือเขียนภาพจากต้นแบบจาก 2 มิติมาเป็น 3 มิติก็ได้ โดยสามารถสร้างงานเขียนแบบหรือภาพจำลองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เช่น การสร้างอาคาร โรงจอดรถ เก้าอี้ เตียง การสร้างตึก การปรับเปลี่ยนสีของผนังในห้อง
(trustworthiness)ประกอบด้วยความตั้งใจจริง(well intentioned) ความมีสัจจะ(truthful) ความไม่ลำเอียง(unbiased) ความไว้เนื้อเชื่อใจได้จึงย่อมบ่งบอกถึงความดีงามและมีจรรยาบรรณของเว็บไซต์ ซึ่งความเป็นผู้ชำนาญการ (expertise) หมายถึงมีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถนะ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้และทักษะที่เว็บไซต์แสดงออกมา ซึ่งเมื่อรวมสองปัจจัยเข้าด้วยกัน อาจสรุปได้ว่า เว็บไซต์ ที่มีความน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างสูง จะต้องทำให้ผู้เยี่ยมชมรับรู้ว่า มีความไว้เนื้อเชื่อใจได้ และความเป็นผู้ชำนาญการระดับสูง
ซึ่งการประเมินความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์อาจประเมินจากการออกแบบเว็บไซต์ให้มีลักษณะดังนี้คือ
1. ออกแบบเว็บไซต์ให้แสดงเอกลักษณ์ขององค์กร การแสดงที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และภาพถ่ายของบุคคลในองค์กรเพื่อให้ผู้สนใจติดต่อค้นหาได้ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อความน่าเชื่อถือได้
2. การออกแบบให้ใช้งานง่าย สามารถเข้าถึงสารสนเทศได้ไม่เกิน 3 click ที่สำคัญถ้ามี Link ต้องมีสารสนเทศอยู่จริง สามารถมองหาเครื่องหมายนำทาง (navigator) ได้ง่าย
3. แสดงถึงความเป็นผู้ชำนาญการ เช่น มีชื่อนักเขียนบทความ การอ้างอิงชัดเจน
4. แสดงถึงความไว้เนื้อเชื่อใจได้ เช่น การเชื่อมโยงถึงเว็บไซต์อื่นๆ จะต้องบอกถึงความจำเป็นและความสำคัญของสาระนั้นๆอันเป็นการแสดงให้เห็นถึงความซื่อสัตย์ ความไม่ลำเอียง ซึ่งบางครั้งขัดกับนโยบายขององค์กรเหล่านั้นซึ่งมุ่งแต่ประชาสัมพันธ์ตนเอง
5. การเอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม หรือผู้ใช้งาน เช่น yahoo mail จะขึ้นคำว่า welcome to yahoo mail (ชื่อผู้ใช้งาน) ทุกครั้งที่เรา sing in เข้าไปเป็นต้น
6. หลีกเลี่ยงการโฆษณาบนเว็บไซต์ คนส่วนมากไม่ชอบการโฆษณาบ้าบิ่น การนำโฆษณามาผสมผสานกับสาระบนเว็บเพจทำให้ความน่าเชื่อถือลดน้อยลง แต่ถ้าเป็น banner ads หรือป้ายโฆษณาเล็กๆ น่ารักๆ จะช่วยให้เพิ่มความน่าเชื่อถือได้
7. หลีกเลี่ยงความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย ผลการออกแบบเว็บไซต์จะต้องมีลักษณะมืออาชีพ ความผิดพลาดเพียงน้อยนิด เช่น พิมพ์ชื่อคนผิด หรือวางภาพกับคำอธิบายผิดตำแหน่ง เว้นวรรคผิด จะทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงอย่างมาก
8. เพิ่มคุณค่าให้กับเว็บไซต์ ด้วยการปรับปรุงสาระให้ทันสมัย ตอบคำถามบนเว็บบอร์ด ส่งอีเมลล์ยืนยัน หรือตอบรับในสิ่งที่จะตกลงกัน มีความสามารถในการช่วยกัน สามารถพิมพ์หน้าออกมาได้โดยง่าย มีหมายเลขโทรศัพท์หรือเมลล์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับติดต่อได้
9. ปกป้องความดีงามของสาระ โดยแยกออกจากโฆษณาอย่างเด่นชัด ไม่มีโฆษณามากเกินไป ทั้งลักษณะ banner pop-up บทความต้องมีการอ้างอิงหรือผู้แต่งเสมอ
10. หน้าตาดูดี มีลักษณะการออกแบบเป็นมืออาชีพ ใช้ศิลปะอย่างมีรสนิยม เหมาะสมกับสาระ ไม่มีตัวสะกดผิดพลาด เว้นวรรคผิดๆ นามสกุลของเว็บไซต์ (domain name) ต้องเป็นของสถาบัน ถ้าเป็นของฟรีทั่วไป เช่น AoL จะมีความน่าเชื่อถือลดลง
11. ต้องแน่ใจว่าทุกองค์ประกอบทำงานได้ การเชื่อมโยงไม่ได้ การแฮงค์ หรือหยุดทำงานดื้อๆ ทำให้น่าเชื่อถือน้อย เวลาที่ใช้ดาวน์โหลดต้องไม่นานเกินไป ดังนั้นการใส่กราฟฟิคจำนวนมากบนโฮมเพจจึงไม่ถูกต้อง
12. ชื่อเสียงในโลกความจริงขององค์กรจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเว็บไซต์ของหน่วยงานนั้นๆ หรือการลิงค์ไปสู่องค์กรเสื่อมเสียย่อมส่งผลต่อเว็บไซต์โดยตรง

ข้อ 4. ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM
การจัดการความรู้ ( Knowledge Management ) คือ การรวบรวม การจัดระบบการจัดเก็บและการเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้ มีการแบ่งปัน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้กับองค์กร
ในปัจจุบัน ICT มีบาทบาทในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก เราสามารถนำICTมาใช้ในการจัดการความรู้ตามขั้นตอนต่อไปนี้
1. การสื่อสาร
ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้เราหันมาให้ความสำคัญต่อการติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทำให้เราสามารถติดต่อเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของอินเทอร์เน็ต หรือด้านการติดต่อสื่อสารโทรคมนาคมในระยะไกลต่าง ๆ ก่อให้เกิดการนำเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลมาใช้ในองค์กร เป็นการนำความรู้จากข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมาสร้างทางเลือกในการตัดสินใจในการบริหารจัดการ ส่งผลให้เราสามารถลดต้นทุน ลดเวลา ในการติดต่อสื่อสารส่งเสริมให้เกิดการใช้งานทรัพยากรร่วมกัน ซึ่งเหมาะกับสภาพขององค์กรในปัจจุบันที่ต้องการการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง การสื่อสารมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของสังคมมนุษย์ โดยเฉพาะการสื่อสารยุคใหม่ที่เกิดจากการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ (ICT) จำเป็นต้องมีความรู้ มีความสามารถ เพื่อนำมาใช้เพิ่มศักยภาพในองค์กรอย่างมีทักษะ และประยุกต์ใช้เพื่อการแก้ปัญหา การสื่อสารถือว่าหัวใจสำคัญ ที่จะทำให้บุคลากรทุกคนเข้าใจว่าองค์กรกำลังจะทำอะไร เพื่ออะไร ทำเมื่อไหร่และทำอย่างไร และการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสื่อสาร ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การติดต่อสื่อสาร สำเร็จตามวัตถุประสงค์
2. การทำงานร่วมกัน
เทคโนโลยี ช่วยให้เราแลกเปลี่ยนความเข้าใจ และความคิดกันได้กว้างขวางขึ้น แต่หัวใจของการแลกเปลี่ยน คือ ความสนใจร่วมกัน ใส่ใจความคิดของกันและกัน และสร้างชุมชนซึ่งเชื่อใจกัน การหาโอกาสเรียนรู้ สามารถถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และการทำงานร่วมกัน ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น การประชุม พูดคุย ผ่านเครื่องมือทาง Internet
3. เทคโนโลยีการจัดเก็บและค้นคืน
เทคโนโลยีช่วยตั้งแต่การรวบรวม การจัดเก็บข้อมูล การประมวลผล การพิมพ์ การสร้างรายงาน การสื่อสารข้อมูล ฯลฯ เพื่อให้ได้สารสนเทศไว้ใช้งานได้อย่างทันเหตุการณ์ก่อให้เกิดประสิทธิภาพทั้งในด้านการผลิต การบริการ การบริการและการดำเนินงานต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ ซึ่งจะส่งผลต่อความได้เปรียบทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และการพัฒนาคุณภาพชีวิต และคุณภาพของประชาชนในสังคม ดังนั้นเทคโนโลยี เป็นเครื่องมือเพื่อให้คนสามารถค้นหา จัดเก็บ แลกเปลี่ยน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้อย่างง่าย และรวดเร็วขึ้น
ข้อ 5. อธิบายหน้าที่และประโยชน์เพื่อการศึกษาของโปรแกรม
a.Snagit
เป็นโปรแกรมที่ใช้ บันทึกข้อมูลในรูปแบบต่างๆ สามารถใช้จับภาพหน้าจอไว้ได้หลายรูปแบบ ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และภาพวีดีโอ สามารถตัดต่อรูปภาพและตกแต่งรูปภาพได้ แล้วบันทึกข้อมูลที่ได้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น PowerPoint Excel, word หรือ บันทึกเป็นรูปภาพ เช่น jpg , png , bmp gif pdf และอื่นๆ อีกมากมาย ประโยชน์ที่เห็นเด่นชัดคือ สามารถใช้บันทึกข้อมูลไฟล์ต่างๆ ได้โดยไม่ต้องอาศัยการดาวน์โหลดเพราะบางภาพไม่อนุญาตให้ดาวน์โหลด เราก็ใช้ Snagit ในการเลือกบันทึกข้อมูลได้อย่างสะดวก และง่ายดาย
b. You Tube
เป็น website ที่ให้บริการข้อมูล ในรูปแบบของ ข้อมูลที่เป็น บทความ ภาพ วีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว ได้ทั่วโลก เมื่อมีผู้ที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูล ต่างๆ หรือผู้ที่ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ก็จะนำข้อมูลดังกล่าวมาลงหรือ post ไว้ คล้ายๆ กับ เราทำ blog เราอยากจะมีความรู้เรื่องอะไรเราก็สามารถไปค้นหาข้อมูล copy หรือ download ข้อมูลที่ต้องการได้
c. iGoogle
เป็นการกำหนดค่าความเป็น ส่วนตัวของกูเกิ้ล หรือ บ้านบนเว็บของคุณ ซึ่งเราสามารถตั้งค่าให้แสดงเนื้อหาที่สนใจได้ เช่น การรายงานข่าวธุรกิจ สภาพอากาศ ข่าวบันเทิง ข่าวเด่นข่าวด่วน ใน gmail ของเรามีกล่องจดหมายเข้ามากี่ฉบับ และสามารถเลือกได้อีกมากมาย แล้วแต่ว่าอยากได้อะไร ไม่ว่าจะเป็น ข่าวจากสำนักข่าวต่าง ๆ ข่าวเฉพาะด้าน นาฬิกา สมุดบันทึก ปรับแต่งโลโก้
d. Skype
เป็นโปรแกรม ที่ใช้สนทนาหรือพูดคุย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร สอบถามสารทุกข์สุกดิบ สามารถมองเห็นภาพคู่สนทนาได้ โดยการสนทนาจะต้องใช้ ชุดหูฟังและไมโครโฟน ในการพูดคุย และถ้าหากมีกล้องก็สามารถมองเห็นภาพได้ด้วย สามารถที่จะเข้าสู่การพูดคุยกับเพื่อนๆ ทั่วทุกโลก เปรียบเสมือนคุยโทรศัพท์ที่บ้าน ที่สำคัญคือไม่ต้องจ่ายค่าโทรศัพท์ แต่ต้องจ่ายค่า Internet แต่ในปัจจุบัน Skype มักถูกใช้เป็นเครื่องล่อลวงผ่านทางอินเตอร์เน็ต ดังปรากฏตามข่าวอยู่บ่อยๆ ดังนั้นการใช้ Skype จึงต้องใช้ความระมัดระวังและมีวิจารณญาณในการใช้ด้วย
e. Skechtup
โปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบหรือ Skech เป็นรูปภาพ 3 มิติ หรือ Model 3 มิติ แล้วเปลี่ยนเป็นภาพ 2 มิติ หรือเขียนภาพจากต้นแบบจาก 2 มิติมาเป็น 3 มิติก็ได้ โดยสามารถสร้างงานเขียนแบบหรือภาพจำลองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เช่น การสร้างอาคาร โรงจอดรถ เก้าอี้ เตียง การสร้างตึก การปรับเปลี่ยนสีของผนังในห้อง
(trustworthiness)ประกอบด้วยความตั้งใจจริง(well intentioned) ความมีสัจจะ(truthful) ความไม่ลำเอียง(unbiased) ความไว้เนื้อเชื่อใจได้จึงย่อมบ่งบอกถึงความดีงามและมีจรรยาบรรณของเว็บไซต์ ซึ่งความเป็นผู้ชำนาญการ (expertise) หมายถึงมีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถนะ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้และทักษะที่เว็บไซต์แสดงออกมา ซึ่งเมื่อรวมสองปัจจัยเข้าด้วยกัน อาจสรุปได้ว่า เว็บไซต์ ที่มีความน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างสูง จะต้องทำให้ผู้เยี่ยมชมรับรู้ว่า มีความไว้เนื้อเชื่อใจได้ และความเป็นผู้ชำนาญการระดับสูง
ซึ่งการประเมินความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์อาจประเมินจากการออกแบบเว็บไซต์ให้มีลักษณะดังนี้คือ
1. ออกแบบเว็บไซต์ให้แสดงเอกลักษณ์ขององค์กร การแสดงที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และภาพถ่ายของบุคคลในองค์กรเพื่อให้ผู้สนใจติดต่อค้นหาได้ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อความน่าเชื่อถือได้
2. การออกแบบให้ใช้งานง่าย สามารถเข้าถึงสารสนเทศได้ไม่เกิน 3 click ที่สำคัญถ้ามี Link ต้องมีสารสนเทศอยู่จริง สามารถมองหาเครื่องหมายนำทาง (navigator) ได้ง่าย
3. แสดงถึงความเป็นผู้ชำนาญการ เช่น มีชื่อนักเขียนบทความ การอ้างอิงชัดเจน
4. แสดงถึงความไว้เนื้อเชื่อใจได้ เช่น การเชื่อมโยงถึงเว็บไซต์อื่นๆ จะต้องบอกถึงความจำเป็นและความสำคัญของสาระนั้นๆอันเป็นการแสดงให้เห็นถึงความซื่อสัตย์ ความไม่ลำเอียง ซึ่งบางครั้งขัดกับนโยบายขององค์กรเหล่านั้นซึ่งมุ่งแต่ประชาสัมพันธ์ตนเอง
5. การเอาใจใส่ต่อผู้เยี่ยมชม หรือผู้ใช้งาน เช่น yahoo mail จะขึ้นคำว่า welcome to yahoo mail (ชื่อผู้ใช้งาน) ทุกครั้งที่เรา sing in เข้าไปเป็นต้น
6. หลีกเลี่ยงการโฆษณาบนเว็บไซต์ คนส่วนมากไม่ชอบการโฆษณาบ้าบิ่น การนำโฆษณามาผสมผสานกับสาระบนเว็บเพจทำให้ความน่าเชื่อถือลดน้อยลง แต่ถ้าเป็น banner ads หรือป้ายโฆษณาเล็กๆ น่ารักๆ จะช่วยให้เพิ่มความน่าเชื่อถือได้
7. หลีกเลี่ยงความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย ผลการออกแบบเว็บไซต์จะต้องมีลักษณะมืออาชีพ ความผิดพลาดเพียงน้อยนิด เช่น พิมพ์ชื่อคนผิด หรือวางภาพกับคำอธิบายผิดตำแหน่ง เว้นวรรคผิด จะทำให้ความน่าเชื่อถือลดลงอย่างมาก
8. เพิ่มคุณค่าให้กับเว็บไซต์ ด้วยการปรับปรุงสาระให้ทันสมัย ตอบคำถามบนเว็บบอร์ด ส่งอีเมลล์ยืนยัน หรือตอบรับในสิ่งที่จะตกลงกัน มีความสามารถในการช่วยกัน สามารถพิมพ์หน้าออกมาได้โดยง่าย มีหมายเลขโทรศัพท์หรือเมลล์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับติดต่อได้
9. ปกป้องความดีงามของสาระ โดยแยกออกจากโฆษณาอย่างเด่นชัด ไม่มีโฆษณามากเกินไป ทั้งลักษณะ banner pop-up บทความต้องมีการอ้างอิงหรือผู้แต่งเสมอ
10. หน้าตาดูดี มีลักษณะการออกแบบเป็นมืออาชีพ ใช้ศิลปะอย่างมีรสนิยม เหมาะสมกับสาระ ไม่มีตัวสะกดผิดพลาด เว้นวรรคผิดๆ นามสกุลของเว็บไซต์ (domain name) ต้องเป็นของสถาบัน ถ้าเป็นของฟรีทั่วไป เช่น AoL จะมีความน่าเชื่อถือลดลง
11. ต้องแน่ใจว่าทุกองค์ประกอบทำงานได้ การเชื่อมโยงไม่ได้ การแฮงค์ หรือหยุดทำงานดื้อๆ ทำให้น่าเชื่อถือน้อย เวลาที่ใช้ดาวน์โหลดต้องไม่นานเกินไป ดังนั้นการใส่กราฟฟิคจำนวนมากบนโฮมเพจจึงไม่ถูกต้อง
12. ชื่อเสียงในโลกความจริงขององค์กรจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเว็บไซต์ของหน่วยงานนั้นๆ หรือการลิงค์ไปสู่องค์กรเสื่อมเสียย่อมส่งผลต่อเว็บไซต์โดยตรง

29 เมษายน 2551 เวลา 22:48  

1. อธิบายหน้าที่ ของ GoogleSearch Featuresเหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง
ตอบ File type ใช้ในการค้นหาข้อมูลต่างๆ  โดยกำหนดเป็นชนิดของข้อมูล เช่น   word   power point  รูปภาพ ทำได้โดยการ กำหนดชนิดของไฟล์นั้นๆ 
Definitions ใช้ในการค้นหาข้อมูลโดยให้คำศัพท์ หรือ keyword ของข้อมูลนั้นๆ  เช่น ต้องการค้นหาคำว่าคอมพิวเตอร์ ก็ให้พิมพ์คำนั้น ลงไป  หรือถ้าหากต้องการค้นหาข้อมูลที่มี คำสองคำ เราก็สามารถใช้เครื่องหมาย +  เพิ่มเติมได้
Currency Conversions ใช้ในการค้นหา อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย  หรือประเทศอื่นๆ
  Book Search เป็นเครื่องมือสำหรับการค้นหาหนังสือเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เช่น เราต้องการสืบค้นหาหนังสือเกี่ยวกับ การศึกษา  ก็พิมพ์   Education เครื่องมือนี้ก็จะแสดงชื่อหนังสือเกี่ยวกับการศึกษาให้เราเลือกข้อมูลได้อย่างหลากหลาย
Calculators เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการคำนวณ ในโปรแกรม google
3.หลักการภาวะผู้นำ leadership ตามองค์ประกอบของ Credibility = Trustwothiness + Expertise
ตอบ
- Credibility คือความไว้วางใจได้ ความเชี่ยวชาญ
- Trustworthiness ความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งมี 4 ลักษณะ
1. ไม่ลำเอียง
2. ความจริงยึดหลักความจริง
3. ความดีงาม
4. ความซื่อสัตย์
- Expertise ความเชี่ยวชาญ คือ มีประสบการณ์ มีความฉลาด มีอำนาจ มีความรู้ใน
สาขานั้นอย่างแท้จริง 
หรือว่า -trustworthiness คือความไว้เนื้อเชื่อใจ ประกอบไปด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะ ความไม่ลำเอียง ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ จะบ่งบอกถึงความเป็นผู้มีความจริงใจ มีความดีงาม และมีจรรยาบรรณ 
-expertise คือความเป็นผู้ชำนาญการ เป็นผู้มีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถณะ
-ผู้บริหารที่ดีต้องบริหารจัดการองค์กรให้ประสบความสำเร็จตรงตามเป้าหมายได้นั้น ผู้บริหารจะต้องมีภาวะผู้นำ ซึ่งลักษณะของภาวะผู้นำนั้นจะต้องประกอบไปด้วยคุณลักษณะต่างๆต่อไปนี้คือเป็นคนที่เชื่อถือได้ เป็นคนที่ผู้ตามให้ความไว้วางใจ หรือไว้เนื้อเชื่อใจ 
-trustworthiness มีความตั้งใจจริงในการทำงาน มีความเป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์ในการทำงาน มีความเฉลียวฉลาด มีอำนาจ มีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญการ 
-expertise มีความรอบรู้ในงานนั้นๆอย่างแท้จริง จึงจะทำให้ผู้ตามเกิดความเชื่อถือ credibilityในตัวของผู้บริหาร และสามารถนำพาองค์กรนั้นไปสู่ความสำเร็จได้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่ได้วางไว้ 
 
4. ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM  
 ตอบ     Knowledge Management การจัดการความรู้ คือ มีการรวบรวม การจัดระบบการจัดเก็บและการเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้ มีการแบ่งปัน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้กับองค์กร
ในปัจจุบัน ICT มีบาทบาทในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก เราสามารถนำมาใช้ในการจัดการความรู้ได้ คือ
1.เทคโนโลยีการสื่อสาร
การนำเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลมาใช้ในองค์กร เป็นการนำความรู้จากข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมาสร้างทางเลือกในการตัดสินใจในการบริหารจัดการ ส่งผลให้เราสามารถลดต้นทุน ลดเวลา ในการติดต่อสื่อสารส่งเสริมให้เกิดการใช้งานทรัพยากรร่วมกัน ซึ่งเหมาะกับสภาพขององค์กรในปัจจุบันที่ต้องการการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง การสื่อสารมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของสังคมมนุษย์ โดยเฉพาะการสื่อสารยุคใหม่ที่เกิดจากการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ (ICT) จำเป็นต้องมีความรู้ มีความสามารถ เพื่อนำมาใช้เพิ่มศักยภาพในองค์กรอย่างมีทักษะ และประยุกต์ใช้เพื่อการแก้ปัญหา
2.เทคโนโลยีสนับสนุนการทำงานร่วมกัน
เทคโนโลยี ช่วยให้เราแลกเปลี่ยนความเข้าใจ และความคิดกันได้กว้างขวางขึ้น แต่หัวใจของการแลกเปลี่ยน คือ ความสนใจร่วมกัน ใส่ใจความคิดของกันและกัน และสร้างชุมชนซึ่งเชื่อใจกัน การหาโอกาสเรียนรู้ สามารถถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และการทำงานร่วมกัน ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น การประชุม พูดคุย ผ่านเครื่องมือทาง Internet
3. เทคโนโลยีการจัดเก็บและค้นคืน
เทคโนโลยีช่วยตั้งแต่การรวบรวม การจัดเก็บข้อมูล การประมวลผล การพิมพ์ การสร้างรายงาน การสื่อสารข้อมูล ฯลฯ เพื่อให้ได้สารสนเทศไว้ใช้งานได้อย่างทันเหตุการณ์ก่อให้เกิดประสิทธิภาพทั้งในด้านการผลิต การบริการ กาและการดำเนินงานต่าง ๆ
 5. หน้าที่และประโยชน์ของโปรแกรม
ตอบ
a.Snagit
       เป็นโปรแกรมที่ใช้ บันทึกข้อมูลในรูปแบบต่างๆ สามารถใช้จับภาพหน้าจอไว้ได้หลายรูปแบบ  ทั้งภาพนิ่ง   ภาพเคลื่อนไหว และภาพวีดีโอ สามารถตัดต่อรูปภาพและตกแต่งรูปภาพได้ แล้วบันทึกข้อมูลที่ได้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น PowerPoint Excel, word  หรือ บันทึกเป็นรูปภาพ  เช่น jpg , png , bmp gif  pdf   และอื่นๆ อีกมากมาย
b. You Tube
             เป็น  website ที่ให้บริการข้อมูล ในรูปแบบของ ข้อมูลที่เป็น บทความ   ภาพ วีดีโอ   ภาพเคลื่อนไหว ได้ทั่วโลก เมื่อมีผู้ที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูล ต่างๆ   หรือผู้ที่ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ก็จะนำข้อมูลดังกล่าวมาลงหรือ post ไว้    คล้ายๆ กับ เราทำ blog
c. iGoogle
      เป็นการกำหนดค่าความเป็น ส่วนตัวของกูเกิ้ล   หรือ  บ้านบนเว็บของคุณ  ซึ่งเราสามารถตั้งค่าให้แสดงเนื้อหาที่สนใจได้ เช่น การรายงานข่าวธุรกิจ สภาพอากาศ ข่าวบันเทิง ข่าวเด่นข่าวด่วน  ใน gmail ของเรามีกล่องจดหมายเข้ามากี่ฉบับ และสามารถเลือกได้อีกมากมาย
d. Skype
เป็นโปรแกรม  ที่ใช้สนทนาหรือพูดคุย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร   สามารถมองเห็นภาพคู่สนทนาได้ โดยการสนทนาจะต้องใช้ ชุดหูฟังและไมโครโฟน ในการพูดคุย และถ้าหากมีกล้องก็สามารถมองเห็นภาพได้ด้วย สามารถที่จะเข้าสู่การพูดคุยกับเพื่อนๆ ทั่วทุกโลก เปรียบเสมือนคุยโทรศัพท์ที่บ้าน  ที่สำคัญคือไม่ต้องจ่ายค่าโทรศัพท์ แต่ต้องจ่ายค่า Internet
e. Skechtup
      โปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบหรือ Skech เป็นรูปภาพ 3 มิติ  หรือ Model 3 มิติ แล้วเปลี่ยนเป็นภาพ  2  มิติ  หรือเขียนภาพจากต้นแบบจาก 2 มิติมาเป็น 3 มิติ โดยสามารถสร้างงานเขียนแบบหรือภาพจำลองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

30 เมษายน 2551 เวลา 00:26  

นายไพโรจน์ ยวงอักษร รหัส 50210225

ศูนย์สระบุรี ห้อง2


ข้อ 1. อธิบายหน้าที่ ของ GoogleSearch Featuresเหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง

a. File type คือ การค้นหาข้อมูลต่างๆ โดยกำหนดเป็นชนิดของข้อมูล เช่น word power point รูปภาพ ทำได้โดยการ กำหนดชนิดของไฟล์นั้นๆ เช่นต้องการค้นหา คำว่า เทคโนโลยีที่เป็นไฟล์ powrepoint ก็ให้พิมพ์คำว่า technology แล้วตามด้วยชนิดของไฟล์ โดยพิมพ์จุด ppt (technology.ppt) ก็จะได้ไฟล์ข้อมูลที่ไฟล์ powerpoint เพียงอย่างเดียว

b. Definitions คือ การค้นหาข้อมูลโดยให้คำศัพท์ หรือ keyword ของข้อมูลนั้นๆ เช่น ต้องการค้นหาคำว่าคอมพิวเตอร์ หรือ Internet ก็ให้พิมพ์คำนั้น ลงไป หรือถ้าหากต้องการค้นหาข้อมูลที่มี คำสองคำ เราก็สามารถใช้เครื่องหมาย + เพิ่มเติมได้ เช่น ต้องการค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ หนู และแมว เราก็สามารถพิมพ์คำว่า rat + cat หรือ rat and cat ก็จะได้ข้อมูลจาก website ต่างๆ

c. Currency Conversions คือ กาคค้นหา อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย หรือประเทศอื่นๆ เช่นเมื่อเราต้องการค้นหารู้ข้อมูลเงินตราของประเทศญี่ปุ่น กับประเทศไทย เราก็สามารถใช้ google ช่วยสืบค้นข้อมูลที่เราต้องการได้

d. Book Search คือ เครื่องมือสำหรับการค้นหาหนังสือเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เช่น เราต้องการสืบค้นหาหนังสือเกี่ยวกับ รถยนต์ ก็พิมพ์ Car เครื่องมือนี้ก็จะแสดงชื่อหนังสือเกี่ยวกับรถยนต์ให้เราเลือกข้อมูลได้อย่างหลากหลาย ซึ่งจะได้ข้อมูลเป็นเล่มๆ

e. Calculators เครื่องมือคำนวณ คำนวณอะไรได้หมด

- Addition เครื่องหมาย + ( บวก )

- Subtraction เครื่องหมาย – ( ลบ )

- x เครื่องหมาย คูณ ใช้สัญญาลักษณ์ *

- เครื่องหมาย หาร ใช้ / divition

- เปอร์เซ็นต์ ( การหาเศษส่วน )

ตัวอย่าง 8/7 หมายถึง 8 หารด้วย 7

8 /7 หมายถึง การหาส่วนที่เหลือจากการที่ 8 หารด้วย 7 เหลือเท่าไร

หมายถึงผู้คำนวณ เครื่องมือคำนวณมีความสามารถในการคำนวณไม่จำเป็นต้องมีเครื่องคิดเลขก็ได้

เช่น 7*8+5 เครื่องหมาย * คือ เครื่องหมาย คูณ , + addition ( บวก )

หรือ 3^6เครื่องหมาย ^ คือ เครื่องหมาย ยกกำลัง


ข้อ 2. หลักแต่ละข้อของ 10 c มีประโยชน์ในการเลือกสารสนเทศใน อินเตอร์เน็ตอย่างไร

a. Citations แหล่งทรัพยากรหรือข้อความใน อินเตอร์เน็ต ควรมีข้อความอ้างอิง เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของบทความและสามารถค้นหาข้อมูล เพื่อเป็นการวิจัยค้นคว้าให้ลึกลงไปได้อีก หรือที่เรียกว่ามีรากเหง้า ซึ่งการเขียนอ้างอิงหรือการบอกที่มาก็จะมีมาตรฐานหรือวิธีการเขียนอ้างอิงหรือบรรณานุกรมซึ่งมีอยู่หลายแบบหรือหลายลักษณะ เช่น Apa อเมริกัน ผู้แต่งตามด้วย พ.ศ. ตามด้วย เมืองที่พิมพ์ ( เหมือนของ ม.วงษ์ชวลิตกุล )

แบบของ จุฬา ผู้แต่ง ตามด้วย พ.ศ. ตามด้วย วงเล็บ เมืองที่พิมพ์ )

b. Critical thinking คือการคิดเชิงวิกฤต ไปเจออะไรต้องคิดแบบหัวทิ่มดิน ใช้ประสบการณ์ ความรู้ ไปวัด ไปประเมิน ว่าผู้แต่งเป็นใคร รู้จักเขาหรือไม่ แล้วสรุปว่าน่าเชื่อถือได้หรือไม่ การทำงานให้ทำเหมือนไปเจอสิ่งตีพิมพ์ใหม่ ๆ ใครแต่ง มีชื่อเสียงหรือไม่ แล้วนำข้อมูลหรือรายละเอียดมาวิเคราะห์ดู

c. Credibility คือความน่าเชื่อถือและความสามารถ ก็คือความสามารถที่จะเชื่อถือได้ ข้อแรก ดูที่ผู้แต่ง รู้จักแต่งหรือไม่ เชื่อถือได้หรือไม่ เป็นผู้รู้ผู้เล่นในเรื่องนั้น สาขานั้นหรือไม่ถ้าลงท้ายด้วยจุด ac. ก็จะมีความเป็นวิชาการสูง พวกที่ที่ลงท้ายด้วยจุด .org .net .edu .gov มีความเชื่อถือมากกว่า .com เพราะจุด . com เป็นการทำเพื่อการค้า

d. content คือ เนื้อหาสาระ ผู้แต่งคือใคร จะบอกถึงเครดิต เนื้อหาที่ไม่มีผู้แต่งเป็นเนื้อหาที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือต้องมี จูลี่ ในระบบศาลอเมริกันมีลูกขุน หรือคณะผู้อ่านตรวจ ก็จะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ศาลไทยใช้สืบพยานตามกระแสข่าวสารได้ ตามกระแสเชิงวิชาการได้ต้องดูว่าเขียนมาด้วยความจริงจังในเชิงวิชาการหรือเขียนมาเสียดสีกันมาเล่น ๆ วันที่เขียนบทความนั้น มีความใหม่หรือเปล่า บทความนั้นมีความเป็นปัจจุบันหรือไม่ มีเวอร์ชั้นใหม่หรือเปล่า วันที่ลงไว้มั้ย

e. Copyright (ลิขสิทธิ์) แม้ว่าบทความในอินเตอร์เน็ต ไม่มีผู้เขียนชัดเจน แต่มันมีที่อยู่ สิ่งเหล่านี้ตกอยู่ภายใต้สนธิสัญญาทางลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น ต้องระวังเรื่องลิขสิทธิ์อยู่เสมอ แต่ในต่างประเทศเขาจะมีวิธีการให้ใช้บทความที่ได้มาจากอินเตอร์เน็ตหรือเรียกว่า ใช้อย่างยุติธรรม คือสามารถใช้ข้อความสั้น ๆ หรือการกล่าวอ้างอิงหรืออ้างถึงได้ เช่น นายคนนี้กล่าวว่า ..... เราก็สามารถนำบทความนั้นมาเป็นข้อมูลอ้างอิงได้ โดยห้ามดัดแปลงจากต้นฉบับเดิม เด็ดขาด


ข้อ 3. หลักการภาวะผู้นำ leadership ตามองค์ประกอบของ Credibility = Trustwothiness + Expertise

- Credibility คือความไว้วางใจได้ ความเชี่ยวชาญ

- Trustworthiness ความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งมี 4 ลักษณะ

1. ไม่ลำเอียง

2. ความจริงยึดหลักความจริง

3. ความดีงาม

4. ความซื่อสัตย์

- Expertise ความเชี่ยวชาญ คือ มีประสบการณ์ มีความฉลาด มีอำนาจ มีความรู้ใน

สาขานั้นอย่างแท้จริง


หรือว่า


-trustworthiness คือความไว้เนื้อเชื่อใจ ประกอบไปด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะ ความไม่ลำเอียง ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ จะบ่งบอกถึงความเป็นผู้มีความจริงใจ มีความดีงาม และมีจรรยาบรรณ
-expertise คือความเป็นผู้ชำนาญการ เป็นผู้มีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถณะสิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้และทักษะที่มีและแสดงออกมา
-ผู้บริหารที่ดีต้องบริการจัดการองค์กรให้ประสบความสำเร็จตรงตามเป้าหมายได้นั้น ผู้บริหารจะต้องมีภาวะผู้นำ ซึ่งลักษณะของภาวะผู้นำนั้นจะต้องประกอบไปด้วยคุณลักษณะต่างๆต่อไปนี้คือเป็นคนที่เชื่อถือได้ เป็นคนที่ผู้ตามให้ความไว้วางใจ หรือไว้เนื้อเชื่อใจ
-trustworthiness มีความตั้งใจจริงในการทำงาน มีสัจจะพูดคำไหนคำนั้น ไม่ลำเอียงมีความเป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์ในการทำงาน มีความเฉลียวฉลาด มีอำนาจ มีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญการ
-expertise มีความรอบรู้ในงานนั้นๆอย่างแท้จริง จึงจะทำให้ผู้ตามเกิดความเชื่อถือ credibilityในตัวของผู้บริหาร และสามารถนำพาองค์กรนั้นไปสู่ความสำเร็จได้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่ได้วางไว้



ข้อ 4. ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM


Knowledge Management การจัดการความรู้ คือ มีการรวบรวม การจัดระบบการจัดเก็บและการเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้ มีการแบ่งปัน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้กับองค์กร

ในปัจจุบัน ICT มีบาทบาทในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก เราสามารถนำมาใช้ในการจัดการความรู้ได้ คือ

1.เทคโนโลยีการสื่อสาร

ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้เราหันมาให้ความสำคัญต่อการติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทำให้เราสามารถติดต่อเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของอินเทอร์เน็ต หรือด้านการติดต่อสื่อสารโทรคมนาคมในระยะไกลต่าง ๆ ก่อให้เกิดการนำเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลมาใช้ในองค์กร เป็นการนำความรู้จากข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมาสร้างทางเลือกในการตัดสินใจในการบริหารจัดการ ส่งผลให้เราสามารถลดต้นทุน ลดเวลา ในการติดต่อสื่อสารส่งเสริมให้เกิดการใช้งานทรัพยากรร่วมกัน ซึ่งเหมาะกับสภาพขององค์กรในปัจจุบันที่ต้องการการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง การสื่อสารมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของสังคมมนุษย์ โดยเฉพาะการสื่อสารยุคใหม่ที่เกิดจากการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ (ICT) จำเป็นต้องมีความรู้ มีความสามารถ เพื่อนำมาใช้เพิ่มศักยภาพในองค์กรอย่างมีทักษะ และประยุกต์ใช้เพื่อการแก้ปัญหา การสื่อสารถือว่าหัวใจสำคัญ ที่จะทำให้บุคลากรทุกคนเข้าใจว่าองค์กรกำลังจะทำอะไร เพื่ออะไร ทำเมื่อไหร่และทำอย่างไร และการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสื่อสาร ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การติดต่อสื่อสาร สำเร็จตามวัตถุประสงค์

2.เทคโนโลยีสนับสนุนการทำงานร่วมกัน

เทคโนโลยี ช่วยให้เราแลกเปลี่ยนความเข้าใจ และความคิดกันได้กว้างขวางขึ้น แต่หัวใจของการแลกเปลี่ยน คือ ความสนใจร่วมกัน ใส่ใจความคิดของกันและกัน และสร้างชุมชนซึ่งเชื่อใจกัน การหาโอกาสเรียนรู้ สามารถถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และการทำงานร่วมกัน ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น การประชุม พูดคุย ผ่านเครื่องมือทาง Internet

3. เทคโนโลยีการจัดเก็บและค้นคืน

เทคโนโลยีช่วยตั้งแต่การรวบรวม การจัดเก็บข้อมูล การประมวลผล การพิมพ์ การสร้างรายงาน การสื่อสารข้อมูล ฯลฯ เพื่อให้ได้สารสนเทศไว้ใช้งานได้อย่างทันเหตุการณ์ก่อให้เกิดประสิทธิภาพทั้งในด้านการผลิต การบริการ การบริการและการดำเนินงานต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ ซึ่งจะส่งผลต่อความได้เปรียบทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และการพัฒนาคุณภาพชีวิต และคุณภาพของประชาชนในสังคม ดังนั้นเทคโนโลยี เป็นเครื่องมือเพื่อให้คนสามารถค้นหา จัดเก็บ แลกเปลี่ยน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้อย่างง่าย และรวดเร็วขึ้น



ข้อ 5. หน้าที่และประโยชน์ของโปรแกรม

a.Snagit

เป็นโปรแกรมที่ใช้ บันทึกข้อมูลในรูปแบบต่างๆ สามารถใช้จับภาพหน้าจอไว้ได้หลายรูปแบบ ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และภาพวีดีโอ สามารถตัดต่อรูปภาพและตกแต่งรูปภาพได้ แล้วบันทึกข้อมูลที่ได้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น PowerPoint Excel, word หรือ บันทึกเป็นรูปภาพ เช่น jpg , png , bmp gif pdf และอื่นๆ อีกมากมาย

b. You Tube

เป็น website ที่ให้บริการข้อมูล ในรูปแบบของ ข้อมูลที่เป็น บทความ ภาพ วีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว ได้ทั่วโลก เมื่อมีผู้ที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูล ต่างๆ หรือผู้ที่ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ก็จะนำข้อมูลดังกล่าวมาลงหรือ post ไว้ คล้ายๆ กับ เราทำ blog เราอยากจะมีความรู้เรื่องอะไรเราก็สามารถไปค้นหาข้อมูล copy หรือ download ข้อมูลที่ต้องการได้ (โดยอาจจะใช้โปรแกรม Snag it มาช่วยได้ครับ )

c. iGoogle

เป็นการกำหนดค่าความเป็น ส่วนตัวของกูเกิ้ล หรือ บ้านบนเว็บของคุณ ซึ่งเราสามารถตั้งค่าให้แสดงเนื้อหาที่สนใจได้ เช่น การรายงานข่าวธุรกิจ สภาพอากาศ ข่าวบันเทิง ข่าวเด่นข่าวด่วน ใน gmail ของเรามีกล่องจดหมายเข้ามากี่ฉบับ และสามารถเลือกได้อีกมากมาย แล้วแต่ว่าอยากได้อะไร ไม่ว่าจะเป็น ข่าวจากสำนักข่าวต่าง ๆ ข่าวเฉพาะด้าน นาฬิกา สมุดบันทึก ปรับแต่งโลโก้

d. Skype

เป็นโปรแกรม ที่ใช้สนทนาหรือพูดคุย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร สอบถามสารทุกข์สุกดิบ สามารถมองเห็นภาพคู่สนทนาได้ โดยการสนทนาจะต้องใช้ ชุดหูฟังและไมโครโฟน ในการพูดคุย และถ้าหากมีกล้องก็สามารถมองเห็นภาพได้ด้วย สามารถที่จะเข้าสู่การพูดคุยกับเพื่อนๆ ทั่วทุกโลก เปรียบเสมือนคุยโทรศัพท์ที่บ้าน ที่สำคัญคือไม่ต้องจ่ายค่าโทรศัพท์ แต่ต้องจ่ายค่า Internet ครับ

e. Skechtup

โปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบหรือ Skech เป็นรูปภาพ 3 มิติ หรือ Model 3 มิติ แล้วเปลี่ยนเป็นภาพ 2 มิติ หรือเขียนภาพจากต้นแบบจาก 2 มิติมาเป็น 3 มิติก็ได้ โดยสามารถสร้างงานเขียนแบบหรือภาพจำลองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เช่น การสร้าง อาคาร โรงจอดรถ เก้าอี้ เตียง การสร้างตึก การปรับเปลี่ยนสีของผนังในห้อง ซึ่งเป็นโปรแกรมของ Google สามารถdownload ได้ที่ http://sketchup.google.com/download/

30 เมษายน 2551 เวลา 00:40  

ข้อ 1. อธิบายหน้าที่ ของ GoogleSearch Featuresเหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง
a. File type คือ การค้นหาข้อมูลต่างๆ โดยกำหนดเป็นชนิดของข้อมูล เช่น word power point รูปภาพ ทำได้โดยการ กำหนดชนิดของไฟล์นั้นๆ เช่นต้องการค้นหา คำว่า เทคโนโลยีที่เป็นไฟล์ powrepoint ก็ให้พิมพ์คำว่า technology แล้วตามด้วยชนิดของไฟล์ โดยพิมพ์จุด ppt (technology.ppt) ก็จะได้ไฟล์ข้อมูลที่ไฟล์ powerpoint เพียงอย่างเดียว
b. Definitions คือ การค้นหาข้อมูลโดยให้คำศัพท์ หรือ keyword ของข้อมูลนั้นๆ เช่น ต้องการค้นหาคำว่าคอมพิวเตอร์ หรือ Internet ก็ให้พิมพ์คำนั้น ลงไป หรือถ้าหากต้องการค้นหาข้อมูลที่มี คำสองคำ เราก็สามารถใช้เครื่องหมาย + เพิ่มเติมได้
c. Currency Conversions คือ กาคค้นหา อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย หรือประเทศอื่นๆ เช่นเมื่อเราต้องการค้นหารู้ข้อมูลเงินตราของประเทศญี่ปุ่น กับประเทศไทย เราก็สามารถใช้ google ช่วยสืบค้นข้อมูลที่เราต้องการได้
d. Book Search คือ เครื่องมือสำหรับการค้นหาหนังสือเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เช่น เราต้องการสืบค้นหาหนังสือเกี่ยวกับ รถยนต์ ก็พิมพ์ Car เครื่องมือนี้ก็จะแสดงชื่อหนังสือเกี่ยวกับรถยนต์ให้เราเลือกข้อมูลได้อย่างหลากหลาย ซึ่งจะได้ข้อมูลเป็นเล่มๆ
e. Calculators เครื่องมือคำนวณ คำนวณอะไรได้หมด
- Addition เครื่องหมาย + ( บวก )
- Subtraction เครื่องหมาย – ( ลบ )
- x เครื่องหมาย คูณ ใช้สัญญาลักษณ์ *
- เครื่องหมาย หาร ใช้ / divition
- เปอร์เซ็นต์ ( การหาเศษส่วน )

ข้อ 3. หลักการภาวะผู้นำ leadership ตามองค์ประกอบของ Credibility = Trustwothiness + Expertise
- Credibility คือความไว้วางใจได้ ความเชี่ยวชาญ
- Trustworthiness ความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งมี 4 ลักษณะ
1. ไม่ลำเอียง
2. ความจริงยึดหลักความจริง
3. ความดีงาม
4. ความซื่อสัตย์
- Expertise ความเชี่ยวชาญ คือ มีประสบการณ์ มีความฉลาด มีอำนาจ มีความรู้ใน
สาขานั้นอย่างแท้จริง
-trustworthiness คือความไว้เนื้อเชื่อใจ ประกอบไปด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะ ความไม่ลำเอียง ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ จะบ่งบอกถึงความเป็นผู้มีความจริงใจ มีความดีงาม และมีจรรยาบรรณ
-expertise คือความเป็นผู้ชำนาญการ เป็นผู้มีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถณะสิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้และทักษะที่มีและแสดงออกมา
-ผู้บริหารที่ดีต้องบริการจัดการองค์กรให้ประสบความสำเร็จตรงตามเป้าหมายได้นั้น ผู้บริหารจะต้องมีภาวะผู้นำ ซึ่งลักษณะของภาวะผู้นำนั้นจะต้องประกอบไปด้วยคุณลักษณะต่างๆต่อไปนี้คือเป็นคนที่เชื่อถือได้ เป็นคนที่ผู้ตามให้ความไว้วางใจ หรือไว้เนื้อเชื่อใจ
-trustworthiness มีความตั้งใจจริงในการทำงาน มีสัจจะพูดคำไหนคำนั้น ไม่ลำเอียงมีความเป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์ในการทำงาน มีความเฉลียวฉลาด มีอำนาจ มีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญการ
-expertise มีความรอบรู้ในงานนั้นๆอย่างแท้จริง จึงจะทำให้ผู้ตามเกิดความเชื่อถือ credibilityในตัวของผู้บริหาร และสามารถนำพาองค์กรนั้นไปสู่ความสำเร็จได้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่ได้วางไว้


ข้อ 4. ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM
Knowledge Management การจัดการความรู้ คือ มีการรวบรวม การจัดระบบการจัดเก็บและการเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้ มีการแบ่งปัน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้กับองค์กร
ในปัจจุบัน ICT มีบาทบาทในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก เราสามารถนำมาใช้ในการจัดการความรู้ได้ คือ
1.เทคโนโลยีการสื่อสาร
ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้เราหันมาให้ความสำคัญต่อการติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทำให้เราสามารถติดต่อเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของอินเทอร์เน็ต หรือด้านการติดต่อสื่อสารโทรคมนาคมในระยะไกลต่าง ๆ ก่อให้เกิดการนำเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลมาใช้ในองค์กร เป็นการนำความรู้จากข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมาสร้างทางเลือกในการตัดสินใจในการบริหารจัดการ ส่งผลให้เราสามารถลดต้นทุน ลดเวลา ในการติดต่อสื่อสารส่งเสริมให้เกิดการใช้งานทรัพยากรร่วมกัน ซึ่งเหมาะกับสภาพขององค์กรในปัจจุบันที่ต้องการการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง การสื่อสารมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของสังคมมนุษย์ โดยเฉพาะการสื่อสารยุคใหม่ที่เกิดจากการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ (ICT) จำเป็นต้องมีความรู้ มีความสามารถ เพื่อนำมาใช้เพิ่มศักยภาพในองค์กรอย่างมีทักษะ และประยุกต์ใช้เพื่อการแก้ปัญหา การสื่อสารถือว่าหัวใจสำคัญ ที่จะทำให้บุคลากรทุกคนเข้าใจว่าองค์กรกำลังจะทำอะไร เพื่ออะไร ทำเมื่อไหร่และทำอย่างไร และการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสื่อสาร ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การติดต่อสื่อสาร สำเร็จตามวัตถุประสงค์
2.เทคโนโลยีสนับสนุนการทำงานร่วมกัน
เทคโนโลยี ช่วยให้เราแลกเปลี่ยนความเข้าใจ และความคิดกันได้กว้างขวางขึ้น แต่หัวใจของการแลกเปลี่ยน คือ ความสนใจร่วมกัน ใส่ใจความคิดของกันและกัน และสร้างชุมชนซึ่งเชื่อใจกัน การหาโอกาสเรียนรู้ สามารถถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และการทำงานร่วมกัน ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น การประชุม พูดคุย ผ่านเครื่องมือทาง Internet
3. เทคโนโลยีการจัดเก็บและค้นคืน
เทคโนโลยีช่วยตั้งแต่การรวบรวม การจัดเก็บข้อมูล การประมวลผล การพิมพ์ การสร้างรายงาน การสื่อสารข้อมูล ฯลฯ เพื่อให้ได้สารสนเทศไว้ใช้งานได้อย่างทันเหตุการณ์ก่อให้เกิดประสิทธิภาพทั้งในด้านการผลิต การบริการ การบริการและการดำเนินงานต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ ซึ่งจะส่งผลต่อความได้เปรียบทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และการพัฒนาคุณภาพชีวิต และคุณภาพของประชาชนในสังคม ดังนั้นเทคโนโลยี เป็นเครื่องมือเพื่อให้คนสามารถค้นหา จัดเก็บ แลกเปลี่ยน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้อย่างง่าย และรวดเร็วขึ้น


ข้อ 5. หน้าที่และประโยชน์ของโปรแกรม
a.Snagit เป็นโปรแกรมที่ใช้ บันทึกข้อมูลในรูปแบบต่างๆ สามารถใช้จับภาพหน้าจอไว้ได้หลายรูปแบบ ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และภาพวีดีโอ สามารถตัดต่อรูปภาพและตกแต่งรูปภาพได้ แล้วบันทึกข้อมูลที่ได้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น PowerPoint Excel, word หรือ บันทึกเป็นรูปภาพ เช่น jpg , png , bmp gif pdf และอื่นๆ อีกมากมาย
b. You Tube เป็น website ที่ให้บริการข้อมูล ในรูปแบบของ ข้อมูลที่เป็น บทความ ภาพ วีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว ได้ทั่วโลก เมื่อมีผู้ที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูล ต่างๆ หรือผู้ที่ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ก็จะนำข้อมูลดังกล่าวมาลงหรือ post ไว้ คล้ายๆ กับ เราทำ blog เราอยากจะมีความรู้เรื่องอะไรเราก็สามารถไปค้นหาข้อมูล copy หรือ download ข้อมูลที่ต้องการได้ (โดยอาจจะใช้โปรแกรม Snag it มาช่วยได้ครับ )
c. iGoogle เป็นการกำหนดค่าความเป็น ส่วนตัวของกูเกิ้ล หรือ บ้านบนเว็บของคุณ ซึ่งเราสามารถตั้งค่าให้แสดงเนื้อหาที่สนใจได้ เช่น การรายงานข่าวธุรกิจ สภาพอากาศ ข่าวบันเทิง ข่าวเด่นข่าวด่วน ใน gmail ของเรามีกล่องจดหมายเข้ามากี่ฉบับ และสามารถเลือกได้อีกมากมาย แล้วแต่ว่าอยากได้อะไร ไม่ว่าจะเป็น ข่าวจากสำนักข่าวต่าง ๆ ข่าวเฉพาะด้าน นาฬิกา สมุดบันทึก ปรับแต่งโลโก้
d. Skype เป็นโปรแกรม ที่ใช้สนทนาหรือพูดคุย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร สอบถามสารทุกข์สุกดิบ สามารถมองเห็นภาพคู่สนทนาได้ โดยการสนทนาจะต้องใช้ ชุดหูฟังและไมโครโฟน ในการพูดคุย และถ้าหากมีกล้องก็สามารถมองเห็นภาพได้ด้วย สามารถที่จะเข้าสู่การพูดคุยกับเพื่อนๆ ทั่วทุกโลก เปรียบเสมือนคุยโทรศัพท์ที่บ้าน ที่สำคัญคือไม่ต้องจ่ายค่าโทรศัพท์ แต่ต้องจ่ายค่า Internet ครับ
e. Skechtup โปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบหรือ Skech เป็นรูปภาพ 3 มิติ หรือ Model 3 มิติ แล้วเปลี่ยนเป็นภาพ 2 มิติ หรือเขียนภาพจากต้นแบบจาก 2 มิติมาเป็น 3 มิติก็ได้ โดยสามารถสร้างงานเขียนแบบหรือภาพจำลองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เช่น การสร้าง อาคาร โรงจอดรถ เก้าอี้ เตียง การสร้างตึก การปรับเปลี่ยนสีของผนังในห้อง ซึ่งเป็นโปรแกรมของ Google สามารถdownload ได้ที่ http://sketchup.google.com/download/

นายอำนาจ พงษ์ษา 50210207 ห้อง2

30 เมษายน 2551 เวลา 00:43  

ข้อ 1. อธิบายหน้าที่ ของ GoogleSearch Featuresเหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง
a. File type คือ การค้นหาข้อมูลต่างๆ โดยกำหนดเป็นชนิดของข้อมูล เช่น word power point รูปภาพ ทำได้โดยการ กำหนดชนิดของไฟล์นั้นๆ เช่นต้องการค้นหา คำว่า เทคโนโลยีที่เป็นไฟล์ powrepoint ก็ให้พิมพ์คำว่า technology แล้วตามด้วยชนิดของไฟล์ โดยพิมพ์จุด ppt (technology.ppt) ก็จะได้ไฟล์ข้อมูลที่ไฟล์ powerpoint เพียงอย่างเดียว
b. Definitions คือ การค้นหาข้อมูลโดยให้คำศัพท์ หรือ keyword ของข้อมูลนั้นๆ เช่น ต้องการค้นหาคำว่าคอมพิวเตอร์ หรือ Internet ก็ให้พิมพ์คำนั้น ลงไป หรือถ้าหากต้องการค้นหาข้อมูลที่มี คำสองคำ เราก็สามารถใช้เครื่องหมาย + เพิ่มเติมได้ เช่น ต้องการค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ หนู และแมว เราก็สามารถพิมพ์คำว่า rat + cat หรือ rat and cat ก็จะได้ข้อมูลจาก website ต่างๆ
c. Currency Conversions คือ กาคค้นหา อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย หรือประเทศอื่นๆ เช่นเมื่อเราต้องการค้นหารู้ข้อมูลเงินตราของประเทศญี่ปุ่น กับประเทศไทย เราก็สามารถใช้ google ช่วยสืบค้นข้อมูลที่เราต้องการได้
d. Book Search คือ เครื่องมือสำหรับการค้นหาหนังสือเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เช่น เราต้องการสืบค้นหาหนังสือเกี่ยวกับ รถยนต์ ก็พิมพ์ Car เครื่องมือนี้ก็จะแสดงชื่อหนังสือเกี่ยวกับรถยนต์ให้เราเลือกข้อมูลได้อย่างหลากหลาย ซึ่งจะได้ข้อมูลเป็นเล่มๆ
e. Calculators เครื่องมือคำนวณ คำนวณอะไรได้หมด
- Addition เครื่องหมาย + ( บวก )
- Subtraction เครื่องหมาย – ( ลบ )
- x เครื่องหมาย คูณ ใช้สัญญาลักษณ์ *
- เครื่องหมาย หาร ใช้ / divition
- เปอร์เซ็นต์ ( การหาเศษส่วน )


ข้อ 2. หลักแต่ละข้อของ 10 c มีประโยชน์ในการเลือกสารสนเทศใน อินเตอร์เน็ตอย่างไร
a. Citations แหล่งทรัพยากรหรือข้อความใน อินเตอร์เน็ต ควรมีข้อความอ้างอิง เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของบทความและสามารถค้นหาข้อมูล เพื่อเป็นการวิจัยค้นคว้าให้ลึกลงไปได้อีก
b. Critical thinking คือการคิดเชิงวิกฤต ไปเจออะไรต้องคิดแบบหัวทิ่มดิน ใช้ประสบการณ์ ความรู้ ไปวัด ไปประเมิน ว่าผู้แต่งเป็นใคร รู้จักเขาหรือไม่ แล้วสรุปว่าน่าเชื่อถือได้หรือไม่ การทำงานให้ทำเหมือนไปเจอสิ่งตีพิมพ์ใหม่ ๆ ใครแต่ง มีชื่อเสียงหรือไม่ แล้วนำข้อมูลหรือรายละเอียดมาวิเคราะห์ดู
c. Credibility คือความน่าเชื่อถือและความสามารถ ก็คือความสามารถที่จะเชื่อถือได้ ข้อแรก ดูที่ผู้แต่ง รู้จักแต่งหรือไม่ เชื่อถือได้หรือไม่ เป็นผู้รู้ผู้เล่นในเรื่องนั้น
d. content คือ เนื้อหาสาระ ผู้แต่งคือใคร จะบอกถึงเครดิต เนื้อหาที่ไม่มีผู้แต่งเป็นเนื้อหาที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือต้องมี จูลี่ ในระบบศาลอเมริกันมีลูกขุน หรือคณะผู้อ่านตรวจ ก็จะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ศาลไทยใช้สืบพยานตามกระแสข่าวสารได้ ตามกระแสเชิงวิชาการได้ต้องดูว่าเขียนมาด้วยความจริงจังในเชิงวิชาการหรือเขียนมาเสียดสีกันมาเล่น ๆ วันที่เขียนบทความนั้น มีความใหม่หรือเปล่า
e. Copyright (ลิขสิทธิ์) แม้ว่าบทความในอินเตอร์เน็ต ไม่มีผู้เขียนชัดเจน แต่มันมีที่อยู่ สิ่งเหล่านี้ตกอยู่ภายใต้สนธิสัญญาทางลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น ต้องระวังเรื่องลิขสิทธิ์อยู่เสมอ แต่ในต่างประเทศเขาจะมีวิธีการให้ใช้บทความที่ได้มาจากอินเตอร์เน็ตหรือเรียกว่า ใช้อย่างยุติธรรม
ข้อ 3. หลักการภาวะผู้นำ leadership ตามองค์ประกอบของ Credibility = Trustwothiness + Expertise
- Credibility คือความไว้วางใจได้ ความเชี่ยวชาญ
- Trustworthiness ความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งมี 4 ลักษณะ
1. ไม่ลำเอียง
2. ความจริงยึดหลักความจริง
3. ความดีงาม
4. ความซื่อสัตย์
- Expertise ความเชี่ยวชาญ คือ มีประสบการณ์ มีความฉลาด มีอำนาจ มีความรู้ใน
สาขานั้นอย่างแท้จริง
-trustworthiness คือความไว้เนื้อเชื่อใจ ประกอบไปด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะ ความไม่ลำเอียง ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ จะบ่งบอกถึงความเป็นผู้มีความจริงใจ มีความดีงาม และมีจรรยาบรรณ
-expertise คือความเป็นผู้ชำนาญการ เป็นผู้มีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถณะสิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้และทักษะที่มีและแสดงออกมา
-ผู้บริหารที่ดีต้องบริการจัดการองค์กรให้ประสบความสำเร็จตรงตามเป้าหมายได้นั้น ผู้บริหารจะต้องมีภาวะผู้นำ ซึ่งลักษณะของภาวะผู้นำนั้นจะต้องประกอบไปด้วยคุณลักษณะต่างๆต่อไปนี้คือเป็นคนที่เชื่อถือได้ เป็นคนที่ผู้ตามให้ความไว้วางใจ หรือไว้เนื้อเชื่อใจ
-trustworthiness มีความตั้งใจจริงในการทำงาน มีสัจจะพูดคำไหนคำนั้น ไม่ลำเอียงมีความเป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์ในการทำงาน มีความเฉลียวฉลาด มีอำนาจ มีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญการ
-expertise มีความรอบรู้ในงานนั้นๆอย่างแท้จริง จึงจะทำให้ผู้ตามเกิดความเชื่อถือ credibilityในตัวของผู้บริหาร และสามารถนำพาองค์กรนั้นไปสู่ความสำเร็จได้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่ได้วางไว้












ข้อ 4. ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM

Knowledge Management การจัดการความรู้ คือ มีการรวบรวม การจัดระบบการจัดเก็บและการเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้ มีการแบ่งปัน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้กับองค์กร
ในปัจจุบัน ICT มีบาทบาทในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก เราสามารถนำมาใช้ในการจัดการความรู้ได้ คือ

1.เทคโนโลยีการสื่อสาร
ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้เราหันมาให้ความสำคัญต่อการติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทำให้เราสามารถติดต่อเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของอินเทอร์เน็ต หรือด้านการติดต่อสื่อสารโทรคมนาคมในระยะไกลต่าง ๆ ก่อให้เกิดการนำเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลมาใช้ในองค์กร เป็นการนำความรู้จากข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมาสร้างทางเลือกในการตัดสินใจในการบริหารจัดการ ส่งผลให้เราสามารถลดต้นทุน ลดเวลา ในการติดต่อสื่อสารส่งเสริมให้เกิดการใช้งานทรัพยากรร่วมกัน ซึ่งเหมาะกับสภาพขององค์กรในปัจจุบันที่ต้องการการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง การสื่อสารมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของสังคมมนุษย์ โดยเฉพาะการสื่อสารยุคใหม่ที่เกิดจากการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ (ICT) จำเป็นต้องมีความรู้ มีความสามารถ เพื่อนำมาใช้เพิ่มศักยภาพในองค์กรอย่างมีทักษะ และประยุกต์ใช้เพื่อการแก้ปัญหา
2.เทคโนโลยีสนับสนุนการทำงานร่วมกัน
เทคโนโลยี ช่วยให้เราแลกเปลี่ยนความเข้าใจ และความคิดกันได้กว้างขวางขึ้น แต่หัวใจของการแลกเปลี่ยน คือ ความสนใจร่วมกัน ใส่ใจความคิดของกันและกัน และสร้างชุมชนซึ่งเชื่อใจกัน การหาโอกาสเรียนรู้ สามารถถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และการทำงานร่วมกัน
3. เทคโนโลยีการจัดเก็บและค้นคืน
เทคโนโลยีช่วยตั้งแต่การรวบรวม การจัดเก็บข้อมูล การประมวลผล การพิมพ์ การสร้างรายงาน การสื่อสารข้อมูล ฯลฯ เพื่อให้ได้สารสนเทศไว้ใช้งานได้อย่างทันเหตุการณ์ก่อให้เกิดประสิทธิภาพทั้งในด้านการผลิต การบริการ การบริการและการดำเนินงานต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ ซึ่งจะส่งผลต่อความได้เปรียบทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และการพัฒนาคุณภาพชีวิต และคุณภาพของประชาชนในสังคม
นส.จุฑารัตน์ คำจร รหัส 50210238

30 เมษายน 2551 เวลา 01:02  

ข้อ 5. หน้าที่และประโยชน์ของโปรแกรม
a.Snagit
เป็นโปรแกรมที่ใช้ บันทึกข้อมูลในรูปแบบต่างๆ สามารถใช้จับภาพหน้าจอไว้ได้หลายรูปแบบ ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และภาพวีดีโอ สามารถตัดต่อรูปภาพและตกแต่งรูปภาพได้ แล้วบันทึกข้อมูลที่ได้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น PowerPoint Excel, word
b. You Tube
เป็น website ที่ให้บริการข้อมูล ในรูปแบบของ ข้อมูลที่เป็น บทความ ภาพ วีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว ได้ทั่วโลก เมื่อมีผู้ที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูล ต่างๆ
c. iGoogle
เป็นการกำหนดค่าความเป็น ส่วนตัวของกูเกิ้ล หรือ บ้านบนเว็บของคุณ ซึ่งเราสามารถตั้งค่าให้แสดงเนื้อหาที่สนใจได้ เช่น การรายงานข่าวธุรกิจ สภาพอากาศ ข่าวบันเทิง ข่าวเด่นข่าว
d. Skype
เป็นโปรแกรม ที่ใช้สนทนาหรือพูดคุย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร สอบถามสารทุกข์สุกดิบ สามารถมองเห็นภาพคู่สนทนาได้ โดยการสนทนาจะต้องใช้ ชุดหูฟังและไมโครโฟน ในการพูดคุย และถ้าหากมีกล้องก็สามารถมองเห็นภาพได้
e. Skechtup
โปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบหรือ Skech เป็นรูปภาพ 3 มิติ หรือ Model 3 มิติ แล้วเปลี่ยนเป็นภาพ 2 มิติ หรือเขียนภาพจากต้นแบบจาก 2 มิติมาเป็น 3 มิติก็ได้

ส่งโดย นางณิชนันท์ วงแวง

30 เมษายน 2551 เวลา 01:12  

ข้อ 1. อธิบายหน้าที่ ของ GoogleSearch Featuresเหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง
a. File type คือ การค้นหาข้อมูลต่างๆ โดยกำหนดเป็นชนิดของข้อมูล เช่น word power point รูปภาพ ทำได้โดยการ กำหนดชนิดของไฟล์นั้นๆ เช่นต้องการค้นหา คำว่า เทคโนโลยีที่เป็นไฟล์ powrepoint ก็ให้พิมพ์คำว่า technology แล้วตามด้วยชนิดของไฟล์ โดยพิมพ์จุด ppt (technology.ppt) ก็จะได้ไฟล์ข้อมูลที่ไฟล์ powerpoint เพียงอย่างเดียว
b. Definitions คือ การค้นหาข้อมูลโดยให้คำศัพท์ หรือ keyword ของข้อมูลนั้นๆ เช่น ต้องการค้นหาคำว่าคอมพิวเตอร์ หรือ Internet ก็ให้พิมพ์คำนั้น ลงไป หรือถ้าหากต้องการค้นหาข้อมูลที่มี คำสองคำ เราก็สามารถใช้เครื่องหมาย + เพิ่มเติมได้ เช่น ต้องการค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ หนู และแมว เราก็สามารถพิมพ์คำว่า rat + cat หรือ rat and cat ก็จะได้ข้อมูลจาก website ต่างๆ
c. Currency Conversions คือ กาคค้นหา อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย หรือประเทศอื่นๆ เช่นเมื่อเราต้องการค้นหารู้ข้อมูลเงินตราของประเทศญี่ปุ่น กับประเทศไทย เราก็สามารถใช้ google ช่วยสืบค้นข้อมูลที่เราต้องการได้
d. Book Search คือ เครื่องมือสำหรับการค้นหาหนังสือเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เช่น เราต้องการสืบค้นหาหนังสือเกี่ยวกับ รถยนต์ ก็พิมพ์ Car เครื่องมือนี้ก็จะแสดงชื่อหนังสือเกี่ยวกับรถยนต์ให้เราเลือกข้อมูลได้อย่างหลากหลาย ซึ่งจะได้ข้อมูลเป็นเล่มๆ
e. Calculators เครื่องมือคำนวณ คำนวณอะไรได้หมด
- Addition เครื่องหมาย + ( บวก )
- Subtraction เครื่องหมาย – ( ลบ )
- x เครื่องหมาย คูณ ใช้สัญญาลักษณ์ *
- เครื่องหมาย หาร ใช้ / divition
- เปอร์เซ็นต์ ( การหาเศษส่วน )


ข้อ 2. หลักแต่ละข้อของ 10 c มีประโยชน์ในการเลือกสารสนเทศใน อินเตอร์เน็ตอย่างไร
a. Citations แหล่งทรัพยากรหรือข้อความใน อินเตอร์เน็ต ควรมีข้อความอ้างอิง เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของบทความและสามารถค้นหาข้อมูล เพื่อเป็นการวิจัยค้นคว้าให้ลึกลงไปได้อีก
b. Critical thinking คือการคิดเชิงวิกฤต ไปเจออะไรต้องคิดแบบหัวทิ่มดิน ใช้ประสบการณ์ ความรู้ ไปวัด ไปประเมิน ว่าผู้แต่งเป็นใคร รู้จักเขาหรือไม่ แล้วสรุปว่าน่าเชื่อถือได้หรือไม่ การทำงานให้ทำเหมือนไปเจอสิ่งตีพิมพ์ใหม่ ๆ ใครแต่ง มีชื่อเสียงหรือไม่ แล้วนำข้อมูลหรือรายละเอียดมาวิเคราะห์ดู
c. Credibility คือความน่าเชื่อถือและความสามารถ ก็คือความสามารถที่จะเชื่อถือได้ ข้อแรก ดูที่ผู้แต่ง รู้จักแต่งหรือไม่ เชื่อถือได้หรือไม่ เป็นผู้รู้ผู้เล่นในเรื่องนั้น
d. content คือ เนื้อหาสาระ ผู้แต่งคือใคร จะบอกถึงเครดิต เนื้อหาที่ไม่มีผู้แต่งเป็นเนื้อหาที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือต้องมี จูลี่ ในระบบศาลอเมริกันมีลูกขุน หรือคณะผู้อ่านตรวจ ก็จะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ศาลไทยใช้สืบพยานตามกระแสข่าวสารได้ ตามกระแสเชิงวิชาการได้ต้องดูว่าเขียนมาด้วยความจริงจังในเชิงวิชาการหรือเขียนมาเสียดสีกันมาเล่น ๆ วันที่เขียนบทความนั้น มีความใหม่หรือเปล่า
e. Copyright (ลิขสิทธิ์) แม้ว่าบทความในอินเตอร์เน็ต ไม่มีผู้เขียนชัดเจน แต่มันมีที่อยู่ สิ่งเหล่านี้ตกอยู่ภายใต้สนธิสัญญาทางลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น ต้องระวังเรื่องลิขสิทธิ์อยู่เสมอ แต่ในต่างประเทศเขาจะมีวิธีการให้ใช้บทความที่ได้มาจากอินเตอร์เน็ตหรือเรียกว่า ใช้อย่างยุติธรรม
ข้อ 3. หลักการภาวะผู้นำ leadership ตามองค์ประกอบของ Credibility = Trustwothiness + Expertise
- Credibility คือความไว้วางใจได้ ความเชี่ยวชาญ
- Trustworthiness ความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งมี 4 ลักษณะ
1. ไม่ลำเอียง
2. ความจริงยึดหลักความจริง
3. ความดีงาม
4. ความซื่อสัตย์
- Expertise ความเชี่ยวชาญ คือ มีประสบการณ์ มีความฉลาด มีอำนาจ มีความรู้ใน
สาขานั้นอย่างแท้จริง
-trustworthiness คือความไว้เนื้อเชื่อใจ ประกอบไปด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะ ความไม่ลำเอียง ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ จะบ่งบอกถึงความเป็นผู้มีความจริงใจ มีความดีงาม และมีจรรยาบรรณ
-expertise คือความเป็นผู้ชำนาญการ เป็นผู้มีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถณะสิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้และทักษะที่มีและแสดงออกมา
-ผู้บริหารที่ดีต้องบริการจัดการองค์กรให้ประสบความสำเร็จตรงตามเป้าหมายได้นั้น ผู้บริหารจะต้องมีภาวะผู้นำ ซึ่งลักษณะของภาวะผู้นำนั้นจะต้องประกอบไปด้วยคุณลักษณะต่างๆต่อไปนี้คือเป็นคนที่เชื่อถือได้ เป็นคนที่ผู้ตามให้ความไว้วางใจ หรือไว้เนื้อเชื่อใจ
-trustworthiness มีความตั้งใจจริงในการทำงาน มีสัจจะพูดคำไหนคำนั้น ไม่ลำเอียงมีความเป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์ในการทำงาน มีความเฉลียวฉลาด มีอำนาจ มีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญการ
-expertise มีความรอบรู้ในงานนั้นๆอย่างแท้จริง จึงจะทำให้ผู้ตามเกิดความเชื่อถือ credibilityในตัวของผู้บริหาร และสามารถนำพาองค์กรนั้นไปสู่ความสำเร็จได้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่ได้วางไว้
ข้อ 4. ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM

Knowledge Management การจัดการความรู้ คือ มีการรวบรวม การจัดระบบการจัดเก็บและการเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้ มีการแบ่งปัน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้กับองค์กร
ในปัจจุบัน ICT มีบาทบาทในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก เราสามารถนำมาใช้ในการจัดการความรู้ได้ คือ



1.เทคโนโลยีการสื่อสาร
ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้เราหันมาให้ความสำคัญต่อการติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทำให้เราสามารถติดต่อเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของอินเทอร์เน็ต หรือด้านการติดต่อสื่อสารโทรคมนาคมในระยะไกลต่าง ๆ ก่อให้เกิดการนำเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลมาใช้ในองค์กร เป็นการนำความรู้จากข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมาสร้างทางเลือกในการตัดสินใจในการบริหารจัดการ ส่งผลให้เราสามารถลดต้นทุน ลดเวลา ในการติดต่อสื่อสารส่งเสริมให้เกิดการใช้งานทรัพยากรร่วมกัน ซึ่งเหมาะกับสภาพขององค์กรในปัจจุบันที่ต้องการการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง การสื่อสารมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของสังคมมนุษย์ โดยเฉพาะการสื่อสารยุคใหม่ที่เกิดจากการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ (ICT) จำเป็นต้องมีความรู้ มีความสามารถ เพื่อนำมาใช้เพิ่มศักยภาพในองค์กรอย่างมีทักษะ และประยุกต์ใช้เพื่อการแก้ปัญหา
2.เทคโนโลยีสนับสนุนการทำงานร่วมกัน
เทคโนโลยี ช่วยให้เราแลกเปลี่ยนความเข้าใจ และความคิดกันได้กว้างขวางขึ้น แต่หัวใจของการแลกเปลี่ยน คือ ความสนใจร่วมกัน ใส่ใจความคิดของกันและกัน และสร้างชุมชนซึ่งเชื่อใจกัน การหาโอกาสเรียนรู้ สามารถถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และการทำงานร่วมกัน
3. เทคโนโลยีการจัดเก็บและค้นคืน
เทคโนโลยีช่วยตั้งแต่การรวบรวม การจัดเก็บข้อมูล การประมวลผล การพิมพ์ การสร้างรายงาน การสื่อสารข้อมูล ฯลฯ เพื่อให้ได้สารสนเทศไว้ใช้งานได้อย่างทันเหตุการณ์ก่อให้เกิดประสิทธิภาพทั้งในด้านการผลิต การบริการ การบริการและการดำเนินงานต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ ซึ่งจะส่งผลต่อความได้เปรียบทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และการพัฒนาคุณภาพชีวิต และคุณภาพของประชาชนในสังคม

ข้อ 5. หน้าที่และประโยชน์ของโปรแกรม
a.Snagit
เป็นโปรแกรมที่ใช้ บันทึกข้อมูลในรูปแบบต่างๆ สามารถใช้จับภาพหน้าจอไว้ได้หลายรูปแบบ ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และภาพวีดีโอ สามารถตัดต่อรูปภาพและตกแต่งรูปภาพได้ แล้วบันทึกข้อมูลที่ได้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น PowerPoint Excel, word
b. You Tube
เป็น website ที่ให้บริการข้อมูล ในรูปแบบของ ข้อมูลที่เป็น บทความ ภาพ วีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว ได้ทั่วโลก เมื่อมีผู้ที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูล ต่างๆ
c. iGoogle
เป็นการกำหนดค่าความเป็น ส่วนตัวของกูเกิ้ล หรือ บ้านบนเว็บของคุณ ซึ่งเราสามารถตั้งค่าให้แสดงเนื้อหาที่สนใจได้ เช่น การรายงานข่าวธุรกิจ สภาพอากาศ ข่าวบันเทิง ข่าวเด่นข่าว
d. Skype
เป็นโปรแกรม ที่ใช้สนทนาหรือพูดคุย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร สอบถามสารทุกข์สุกดิบ สามารถมองเห็นภาพคู่สนทนาได้ โดยการสนทนาจะต้องใช้ ชุดหูฟังและไมโครโฟน ในการพูดคุย และถ้าหากมีกล้องก็สามารถมองเห็นภาพได้
e. Skechtup
โปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบหรือ Skech เป็นรูปภาพ 3 มิติ หรือ Model 3 มิติ แล้วเปลี่ยนเป็นภาพ 2 มิติ หรือเขียนภาพจากต้นแบบจาก 2 มิติมาเป็น 3 มิติก็ได้

ล้างบาปใหม่ค่ะ นางณิชนันท์ วงแวง 50210240

30 เมษายน 2551 เวลา 01:18  

ข้อ 1. อธิบายหน้าที่ ของ GoogleSearch Featuresเหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง
a. File type คือ การค้นหาข้อมูลต่างๆ โดยกำหนดเป็นชนิดของข้อมูล เช่น word power point รูปภาพ ทำได้โดยการ กำหนดชนิดของไฟล์นั้นๆ เช่นต้องการค้นหา คำว่า เทคโนโลยีที่เป็นไฟล์ powrepoint ก็ให้พิมพ์คำว่า technology แล้วตามด้วยชนิดของไฟล์ โดยพิมพ์จุด ppt (technology.ppt) ก็จะได้ไฟล์ข้อมูลที่ไฟล์ powerpoint เพียงอย่างเดียว
b. Definitions คือ การค้นหาข้อมูลโดยให้คำศัพท์ หรือ keyword ของข้อมูลนั้นๆ เช่น ต้องการค้นหาคำว่าคอมพิวเตอร์ หรือ Internet ก็ให้พิมพ์คำนั้น ลงไป หรือถ้าหากต้องการค้นหาข้อมูลที่มี คำสองคำ เราก็สามารถใช้เครื่องหมาย + เพิ่มเติมได้ เช่น ต้องการค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ หนู และแมว เราก็สามารถพิมพ์คำว่า rat + cat หรือ rat and cat ก็จะได้ข้อมูลจาก website ต่างๆ
c. Currency Conversions คือ กาคค้นหา อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย หรือประเทศอื่นๆ เช่นเมื่อเราต้องการค้นหารู้ข้อมูลเงินตราของประเทศญี่ปุ่น กับประเทศไทย เราก็สามารถใช้ google ช่วยสืบค้นข้อมูลที่เราต้องการได้
d. Book Search คือ เครื่องมือสำหรับการค้นหาหนังสือเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เช่น เราต้องการสืบค้นหาหนังสือเกี่ยวกับ รถยนต์ ก็พิมพ์ Car เครื่องมือนี้ก็จะแสดงชื่อหนังสือเกี่ยวกับรถยนต์ให้เราเลือกข้อมูลได้อย่างหลากหลาย ซึ่งจะได้ข้อมูลเป็นเล่มๆ
e. Calculators เครื่องมือคำนวณ คำนวณอะไรได้หมด
- Addition เครื่องหมาย + ( บวก )
- Subtraction เครื่องหมาย – ( ลบ )
- x เครื่องหมาย คูณ ใช้สัญญาลักษณ์ *
- เครื่องหมาย หาร ใช้ / divition
- เปอร์เซ็นต์ ( การหาเศษส่วน )


ข้อ 3. หลักการภาวะผู้นำ leadership ตามองค์ประกอบของ Credibility = Trustwothiness + Expertise
- Credibility คือความไว้วางใจได้ ความเชี่ยวชาญ
- Trustworthiness ความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งมี 4 ลักษณะ
1. ไม่ลำเอียง
2. ความจริงยึดหลักความจริง
3. ความดีงาม
4. ความซื่อสัตย์
- Expertise ความเชี่ยวชาญ คือ มีประสบการณ์ มีความฉลาด มีอำนาจ มีความรู้ใน
สาขานั้นอย่างแท้จริง
-trustworthiness คือความไว้เนื้อเชื่อใจ ประกอบไปด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะ ความไม่ลำเอียง ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ จะบ่งบอกถึงความเป็นผู้มีความจริงใจ มีความดีงาม และมีจรรยาบรรณ
-expertise คือความเป็นผู้ชำนาญการ เป็นผู้มีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถณะสิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้และทักษะที่มีและแสดงออกมา
-ผู้บริหารที่ดีต้องบริการจัดการองค์กรให้ประสบความสำเร็จตรงตามเป้าหมายได้นั้น ผู้บริหารจะต้องมีภาวะผู้นำ ซึ่งลักษณะของภาวะผู้นำนั้นจะต้องประกอบไปด้วยคุณลักษณะต่างๆต่อไปนี้คือเป็นคนที่เชื่อถือได้ เป็นคนที่ผู้ตามให้ความไว้วางใจ หรือไว้เนื้อเชื่อใจ
-trustworthiness มีความตั้งใจจริงในการทำงาน มีสัจจะพูดคำไหนคำนั้น ไม่ลำเอียงมีความเป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์ในการทำงาน มีความเฉลียวฉลาด มีอำนาจ มีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญการ
-expertise มีความรอบรู้ในงานนั้นๆอย่างแท้จริง จึงจะทำให้ผู้ตามเกิดความเชื่อถือ credibilityในตัวของผู้บริหาร และสามารถนำพาองค์กรนั้นไปสู่ความสำเร็จได้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่ได้วางไว้
ข้อ 5. หน้าที่และประโยชน์ของโปรแกรม
a.Snagit
เป็นโปรแกรมที่ใช้ บันทึกข้อมูลในรูปแบบต่างๆ สามารถใช้จับภาพหน้าจอไว้ได้หลายรูปแบบ ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และภาพวีดีโอ สามารถตัดต่อรูปภาพและตกแต่งรูปภาพได้ แล้วบันทึกข้อมูลที่ได้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น PowerPoint Excel, word
b. You Tube
เป็น website ที่ให้บริการข้อมูล ในรูปแบบของ ข้อมูลที่เป็น บทความ ภาพ วีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว ได้ทั่วโลก เมื่อมีผู้ที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูล ต่างๆ


c. iGoogle
เป็นการกำหนดค่าความเป็น ส่วนตัวของกูเกิ้ล หรือ บ้านบนเว็บของคุณ ซึ่งเราสามารถตั้งค่าให้แสดงเนื้อหาที่สนใจได้ เช่น การรายงานข่าวธุรกิจ สภาพอากาศ ข่าวบันเทิง ข่าวเด่นข่าว
d. Skype
เป็นโปรแกรม ที่ใช้สนทนาหรือพูดคุย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร สอบถามสารทุกข์สุกดิบ สามารถมองเห็นภาพคู่สนทนาได้ โดยการสนทนาจะต้องใช้ ชุดหูฟังและไมโครโฟน ในการพูดคุย และถ้าหากมีกล้องก็สามารถมองเห็นภาพได้
e. Skechtup
โปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบหรือ Skech เป็นรูปภาพ 3 มิติ หรือ Model 3 มิติ แล้วเปลี่ยนเป็นภาพ 2 มิติ หรือเขียนภาพจากต้นแบบจาก 2 มิติมาเป็น 3 มิติก็ได้

ล้างบาปค่ะ นางกชพร ศร๊ยาภัย 50210243

30 เมษายน 2551 เวลา 01:42  

ข้อ 3. หลักการภาวะผู้นำ leadership ตามองค์ประกอบของ Credibility = Trustwothiness + Expertise
- Credibility คือความไว้วางใจได้ ความเชี่ยวชาญ
- Trustworthiness ความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งมี 4 ลักษณะ
1. ไม่ลำเอียง
2. ความจริงยึดหลักความจริง
3. ความดีงาม
4. ความซื่อสัตย์
- Expertise ความเชี่ยวชาญ คือ มีประสบการณ์ มีความฉลาด มีอำนาจ มีความรู้ใน
สาขานั้นอย่างแท้จริง
-trustworthiness คือความไว้เนื้อเชื่อใจ ประกอบไปด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะ ความไม่ลำเอียง ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ จะบ่งบอกถึงความเป็นผู้มีความจริงใจ มีความดีงาม และมีจรรยาบรรณ
-expertise คือความเป็นผู้ชำนาญการ เป็นผู้มีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถณะสิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้และทักษะที่มีและแสดงออกมา
-ผู้บริหารที่ดีต้องบริการจัดการองค์กรให้ประสบความสำเร็จตรงตามเป้าหมายได้นั้น ผู้บริหารจะต้องมีภาวะผู้นำ ซึ่งลักษณะของภาวะผู้นำนั้นจะต้องประกอบไปด้วยคุณลักษณะต่างๆต่อไปนี้คือเป็นคนที่เชื่อถือได้ เป็นคนที่ผู้ตามให้ความไว้วางใจ หรือไว้เนื้อเชื่อใจ
-trustworthiness มีความตั้งใจจริงในการทำงาน มีสัจจะพูดคำไหนคำนั้น ไม่ลำเอียงมีความเป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์ในการทำงาน มีความเฉลียวฉลาด มีอำนาจ มีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญการ
-expertise มีความรอบรู้ในงานนั้นๆอย่างแท้จริง จึงจะทำให้ผู้ตามเกิดความเชื่อถือ credibilityในตัวของผู้บริหาร และสามารถนำพาองค์กรนั้นไปสู่ความสำเร็จได้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่ได้วางไว้


ข้อ 4. ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM

Knowledge Management การจัดการความรู้ คือ มีการรวบรวม การจัดระบบการจัดเก็บและการเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้ มีการแบ่งปัน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้กับองค์กร
ในปัจจุบัน ICT มีบาทบาทในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก เราสามารถนำมาใช้ในการจัดการความรู้ได้ คือ
1.เทคโนโลยีการสื่อสาร
ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้เราหันมาให้ความสำคัญต่อการติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทำให้เราสามารถติดต่อเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของอินเทอร์เน็ต หรือด้านการติดต่อสื่อสารโทรคมนาคมในระยะไกลต่าง ๆ ก่อให้เกิดการนำเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลมาใช้ในองค์กร เป็นการนำความรู้จากข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมาสร้างทางเลือกในการตัดสินใจในการบริหารจัดการ ส่งผลให้เราสามารถลดต้นทุน ลดเวลา ในการติดต่อสื่อสารส่งเสริมให้เกิดการใช้งานทรัพยากรร่วมกัน ซึ่งเหมาะกับสภาพขององค์กรในปัจจุบันที่ต้องการการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง การสื่อสารมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของสังคมมนุษย์ โดยเฉพาะการสื่อสารยุคใหม่ที่เกิดจากการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ (ICT) จำเป็นต้องมีความรู้ มีความสามารถ เพื่อนำมาใช้เพิ่มศักยภาพในองค์กรอย่างมีทักษะ และประยุกต์ใช้เพื่อการแก้ปัญหา การสื่อสารถือว่าหัวใจสำคัญ ที่จะทำให้บุคลากรทุกคนเข้าใจว่าองค์กรกำลังจะทำอะไร เพื่ออะไร ทำเมื่อไหร่และทำอย่างไร และการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสื่อสาร ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การติดต่อสื่อสาร สำเร็จตามวัตถุประสงค์
2.เทคโนโลยีสนับสนุนการทำงานร่วมกัน
เทคโนโลยี ช่วยให้เราแลกเปลี่ยนความเข้าใจ และความคิดกันได้กว้างขวางขึ้น แต่หัวใจของการแลกเปลี่ยน คือ ความสนใจร่วมกัน ใส่ใจความคิดของกันและกัน และสร้างชุมชนซึ่งเชื่อใจกัน การหาโอกาสเรียนรู้ สามารถถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และการทำงานร่วมกัน ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น การประชุม พูดคุย ผ่านเครื่องมือทาง Internet
3. เทคโนโลยีการจัดเก็บและค้นคืน
เทคโนโลยีช่วยตั้งแต่การรวบรวม การจัดเก็บข้อมูล การประมวลผล การพิมพ์ การสร้างรายงาน การสื่อสารข้อมูล ฯลฯ เพื่อให้ได้สารสนเทศไว้ใช้งานได้อย่างทันเหตุการณ์ก่อให้เกิดประสิทธิภาพทั้งในด้านการผลิต การบริการ การบริการและการดำเนินงานต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ ซึ่งจะส่งผลต่อความได้เปรียบทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และการพัฒนาคุณภาพชีวิต และคุณภาพของประชาชนในสังคม ดังนั้นเทคโนโลยี เป็นเครื่องมือเพื่อให้คนสามารถค้นหา จัดเก็บ แลกเปลี่ยน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้อย่างง่าย และรวดเร็วขึ้น


ข้อ 5. หน้าที่และประโยชน์ของโปรแกรม
a.Snagit
เป็นโปรแกรมที่ใช้ บันทึกข้อมูลในรูปแบบต่างๆ สามารถใช้จับภาพหน้าจอไว้ได้หลายรูปแบบ ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และภาพวีดีโอ สามารถตัดต่อรูปภาพและตกแต่งรูปภาพได้ แล้วบันทึกข้อมูลที่ได้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น PowerPoint Excel, word หรือ บันทึกเป็นรูปภาพ เช่น jpg , png , bmp gif pdf และอื่นๆ อีกมากมาย
b. You Tube
เป็น website ที่ให้บริการข้อมูล ในรูปแบบของ ข้อมูลที่เป็น บทความ ภาพ วีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว ได้ทั่วโลก เมื่อมีผู้ที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูล ต่างๆ หรือผู้ที่ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ก็จะนำข้อมูลดังกล่าวมาลงหรือ post ไว้ คล้ายๆ กับ เราทำ blog เราอยากจะมีความรู้เรื่องอะไรเราก็สามารถไปค้นหาข้อมูล copy หรือ download ข้อมูลที่ต้องการได้ (โดยอาจจะใช้โปรแกรม Snag it มาช่วยได้ครับ )
c. iGoogle
เป็นการกำหนดค่าความเป็น ส่วนตัวของกูเกิ้ล หรือ บ้านบนเว็บของคุณ ซึ่งเราสามารถตั้งค่าให้แสดงเนื้อหาที่สนใจได้ เช่น การรายงานข่าวธุรกิจ สภาพอากาศ ข่าวบันเทิง ข่าวเด่นข่าวด่วน ใน gmail ของเรามีกล่องจดหมายเข้ามากี่ฉบับ และสามารถเลือกได้อีกมากมาย แล้วแต่ว่าอยากได้อะไร ไม่ว่าจะเป็น ข่าวจากสำนักข่าวต่าง ๆ ข่าวเฉพาะด้าน นาฬิกา สมุดบันทึก ปรับแต่งโลโก้

d. Skype
เป็นโปรแกรม ที่ใช้สนทนาหรือพูดคุย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร สอบถามสารทุกข์สุกดิบ สามารถมองเห็นภาพคู่สนทนาได้ โดยการสนทนาจะต้องใช้ ชุดหูฟังและไมโครโฟน ในการพูดคุย และถ้าหากมีกล้องก็สามารถมองเห็นภาพได้ด้วย สามารถที่จะเข้าสู่การพูดคุยกับเพื่อนๆ ทั่วทุกโลก เปรียบเสมือนคุยโทรศัพท์ที่บ้าน ที่สำคัญคือไม่ต้องจ่ายค่าโทรศัพท์ แต่ต้องจ่ายค่า Internet ครับ
e. Skechtup
โปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบหรือ Skech เป็นรูปภาพ 3 มิติ หรือ Model 3 มิติ แล้วเปลี่ยนเป็นภาพ 2 มิติ หรือเขียนภาพจากต้นแบบจาก 2 มิติมาเป็น 3 มิติก็ได้ โดยสามารถสร้างงานเขียนแบบหรือภาพจำลองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เช่น การสร้าง อาคาร โรงจอดรถ เก้าอี้ เตียง การสร้างตึก การปรับเปลี่ยนสีของผนังในห้อง ซึ่งเป็นโปรแกรมของ Google สามารถdownload ได้ที่ http://sketchup.google.com/download/

จาก ว่าที่ ร.ต.หญิงสุทธาอร แผนบ้านสร้าง

30 เมษายน 2551 เวลา 02:28  

นางรัชนี ค่ายสงคราม รหัสนักศึกษา 50210215
อาจารย์คะเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2551 ได้ล้างบาป ข้อ1 กับข้อ 5 พอมานอนคิด 1คืนก็เลยไม่มั่นใจในคำตอบข้อ 3จึงขอแก้ข้อ 3 อีก 1ข้อคะ
ข้อ 3. หลักการภาวะผู้นำ leadership ตามองค์ประกอบของ Credibility = Trustwothiness + Expertise
ตอบ Credibility คือความไว้วางใจได้ ความเชี่ยวชาญ
Trustworthiness ความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งมี 4 ลักษณะ
1. ไม่ลำเอียง
2. ความจริงยึดหลักความจริง
3. ความดีงาม
4. ความซื่อสัตย์
ดังนั้นหลักในการเป็นภาวะผู้นำleadership ตามองค์ประกอบของ Credibility = Trustwothiness + Expertise คือ
1.ต้องมีการกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยมขององค์กรโดยรวมว่าต้องการให้องค์เป็นอะไร อะไรคือพันธกิจหลักและอไรที่ถือว่าเป็นค่านิยมขององค์กรที่ต้องการ โดยจะต้องไม่ขัดแย้งกัน ซึ่งกันและกัน
2.การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงานโดยให้ผู้ร่วมงานเข้าใจและปฏิบัติภาระกิจจนประสบความสำเร็จ สามารถทำงานร่วมกันได้ผลดี สำนึกในหน้าที่และความรับผิดชอบ
3.การมีเหตุผลและอุดมการณ์กว้างไกล สามารถสร้างความเชื่อถือและความมั่นใจให้แก่ผู้ร่วมงาน
4.การมีความคิดสร้างสรรค์ ยุติธรรมไม่ยึดอารมณ์มาเกี่ยวข้อง และไม่เอาผลประโยชน์โดยตรงต่อคนใดคนหนึ่งเข้ามาผูกพัน
5.การมีความอดทน อดกลั้นและกล้าเผชิญต่อเหตุการณ์ตลอดจนใช้วาจาในการสื่อสารอย่างมีเหตุผล
6.การมีไหวพริบ ใจกว้างมีหลักธรรมประจำใจ
7.การตัดสินใจอย่างรอบคอบและถูกต้องทันเวลา
8.การมีความสามารถในการใช้ภาวะผู้นำ เพื่อการเปลี่ยนแปลง
9.คลุกคลีและปรากฎตัวอยู่ในที่ทำงานกับเพื่อนร่วมงานประจำ
จะเห็นได้ว่าการทำอะไรก็ตามถ้ามีภาวะผู้นำก็สามารถทำให้ผู้เกี่ยวข้องเกิดความศรัทธา มีความเชื่อถือ มีความไว้เนื้อเชื่อใจและสามารถทำงานได้บรรลุเป้าหมายตลอดจนงานเกิดประสิทธิผลและประสิทธิภาพดีเยี่ยม

30 เมษายน 2551 เวลา 03:01  

นายไสว เปรมปรี รหัส 50210224 ศูนย์สระบุรี
ห้อง 2 ขออนุญาตส่งข้อสอบปลายภาคเรียนที่ 2/2550
ข้อ 1. อธิบายหน้าที่ ของ Google Search Featuresเหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง
a. File type คือ ชนิดของข้อมูลต่างๆ โดยกำหนดเป็นชนิดของข้อมูล เช่น word Excel power point รูปภาพ ทำได้โดยการ กำหนดชนิดของไฟล์นั้นๆ เช่นต้องการค้นหา คำว่า บ้าน ที่เป็นไฟล์ PowerPoint ก็ให้พิมพ์คำว่า house แล้วตามด้วยชนิดของไฟล์ โดยพิมพ์จุด ppt (house.ppt) ก็จะได้ไฟล์ข้อมูลที่ไฟล์ PowerPoint เกี่ยวกับบ้านเพียงอย่างเดียว
b. Definitions คือ การค้นหาข้อมูลโดยให้คำศัพท์ หรือ keyword ของข้อมูลนั้นๆ เช่น ต้องการค้นหาคำว่าhouse ก็ให้พิมพ์คำนั้น ลงไป หรือถ้าหากต้องการค้นหาข้อมูลที่มี คำสองคำ เราก็สามารถใช้เครื่องหมาย + เพิ่มเติมได้ เช่น ต้องการค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ สุนัข และแมว เราก็สามารถพิมพ์คำว่า dog + cat
ก็จะได้ข้อมูลจาก website ที่มีข้อมูลของ สุนัข กับ แมว เป็นต้น
c. Currency Conversions คือ การค้นหา อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพื่อเปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยนเงินสกุลต่างๆ ทั่วโลก เช่น เมื่อเราต้องการค้นหาข้อมูลเงินตราของเรา(ประเทศไทย) เปรียบเทียบกับประเทศจีน หรือประเทศญี่ปุ่น เราก็สามารถใช้ Google ช่วยในการเปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยนที่เป็นปัจจุบันได้ทันทีและเป็นปัจจุบันด้วย
d. Book Search คือ เครื่องมือใน Google สำหรับการค้นหาหนังสือเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เช่น เราต้องการสืบค้นหาหนังสือเกี่ยวกับ กีฬาชกมวยก็พิมพ์ boxing เครื่องมือนี้ก็จะแสดงชื่อหนังสือเกี่ยวกับกีฬาให้เราเลือกข้อมูลในหนังสือเป็นจำนวนมาก
e. Calculators เครื่องมือคำนวณ เช่นเดียวกับเครื่องคิดเลข โดยใช้สัญญลักษณ์ต่างๆแทนดังนี้
- Addition เครื่องหมาย + ( บวก )
- Subtraction เครื่องหมาย – ( ลบ )
- × เครื่องหมาย คูณ ใช้สัญลักษณ์ *
- ÷ เครื่องหมาย หาร ใช้สัญลักษณ์ / divition
ตัวอย่าง 20/5 หมายถึง 20 หารด้วย 5
หรือ (6*4)+10 เครื่องหมาย * คือ เครื่องหมาย คูณ , + addition ( บวก )
หมายถึง 6x4 + 10 = 34
หรือ 5^3 เครื่องหมาย ^ คือ เครื่องหมาย ยกกำลัง

ข้อ 2. หลักแต่ละข้อของ 10 c’s มีประโยชน์ในการเลือกสารสนเทศใน อินเตอร์เน็ตอย่างไร
a. Citations หมายถึง แหล่งทรัพยากรหรือข้อความใน อินเตอร์เน็ต ควรมีบรรณานุกรมด้วย เพื่อให้ผู้อ่านสามารถตามรอยได้เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของ
เดิมด้วยเพื่อเป็นการวิจัยค้นคว้าให้ลึกลงไปได้อีก หรือที่เรียกว่ามีรากเหง้า ซึ่งการเขียนอ้างอิงหรือการบอกที่มาก็จะมีมาตรฐานหรือวิธีการเขียนอ้างอิงหรือบรรณานุกรมซึ่งมีอยู่หลายแบบหรือหลายลักษณะ เช่น Apa อเมริกัน ผู้แต่งตามด้วย พ.ศ. ตามด้วย เมืองที่พิมพ์ ( ม.วงษ์ชวลิตกุล ใช้ระบบนี้)
(แบบของ จุฬา ผู้แต่ง ตามด้วย พ.ศ. ตามด้วย วงเล็บ เมืองที่พิมพ์ )
b. Critical thinking คือการคิดเชิงวิกฤต คิดอย่างลึกซึ้ง ไปเจออะไรต้องคิดแบบหัวทิ่มดิน ใช้ประสบการณ์ ความรู้ ไปวัด ไปประเมิน ว่าผู้แต่งเป็นใคร รู้จักเขาหรือไม่ แล้วสรุปว่าน่าเชื่อถือได้หรือไม่ การทำงานให้ทำเหมือนไปเจอสิ่งตีพิมพ์ใหม่ ๆ ใครแต่ง มีชื่อเสียงหรือไม่ แล้วนำข้อมูลหรือรายละเอียดมาวิเคราะห์ดู
c. Credibility คือความน่าเชื่อถือและความสามารถ ก็คือความสามารถที่จะเชื่อถือได้ ข้อแรก ดูที่ผู้แต่ง รู้จักแต่งหรือไม่ เชื่อถือได้หรือไม่ เป็นผู้รู้ผู้เล่นในเรื่องนั้น สาขานั้นหรือไม่ถ้าลงท้ายด้วยจุด ac. ก็จะมีความเป็นวิชาการสูง พวกที่ที่ลงท้ายด้วยจุด .org .net .edu .gov มีความเชื่อถือมากกว่า .com เพราะจุด . com เป็นการทำเพื่อการค้า
d. content คือ เนื้อหาสาระ ผู้แต่งคือใคร จะบอกถึงเครดิต เนื้อหาที่ไม่มีผู้แต่งเป็นเนื้อหาที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือต้องมี จูลี่ ในระบบศาลอเมริกันมีลูกขุน หรือคณะผู้อ่านตรวจ ก็จะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ศาลไทยใช้สืบพยานตามกระแสข่าวสารได้ ตามกระแสเชิงวิชาการได้ต้องดูว่าเขียนมาด้วยความจริงจังในเชิงวิชาการหรือเขียนมาเสียดสีกันมาเล่น ๆ วันที่เขียนบทความนั้น มีความใหม่หรือเปล่า บทความนั้นมีความเป็นปัจจุบันหรือไม่ มี Versionใหม่หรือเปล่า วันที่ลงไว้ด้วยหรือเปล่า
e. Copyright คือลิขสิทธิ์ แม้ว่าบทความในอินเตอร์เน็ต ไม่มีผู้เขียนชัดเจน แต่มันมีที่อยู่ สิ่งเหล่านี้ตกอยู่ภายใต้สนธิสัญญาทางลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น ต้องระวังเรื่องลิขสิทธิ์อยู่เสมอ แต่ในต่างประเทศเขาจะมีวิธีการให้ใช้บทความที่ได้มาจากอินเตอร์เน็ตหรือเรียกว่า ใช้อย่างยุติธรรม คือสามารถใช้ข้อความสั้น ๆ หรือการกล่าวอ้างอิงหรืออ้างถึงได้ เช่น นายคนนี้กล่าวว่า ..... เราก็สามารถนำบทความนั้นมาเป็นข้อมูลอ้างอิงได้ โดยห้ามดัดแปลงจากต้นฉบับเดิม เด็ดขาด
ข้อ 3. หลักการภาวะผู้นำ leadership ตามองค์ประกอบของ Credibility = Trustwothiness + Expertise
- Credibility คือความไว้วางใจได้ ความเชี่ยวชาญ
- Trustworthiness ความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งมี 4 ลักษณะ
1. ไม่ลำเอียง
2. ความจริงยึดหลักความจริง
3. ความดีงาม
4. ความซื่อสัตย์
- Expertise ความเชี่ยวชาญ คือ มีประสบการณ์ มีความฉลาด มีอำนาจ มีความรู้ในสาขานั้นอย่างแท้จริง
หรือว่า
-trustworthiness คือความไว้เนื้อเชื่อใจ ประกอบไปด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะ ความไม่ลำเอียง ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ จะบ่งบอกถึงความเป็นผู้มีความจริงใจ มีความดีงาม และมีจรรยาบรรณ
-expertise คือความเป็นผู้ชำนาญการ เป็นผู้มีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถนะสิ่งเหล่านี้ จะบ่งบอกถึงความรู้และทักษะที่มีและแสดงออกมา
- ผู้บริหารที่ดีต้องบริการจัดการองค์กรให้ประสบความสำเร็จตรงตามเป้าหมายได้นั้น ผู้บริหารจะต้องมีภาวะผู้นำ ซึ่งลักษณะของภาวะผู้นำนั้นจะต้องประกอบไปด้วยคุณลักษณะต่างๆต่อไปนี้คือเป็นคนที่เชื่อถือได้ เป็นคนที่ผู้ร่วมงานให้ความไว้วางใจ หรือไว้เนื้อเชื่อใจ
-trustworthiness มีความตั้งใจจริงในการทำงาน มีสัจจะพูดคำไหนคำนั้น ไม่ลำเอียงมีความเป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์ในการทำงาน มีความเฉลียวฉลาด มีอำนาจ มีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญการ
-expertise มีความรอบรู้ในงานนั้นๆ อย่างแท้จริง จึงจะทำให้ผู้ร่วมงานเกิดความเชื่อถือ credibilityในตัวของผู้บริหาร และสามารถนำพาองค์กรนั้นไปสู่ความสำเร็จได้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่กำหนดไว้
ข้อ 4. ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM
ปัจจุบันเทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว องค์กรต่างๆ จะต้องมีการเตรียมเอาเทคโนโลยีมาช่วยในการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพได้สูงสุด โดยเราสามารถนำเทคโนโลยีไปใช้ร่วมกับการบริหารจัดการต่างๆ ให้ดีขึ้น เช่น การใช้ ICT ร่วมกับการจัดการความรู้ (KM) ซึ่ง ICT นับว่ามีบทบาทสำคัญในขั้นตอนของการจัดการความรู้ เช่น
1. ในขั้นตอนการจัดการให้เกิดความรู้ หรือการสร้างความรู้ เราสามารถใช้ เทคโนโลยีช่วย ในการค้นหาความรู้จากแหล่งต่างๆ เช่น ตัวบุคคล ผู้ชำนาญการ การคบหา การแลกเปลี่ยนความรู้ต่อหน้า หรือการค้นหา จาก website จากคอมพิวเตอร์ จากสื่อต่างๆ
2. ในขั้นตอนการจัดการให้เกิดองค์ความรู้ โดยการนำความรู้มาวิเคราะห์ สังเคราะห์ แล้วนำข้อมูลไปจัดเก็บ ให้เป็นหวดหมู่ เพื่อง่ายต่อการจัดเก็บและสืบค้น เป็นความรู้ที่เราวิเคราะห์หรือสังเคราะห์จากประสบการณ์ตัวเอง แล้วนำไปจัดเก็บในคอมพิวเตอร์ หรือ ใน Website โดยอาจจะมีการจัดทำเป็นฐานข้อมูล
3. ในขั้นตอนการจัดการให้เกิดการนำข้อมูลไปใช้ โดยเราสารถคัดเลือกใช้ข้อมูลต่างๆ ที่เราสนใจได้อย่างสะดวกรวดเร็วขึ้น ถ้าหากมีการจัดเก็บไว้เป็นหมวดหมู่
4. ในขั้นตอนการจัดการให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยส่งเสริมให้องค์กรได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ได้ทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยกัน หรือการใช้เทคโนโลยีต่างๆ ซึ่งจะต้องมีการวิเคราะห์และตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้งาน
5. ขั้นตอนของการจัดเก็บเป็นคลังความรู้ เพื่อง่ายต่อการกระจายข้อมูลข่าวสาร หรือนำไปสู่การปฏิบัติเมื่อทดลองปฏิบัติจนเกิดความชำนาญแล้วก็จะได้เป็นความรู้ใหม่เนื่องจากสามารถคิดวิธีการใหม่ๆ ซึ่งเป็นความรู้ที่เกิดจากการทดลองทำ แก้ไขปรับปรุง จนเกิดเป็นความรู้ที่เกิดขึ้นกับตัวผู้ที่ปฏิบัติงานเอง และสามารถถ่ายทอดไปเป็นความรู้ในวงจรใหม่ต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ ถ้าหากเราใช้ ICT ไปช่วยในขั้นตอนนี้ก็อาจจะทำให้เรามีความเข้าใจในงานนั้นๆ มากยิ่งขึ้น หรือเร็วยิ่งขึ้น การทำงานก็จะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ข้อ 5. หน้าที่และประโยชน์ของโปรแกรม
a. Snag it
เป็นโปรแกรมที่ใช้ บันทึกข้อมูลในรูปแบบต่างๆ สามารถใช้จับภาพหน้าจอไว้ได้หลายรูปแบบ ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และภาพวีดีโอ สามารถตัดต่อรูปภาพและตกแต่งรูปภาพได้ แม้กระทั่งข้อมูลใน file ต่าง ๆ แล้วบันทึกข้อมูลที่ได้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น PowerPoint Excel, word หรือ บันทึกเป็นรูปภาพ เช่น jpg , png , bmp gif pdf และอื่นๆ ตามต้องการ
b. You Tube
เป็น website ที่ให้บริการข้อมูล ในรูปแบบของ ข้อมูลที่เป็น บทความ ภาพ วีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว ได้ทั่วโลก เมื่อมีผู้ที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูล ต่างๆ หรือผู้ที่ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ก็จะนำข้อมูลดังกล่าวมาลงหรือ post ไว้ เราอยากจะมีความรู้เรื่องอะไรเราก็สามารถไปค้นหาข้อมูล copy หรือ download ข้อมูลที่ต้องการได้
c. iGoogle
เป็นการกำหนดค่าความเป็น ส่วนตัวของกูเกิ้ล หรือ บ้านบนเว็บของคุณ ซึ่งเราสามารถตั้งค่าให้แสดงเนื้อหาที่สนใจได้ เช่น การรายงานข่าวธุรกิจ สภาพอากาศ ข่าวบันเทิง ข่าวเด่นข่าวด่วน ใน gmail ของเรามีกล่องจดหมายเข้ามากี่ฉบับ และสามารถเลือกได้อีกมากมาย แล้วแต่ว่าอยากได้อะไร ไม่ว่าจะเป็น ข่าวจากสำนักข่าวต่าง ๆ ข่าวเฉพาะด้าน นาฬิกา สมุดบันทึก ปรับแต่งโลโก้
d. Skype
เป็นโปรแกรม ที่ใช้สนทนาหรือพูดคุย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร สอบถามข้อมูลได้เช่นเดียวกับโทรศัพท์ สามารถมองเห็นภาพคู่สนทนาได้ โดยการสนทนาจะต้องใช้
อุปกรณ์หูฟังและไมโครโฟน ในการพูดคุย และถ้าหากมีกล้องก็สามารถมองเห็นภาพได้ด้วย สามารถที่จะเข้าสู่การพูดคุยกับเพื่อนๆ ทั่วทุกโลก โดยผ่านทางInternet
e. Skechtup
โปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบหรือ Skech เป็นรูปภาพ 3 มิติ หรือ Model 3 มิติ แล้วเปลี่ยนเป็นภาพ 2 มิติ หรือเขียนภาพจากต้นแบบจาก 2 มิติมาเป็น 3 มิติก็ได้ โดยสามารถสร้างงานเขียนแบบหรือภาพจำลองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เช่น การสร้าง อาคาร บ้านพักอาศัย หรือเฟอร์นิเจอร์ได้

30 เมษายน 2551 เวลา 04:45  

อากาศ โพธิ์อ่อง ๕๐๒๑๐๒๑๙ ห้อง๒ ครับผม
ผมเรียนไม่ค่อยดื้อ แต่เวลาคิดบางที่ก็ดื้อครับ ผมตอบเพื่อให้อาจารย์เข้าใจเจตนาว่า จะสามารถนำเรื่องที่อาจารย์สอนไปใช้ได้ และเอามาจากตรงไหน หาและใช้อย่างไรครับผม
ความหมายและการใช้ประโยชน์
๑.๑.File type หมายถึง การค้นหาไฟล์ สกุลชนิดต่าง ๆ เช่น .ppt .pdf
๑.๒.Definitionหมายถึงคำนิยาม คำอธิบายหาความหมาย
๑.๓.Currency Conversion หมายถึงการแลกเปลี่ยนสกุลเงิน ทั่วโลก
๑.๔. Book Search หมายถึงการค้นหาหนังสือหรือตำราต่าง ๆ ทั่วโลก และสามารถค้นไดหลายภาษา
๑.๕.Calculation หมายถึงการคำนวณ โดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยคำนวน
หน้าที่และประโยชน์ของโปรแกรม
๕.๑.Snagit หมายถึง การจับหาจอภาพ เพื่อนำไปใช้กับงานอื่น ๆ
๕.๒.You tube หมายถึง การค้นหา You tube เป็นศูนย์รวมชุมนุมเว็บที่เกี่ยวกับไฟล์วีดีโอที่ใหญ่ที่สุด สามารถค้นหาไฟล์ได้จำนวนมาก โดย You tube ได้ทำดัชนีของไฟล์วีดีโอจากทั่วโลก พร้อมทั้งมีการจัดกลุ่มให้เป็นระเบียบ และให้คนเข้าชมสามารถเลือก vote วีดีโอต่างๆได้ด้วยว่าน่าสนใจเพียงใด
๕.๓. iGoogle เป็นหน้าบริการของ home page ของ google ที่สามารถหาเนื้อหาต่าง ๆ มาวางและสามารถตกแต่งให้สวยงามได้
๕.๔.Skypeเป็นโปรแกรมที่ใช้ เทคโนโลยีสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตกับเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยมีไมโครโฟนก็สามารถพูดคุยกับเพื่อน ๆ ได้ทั่วโลก
๕.๕.Sketup เป็นโปรแกรมออกแบบ ๓ มิติ ใช้กับการออกแบบหรือจำลองภาพ ได้อย่างง่ายและรวดเร็ว

30 เมษายน 2551 เวลา 06:22  

นายเกษม มะโนชื่น 50210159 ห้อง 2
ไม่มั่นใจเท่าไรนักครับ
ข้อ 1. อธิบายหน้าที่ ของ GoogleSearch Featuresเหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง
a. File type คือ การค้นหาข้อมูลต่างๆ โดยกำหนดเป็นชนิดของข้อมูล เช่น word power point รูปภาพ ทำได้โดยการ กำหนดชนิดของไฟล์นั้นๆ เช่นต้องการค้นหาคำที่เป็นไฟล์ powrepoint ก็ให้พิมพ์คำนั้น แล้วตามด้วยชนิดของไฟล์ โดยพิมพ์จุด .ppt ก็จะได้ไฟล์ข้อมูลที่ไฟล์ powerpoint เพียงอย่างเดียว
b. Definitions คือ การค้นหาข้อมูลโดยให้คำศัพท์ หรือ keyword ของข้อมูลนั้นๆ เช่น ต้องการค้นหาคำว่าคอมพิวเตอร์ หรือ Internet ก็ให้พิมพ์คำนั้น ลงไป หรือถ้าหากต้องการค้นหาข้อมูลที่มี คำสองคำ เราก็สามารถใช้เครื่องหมาย + เพิ่มเติมได้ เช่น ต้องการค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ หนู และแมว เราก็สามารถพิมพ์คำว่า rat + cat หรือ rat and cat ก็จะได้ข้อมูลจาก website ต่างๆ
c. Currency Conversions คือ กาคค้นหา อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา เพื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย หรือประเทศอื่นๆ
d. Book Search คือ เครื่องมือสำหรับการค้นหาหนังสือเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เช่น เราต้องการสืบค้นหาหนังสือเกี่ยวกับ รถยนต์ ก็พิมพ์ Car เครื่องมือนี้ก็จะแสดงชื่อหนังสือเกี่ยวกับรถยนต์ให้เราเลือกข้อมูลได้อย่างหลากหลาย ซึ่งจะได้ข้อมูลเป็นเล่มๆ
e. Calculators เครื่องมือคำนวณ คำนวณอะไรได้หมด
- Addition เครื่องหมาย + ( บวก )
- Subtraction เครื่องหมาย – ( ลบ )
- x เครื่องหมาย คูณ ใช้สัญญาลักษณ์ *
- เครื่องหมาย หาร ใช้ / divition
- เปอร์เซ็นต์ ( การหาเศษส่วน )
ตัวอย่าง 8/7 หมายถึง 8 หารด้วย 7
8 /7 หมายถึง การหาส่วนที่เหลือจากการที่ 8 หารด้วย 7 เหลือเท่าไร
หมายถึงผู้คำนวณ เครื่องมือคำนวณมีความสามารถในการคำนวณไม่จำเป็นต้องมีเครื่องคิดเลขก็ได้
เช่น 7*8+5 เครื่องหมาย * คือ เครื่องหมาย คูณ , + addition ( บวก )
หรือ 3^6เครื่องหมาย ^ คือ เครื่องหมาย ยกกำลัง

ข้อ 2. หลักแต่ละข้อของ 10 c มีประโยชน์ในการเลือกสารสนเทศใน อินเตอร์เน็ตอย่างไร
a. Citations แหล่งทรัพยากรหรือข้อความใน อินเตอร์เน็ต ควรมีข้อความอ้างอิง เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของบทความและสามารถค้นหาข้อมูล เพื่อเป็นการวิจัยค้นคว้าให้ลึกลงไปได้อีก หรือที่เรียกว่ามีรากเหง้า ซึ่งการเขียนอ้างอิงหรือการบอกที่มาก็จะมีมาตรฐานหรือวิธีการเขียนอ้างอิงหรือบรรณานุกรมซึ่งมีอยู่หลายแบบหรือหลายลักษณะ เช่น Apa อเมริกัน ผู้แต่งตามด้วย พ.ศ. ตามด้วย เมืองที่พิมพ์ ( เหมือนของ ม.วงษ์ชวลิตกุล )
แบบของ จุฬา ผู้แต่ง ตามด้วย พ.ศ. ตามด้วย วงเล็บ เมืองที่พิมพ์ )
b. Critical thinking คือการคิดเชิงวิกฤต ไปเจออะไรต้องคิดแบบหัวทิ่มดิน ใช้ประสบการณ์ ความรู้ ไปวัด ไปประเมิน ว่าผู้แต่งเป็นใคร รู้จักเขาหรือไม่ แล้วสรุปว่าน่าเชื่อถือได้หรือไม่ การทำงานให้ทำเหมือนไปเจอสิ่งตีพิมพ์ใหม่ ๆ ใครแต่ง มีชื่อเสียงหรือไม่ แล้วนำข้อมูลหรือรายละเอียดมาวิเคราะห์ดู
c. Credibility คือความน่าเชื่อถือและความสามารถ ก็คือความสามารถที่จะเชื่อถือได้ ข้อแรก ดูที่ผู้แต่ง รู้จักแต่งหรือไม่ เชื่อถือได้หรือไม่ เป็นผู้รู้ผู้เล่นในเรื่องนั้น สาขานั้นหรือไม่ถ้าลงท้ายด้วยจุด ac. ก็จะมีความเป็นวิชาการสูง พวกที่ที่ลงท้ายด้วยจุด .org .net .edu .gov มีความเชื่อถือมากกว่า .com เพราะจุด . com เป็นการทำเพื่อการค้า
d. content คือ เนื้อหาสาระ ผู้แต่งคือใคร จะบอกถึงเครดิต เนื้อหาที่ไม่มีผู้แต่งเป็นเนื้อหาที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือต้องมี จูลี่ ในระบบศาลอเมริกันมีลูกขุน หรือคณะผู้อ่านตรวจ ก็จะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ศาลไทยใช้สืบพยานตามกระแสข่าวสารได้ ตามกระแสเชิงวิชาการได้ต้องดูว่าเขียนมาด้วยความจริงจังในเชิงวิชาการหรือเขียนมาเสียดสีกันมาเล่น ๆ วันที่เขียนบทความนั้น มีความใหม่หรือเปล่า บทความนั้นมีความเป็นปัจจุบันหรือไม่ มีเวอร์ชั้นใหม่หรือเปล่า วันที่ลงไว้มั้ย
e. Copyright (ลิขสิทธิ์) แม้ว่าบทความในอินเตอร์เน็ต ไม่มีผู้เขียนชัดเจน แต่มันมีที่อยู่ สิ่งเหล่านี้ตกอยู่ภายใต้สนธิสัญญาทางลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น ต้องระวังเรื่องลิขสิทธิ์อยู่เสมอ แต่ในต่างประเทศเขาจะมีวิธีการให้ใช้บทความที่ได้มาจากอินเตอร์เน็ตหรือเรียกว่า ใช้อย่างยุติธรรม คือสามารถใช้ข้อความสั้น ๆ หรือการกล่าวอ้างอิงหรืออ้างถึงได้ เช่น นายคนนี้กล่าวว่า ..... เราก็สามารถนำบทความนั้นมาเป็นข้อมูลอ้างอิงได้ โดยห้ามดัดแปลงจากต้นฉบับเดิม เด็ดขาด

ข้อ 3. หลักการภาวะผู้นำ leadership ตามองค์ประกอบของ Credibility = Trustwothiness + Expertise
- Credibility คือความไว้วางใจได้ ความเชี่ยวชาญ
- Trustworthiness ความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งมี 4 ลักษณะ
1. ไม่ลำเอียง
2. ความจริงยึดหลักความจริง
3. ความดีงาม
4. ความซื่อสัตย์
- Expertise ความเชี่ยวชาญ คือ มีประสบการณ์ มีความฉลาด มีอำนาจ มีความรู้ใน
สาขานั้นอย่างแท้จริง หรือว่า
-trustworthiness คือความไว้เนื้อเชื่อใจ ประกอบไปด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะ ความไม่ลำเอียง ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ จะบ่งบอกถึงความเป็นผู้มีความจริงใจ มีความดีงาม และมีจรรยาบรรณ
-expertise คือความเป็นผู้ชำนาญการ เป็นผู้มีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถณะสิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้และทักษะที่มีและแสดงออกมา
-ผู้บริหารที่ดีต้องบริการจัดการองค์กรให้ประสบความสำเร็จตรงตามเป้าหมายได้นั้น ผู้บริหารจะต้องมีภาวะผู้นำ ซึ่งลักษณะของภาวะผู้นำนั้นจะต้องประกอบไปด้วยคุณลักษณะต่างๆต่อไปนี้คือเป็นคนที่เชื่อถือได้ เป็นคนที่ผู้ตามให้ความไว้วางใจ หรือไว้เนื้อเชื่อใจ
-trustworthiness มีความตั้งใจจริงในการทำงาน มีสัจจะพูดคำไหนคำนั้น ไม่ลำเอียงมีความเป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์ในการทำงาน มีความเฉลียวฉลาด มีอำนาจ มีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญการ
-expertise มีความรอบรู้ในงานนั้นๆอย่างแท้จริง จึงจะทำให้ผู้ตามเกิดความเชื่อถือ credibilityในตัวของผู้บริหาร และสามารถนำพาองค์กรนั้นไปสู่ความสำเร็จได้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่ได้วางไว้
ข้อ 4. ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM
Knowledge Management การจัดการความรู้ คือ มีการรวบรวม การจัดระบบการจัดเก็บและการเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้ มีการแบ่งปัน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้กับองค์กร ในปัจจุบัน ICT มีบาทบาทในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก เราสามารถนำมาใช้ในการจัดการความรู้ได้ คือ
1.เทคโนโลยีการสื่อสาร
ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้เราหันมาให้ความสำคัญต่อการติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทำให้เราสามารถติดต่อเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของอินเทอร์เน็ต หรือด้านการติดต่อสื่อสารโทรคมนาคมในระยะไกลต่าง ๆ ก่อให้เกิดการนำเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลมาใช้ในองค์กร เป็นการนำความรู้จากข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมาสร้างทางเลือกในการตัดสินใจในการบริหารจัดการ ส่งผลให้เราสามารถลดต้นทุน ลดเวลา ในการติดต่อสื่อสารส่งเสริมให้เกิดการใช้งานทรัพยากรร่วมกัน ซึ่งเหมาะกับสภาพขององค์กรในปัจจุบันที่ต้องการการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง การสื่อสารมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของสังคมมนุษย์ โดยเฉพาะการสื่อสารยุคใหม่ที่เกิดจากการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ (ICT) จำเป็นต้องมีความรู้ มีความสามารถ เพื่อนำมาใช้เพิ่มศักยภาพในองค์กรอย่างมีทักษะ และประยุกต์ใช้เพื่อการแก้ปัญหา การสื่อสารถือว่าหัวใจสำคัญ ที่จะทำให้บุคลากรทุกคนเข้าใจว่าองค์กรกำลังจะทำอะไร เพื่ออะไร ทำเมื่อไหร่และทำอย่างไร และการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสื่อสาร ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การติดต่อสื่อสาร สำเร็จตามวัตถุประสงค์
2.เทคโนโลยีสนับสนุนการทำงานร่วมกัน
เทคโนโลยี ช่วยให้เราแลกเปลี่ยนความเข้าใจ และความคิดกันได้กว้างขวางขึ้น แต่หัวใจของการแลกเปลี่ยน คือ ความสนใจร่วมกัน ใส่ใจความคิดของกันและกัน และสร้างชุมชนซึ่งเชื่อใจกัน การหาโอกาสเรียนรู้ สามารถถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และการทำงานร่วมกัน ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น การประชุม พูดคุย ผ่านเครื่องมือทาง Internet
3. เทคโนโลยีการจัดเก็บและค้นคืน
เทคโนโลยีช่วยตั้งแต่การรวบรวม การจัดเก็บข้อมูล การประมวลผล การพิมพ์ การสร้างรายงาน การสื่อสารข้อมูล ฯลฯ เพื่อให้ได้สารสนเทศไว้ใช้งานได้อย่างทันเหตุการณ์ก่อให้เกิดประสิทธิภาพทั้งในด้านการผลิต การบริการ การบริการและการดำเนินงานต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ ซึ่งจะส่งผลต่อความได้เปรียบทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และการพัฒนาคุณภาพชีวิต และคุณภาพของประชาชนในสังคม ดังนั้นเทคโนโลยี เป็นเครื่องมือเพื่อให้คนสามารถค้นหา จัดเก็บ แลกเปลี่ยน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้อย่างง่าย และรวดเร็วขึ้น
ข้อ 5. หน้าที่และประโยชน์ของโปรแกรม
a.Snagit
เป็นโปรแกรมที่ใช้ บันทึกข้อมูลในรูปแบบต่างๆ สามารถใช้จับภาพหน้าจอไว้ได้หลายรูปแบบ ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และภาพวีดีโอ สามารถตัดต่อรูปภาพและตกแต่งรูปภาพได้ แล้วบันทึกข้อมูลที่ได้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น PowerPoint Excel, word หรือ บันทึกเป็นรูปภาพ เช่น jpg , png , bmp gif pdf และอื่นๆ อีกมากมาย
b. You Tube
เป็น website ที่ให้บริการข้อมูล ในรูปแบบของ ข้อมูลที่เป็น ภาพ วีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว ได้ทั่วโลก เมื่อมีผู้ที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูล ต่างๆ หรือผู้ที่ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูล ก็จะนำข้อมูลดังกล่าวมา postไว้
c. iGoogle
เป็นการกำหนดค่าความเป็น ส่วนตัวของกูเกิ้ล หรือ บ้านบนเว็บของคุณ ซึ่งเราสามารถตั้งค่าให้แสดงเนื้อหาที่สนใจได้ เช่น การรายงานข่าวธุรกิจ สภาพอากาศ ข่าวบันเทิง ข่าวเด่นข่าวด่วน ใน gmail ของเรามีกล่องจดหมายเข้ามากี่ฉบับ และสามารถเลือกได้อีกมากมาย แล้วแต่ว่าอยากได้อะไร ไม่ว่าจะเป็น ข่าวจากสำนักข่าวต่าง ๆ ข่าวเฉพาะด้าน นาฬิกา สมุดบันทึก ปรับแต่งโลโก้
d. Skype
เป็นโปรแกรม ที่ใช้สนทนาหรือพูดคุย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร สอบถามสารทุกข์สุกดิบ สามารถมองเห็นภาพคู่สนทนาได้ โดยการสนทนาจะต้องใช้ ชุดหูฟังและไมโครโฟน ในการพูดคุย และถ้าหากมีกล้องก็สามารถมองเห็นภาพได้ด้วย สามารถที่จะเข้าสู่การพูดคุยกับเพื่อนๆ ทั่วทุกโลก เปรียบเสมือนคุยโทรศัพท์ที่บ้าน ที่สำคัญคือไม่ต้องจ่ายค่าโทรศัพท์ แต่ต้องจ่ายค่า Internet ครับ
e. Skechtup
โปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบหรือ Skech เป็นรูปภาพ 3 มิติ หรือ Model 3 มิติ แล้วเปลี่ยนเป็นภาพ 2 มิติ หรือเขียนภาพจากต้นแบบจาก 2 มิติมาเป็น 3 มิติก็ได้ โดยสามารถสร้างงานเขียนแบบหรือภาพจำลองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เช่น โต๊ะ เก้าอี้ เตียง การสร้างตึก การปรับเปลี่ยนสีของผนังในห้อง ซึ่งเป็นโปรแกรมของ Google สามารถdownload ได้ที่ http://sketchup.google.com/download/

30 เมษายน 2551 เวลา 06:53  

นายสมทบ ฉวีกลาง 50210244 ห้อง 2
รู้สึกว่าอาจจะต้องล้างมลทินหลายข้อ ขอส่งทุกข้อ กันพลาดครับ
ข้อ 1. อธิบายหน้าที่ ของ GoogleSearch Featuresเหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง
a. File type คือ การค้นหาข้อมูลต่างๆ โดยกำหนดเป็นชนิดของข้อมูล เช่น word power point รูปภาพ ทำได้โดยการ กำหนดชนิดของไฟล์นั้นๆ เช่นต้องการค้นหาคำที่เป็นไฟล์ powrepoint ก็ให้พิมพ์คำนั้น แล้วตามด้วยชนิดของไฟล์ โดยพิมพ์จุด .ppt ก็จะได้ไฟล์ข้อมูลที่ไฟล์ powerpoint เพียงอย่างเดียว
b. Definitions คือ การค้นหาข้อมูลโดยให้คำศัพท์ หรือ keyword ของข้อมูลนั้นๆ เช่น ต้องการค้นหาคำว่าคอมพิวเตอร์ หรือ Internet ก็ให้พิมพ์คำนั้น ลงไป หรือถ้าหากต้องการค้นหาข้อมูลที่มี คำสองคำ เราก็สามารถใช้เครื่องหมาย + เพิ่มเติมได้ เช่น ต้องการค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ หนู และแมว เราก็สามารถพิมพ์คำว่า rat + cat หรือ rat and cat ก็จะได้ข้อมูลจาก website ต่างๆ
c. Currency Conversions คือ กาคค้นหา อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา เพื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย หรือประเทศอื่นๆ
d. Book Search คือ เครื่องมือสำหรับการค้นหาหนังสือเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เช่น เราต้องการสืบค้นหาหนังสือเกี่ยวกับ รถยนต์ ก็พิมพ์ Car เครื่องมือนี้ก็จะแสดงชื่อหนังสือเกี่ยวกับรถยนต์ให้เราเลือกข้อมูลได้อย่างหลากหลาย ซึ่งจะได้ข้อมูลเป็นเล่มๆ
e. Calculators เครื่องมือคำนวณ คำนวณอะไรได้หมด
- Addition เครื่องหมาย + ( บวก )
- Subtraction เครื่องหมาย – ( ลบ )
- x เครื่องหมาย คูณ ใช้สัญญาลักษณ์ *
- เครื่องหมาย หาร ใช้ / divition
- เปอร์เซ็นต์ ( การหาเศษส่วน )
ตัวอย่าง 8/7 หมายถึง 8 หารด้วย 7
8 /7 หมายถึง การหาส่วนที่เหลือจากการที่ 8 หารด้วย 7 เหลือเท่าไร
หมายถึงผู้คำนวณ เครื่องมือคำนวณมีความสามารถในการคำนวณไม่จำเป็นต้องมีเครื่องคิดเลขก็ได้
เช่น 7*8+5 เครื่องหมาย * คือ เครื่องหมาย คูณ , + addition ( บวก )
หรือ 3^6เครื่องหมาย ^ คือ เครื่องหมาย ยกกำลัง

ข้อ 2. หลักแต่ละข้อของ 10 c มีประโยชน์ในการเลือกสารสนเทศใน อินเตอร์เน็ตอย่างไร
a. Citations แหล่งทรัพยากรหรือข้อความใน อินเตอร์เน็ต ควรมีข้อความอ้างอิง เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของบทความและสามารถค้นหาข้อมูล เพื่อเป็นการวิจัยค้นคว้าให้ลึกลงไปได้อีก หรือที่เรียกว่ามีรากเหง้า ซึ่งการเขียนอ้างอิงหรือการบอกที่มาก็จะมีมาตรฐานหรือวิธีการเขียนอ้างอิงหรือบรรณานุกรมซึ่งมีอยู่หลายแบบหรือหลายลักษณะ เช่น Apa อเมริกัน ผู้แต่งตามด้วย พ.ศ. ตามด้วย เมืองที่พิมพ์ ( เหมือนของ ม.วงษ์ชวลิตกุล )
แบบของ จุฬา ผู้แต่ง ตามด้วย พ.ศ. ตามด้วย วงเล็บ เมืองที่พิมพ์ )
b. Critical thinking คือการคิดเชิงวิกฤต ไปเจออะไรต้องคิดแบบหัวทิ่มดิน ใช้ประสบการณ์ ความรู้ ไปวัด ไปประเมิน ว่าผู้แต่งเป็นใคร รู้จักเขาหรือไม่ แล้วสรุปว่าน่าเชื่อถือได้หรือไม่ การทำงานให้ทำเหมือนไปเจอสิ่งตีพิมพ์ใหม่ ๆ ใครแต่ง มีชื่อเสียงหรือไม่ แล้วนำข้อมูลหรือรายละเอียดมาวิเคราะห์ดู
c. Credibility คือความน่าเชื่อถือและความสามารถ ก็คือความสามารถที่จะเชื่อถือได้ ข้อแรก ดูที่ผู้แต่ง รู้จักแต่งหรือไม่ เชื่อถือได้หรือไม่ เป็นผู้รู้ผู้เล่นในเรื่องนั้น สาขานั้นหรือไม่ถ้าลงท้ายด้วยจุด ac. ก็จะมีความเป็นวิชาการสูง พวกที่ที่ลงท้ายด้วยจุด .org .net .edu .gov มีความเชื่อถือมากกว่า .com เพราะจุด . com เป็นการทำเพื่อการค้า
d. content คือ เนื้อหาสาระ ผู้แต่งคือใคร จะบอกถึงเครดิต เนื้อหาที่ไม่มีผู้แต่งเป็นเนื้อหาที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือต้องมี จูลี่ ในระบบศาลอเมริกันมีลูกขุน หรือคณะผู้อ่านตรวจ ก็จะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ศาลไทยใช้สืบพยานตามกระแสข่าวสารได้ ตามกระแสเชิงวิชาการได้ต้องดูว่าเขียนมาด้วยความจริงจังในเชิงวิชาการหรือเขียนมาเสียดสีกันมาเล่น ๆ วันที่เขียนบทความนั้น มีความใหม่หรือเปล่า บทความนั้นมีความเป็นปัจจุบันหรือไม่ มีเวอร์ชั้นใหม่หรือเปล่า วันที่ลงไว้มั้ย
e. Copyright (ลิขสิทธิ์) แม้ว่าบทความในอินเตอร์เน็ต ไม่มีผู้เขียนชัดเจน แต่มันมีที่อยู่ สิ่งเหล่านี้ตกอยู่ภายใต้สนธิสัญญาทางลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น ต้องระวังเรื่องลิขสิทธิ์อยู่เสมอ แต่ในต่างประเทศเขาจะมีวิธีการให้ใช้บทความที่ได้มาจากอินเตอร์เน็ตหรือเรียกว่า ใช้อย่างยุติธรรม คือสามารถใช้ข้อความสั้น ๆ หรือการกล่าวอ้างอิงหรืออ้างถึงได้ เช่น นายคนนี้กล่าวว่า ..... เราก็สามารถนำบทความนั้นมาเป็นข้อมูลอ้างอิงได้ โดยห้ามดัดแปลงจากต้นฉบับเดิม เด็ดขาด
ข้อ 3. หลักการภาวะผู้นำ leadership ตามองค์ประกอบของ Credibility = Trustwothiness + Expertise
- Credibility คือความไว้วางใจได้ ความเชี่ยวชาญ
- Trustworthiness ความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งมี 4 ลักษณะ
1. ไม่ลำเอียง
2. ความจริงยึดหลักความจริง
3. ความดีงาม
4. ความซื่อสัตย์
- Expertise ความเชี่ยวชาญ คือ มีประสบการณ์ มีความฉลาด มีอำนาจ มีความรู้ใน
สาขานั้นอย่างแท้จริง
-trustworthiness คือความไว้เนื้อเชื่อใจ ประกอบไปด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะ ความไม่ลำเอียง ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ จะบ่งบอกถึงความเป็นผู้มีความจริงใจ มีความดีงาม และมีจรรยาบรรณ
-expertise คือความเป็นผู้ชำนาญการ เป็นผู้มีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถณะสิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้และทักษะที่มีและแสดงออกมา
-ผู้บริหารที่ดีต้องบริการจัดการองค์กรให้ประสบความสำเร็จตรงตามเป้าหมายได้นั้น ผู้บริหารจะต้องมีภาวะผู้นำ ซึ่งลักษณะของภาวะผู้นำนั้นจะต้องประกอบไปด้วยคุณลักษณะต่างๆต่อไปนี้คือเป็นคนที่เชื่อถือได้ เป็นคนที่ผู้ตามให้ความไว้วางใจ หรือไว้เนื้อเชื่อใจ
-trustworthiness มีความตั้งใจจริงในการทำงาน มีสัจจะพูดคำไหนคำนั้น ไม่ลำเอียงมีความเป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์ในการทำงาน มีความเฉลียวฉลาด มีอำนาจ มีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญการ
-expertise มีความรอบรู้ในงานนั้นๆอย่างแท้จริง จึงจะทำให้ผู้ตามเกิดความเชื่อถือ credibilityในตัวของผู้บริหาร และสามารถนำพาองค์กรนั้นไปสู่ความสำเร็จได้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่ได้วางไว้
ข้อ 4. ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM
Knowledge Management การจัดการความรู้ คือ มีการรวบรวม การจัดระบบการจัดเก็บและการเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้ มีการแบ่งปัน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้กับองค์กร ในปัจจุบัน ICT มีบาทบาทในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก เราสามารถนำมาใช้ในการจัดการความรู้ได้ คือ
1.เทคโนโลยีการสื่อสาร
ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้เราหันมาให้ความสำคัญต่อการติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทำให้เราสามารถติดต่อเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของอินเทอร์เน็ต หรือด้านการติดต่อสื่อสารโทรคมนาคมในระยะไกลต่าง ๆ ก่อให้เกิดการนำเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลมาใช้ในองค์กร เป็นการนำความรู้จากข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมาสร้างทางเลือกในการตัดสินใจในการบริหารจัดการ ส่งผลให้เราสามารถลดต้นทุน ลดเวลา ในการติดต่อสื่อสารส่งเสริมให้เกิดการใช้งานทรัพยากรร่วมกัน ซึ่งเหมาะกับสภาพขององค์กรในปัจจุบันที่ต้องการการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง การสื่อสารมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของสังคมมนุษย์ โดยเฉพาะการสื่อสารยุคใหม่ที่เกิดจากการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ (ICT) จำเป็นต้องมีความรู้ มีความสามารถ เพื่อนำมาใช้เพิ่มศักยภาพในองค์กรอย่างมีทักษะ และประยุกต์ใช้เพื่อการแก้ปัญหา การสื่อสารถือว่าหัวใจสำคัญ ที่จะทำให้บุคลากรทุกคนเข้าใจว่าองค์กรกำลังจะทำอะไร เพื่ออะไร ทำเมื่อไหร่และทำอย่างไร และการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสื่อสาร ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การติดต่อสื่อสาร สำเร็จตามวัตถุประสงค์
2.เทคโนโลยีสนับสนุนการทำงานร่วมกัน
เทคโนโลยี ช่วยให้เราแลกเปลี่ยนความเข้าใจ และความคิดกันได้กว้างขวางขึ้น แต่หัวใจของการแลกเปลี่ยน คือ ความสนใจร่วมกัน ใส่ใจความคิดของกันและกัน และสร้างชุมชนซึ่งเชื่อใจกัน การหาโอกาสเรียนรู้ สามารถถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และการทำงานร่วมกัน ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น การประชุม พูดคุย ผ่านเครื่องมือทาง Internet
3. เทคโนโลยีการจัดเก็บและค้นคืน
เทคโนโลยีช่วยตั้งแต่การรวบรวม การจัดเก็บข้อมูล การประมวลผล การพิมพ์ การสร้างรายงาน การสื่อสารข้อมูล ฯลฯ เพื่อให้ได้สารสนเทศไว้ใช้งานได้อย่างทันเหตุการณ์ก่อให้เกิดประสิทธิภาพทั้งในด้านการผลิต การบริการ การบริการและการดำเนินงานต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ ซึ่งจะส่งผลต่อความได้เปรียบทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และการพัฒนาคุณภาพชีวิต และคุณภาพของประชาชนในสังคม ดังนั้นเทคโนโลยี เป็นเครื่องมือเพื่อให้คนสามารถค้นหา จัดเก็บ แลกเปลี่ยน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้อย่างง่าย และรวดเร็วขึ้น
ข้อ 5. หน้าที่และประโยชน์ของโปรแกรม
a.Snagit
เป็นโปรแกรมที่ใช้ บันทึกข้อมูลในรูปแบบต่างๆ สามารถใช้จับภาพหน้าจอไว้ได้หลายรูปแบบ ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และภาพวีดีโอ สามารถตัดต่อรูปภาพและตกแต่งรูปภาพได้ แล้วบันทึกข้อมูลที่ได้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น PowerPoint Excel, word หรือ บันทึกเป็นรูปภาพ เช่น jpg , png , bmp gif pdf และอื่นๆ อีกมากมาย
b. You Tube
เป็น website ที่ให้บริการข้อมูล ในรูปแบบของ ข้อมูลที่เป็น ภาพ วีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว ได้ทั่วโลก เมื่อมีผู้ที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูล ต่างๆ หรือผู้ที่ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูล ก็จะนำข้อมูลดังกล่าวมา postไว้
c. iGoogle
เป็นการกำหนดค่าความเป็น ส่วนตัวของกูเกิ้ล หรือ บ้านบนเว็บของคุณ ซึ่งเราสามารถตั้งค่าให้แสดงเนื้อหาที่สนใจได้ เช่น การรายงานข่าวธุรกิจ สภาพอากาศ ข่าวบันเทิง ข่าวเด่นข่าวด่วน ใน gmail ของเรามีกล่องจดหมายเข้ามากี่ฉบับ และสามารถเลือกได้อีกมากมาย แล้วแต่ว่าอยากได้อะไร ไม่ว่าจะเป็น ข่าวจากสำนักข่าวต่าง ๆ ข่าวเฉพาะด้าน นาฬิกา สมุดบันทึก ปรับแต่งโลโก้
d. Skype
เป็นโปรแกรม ที่ใช้สนทนาหรือพูดคุย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร สอบถามสารทุกข์สุกดิบ สามารถมองเห็นภาพคู่สนทนาได้ โดยการสนทนาจะต้องใช้ ชุดหูฟังและไมโครโฟน ในการพูดคุย และถ้าหากมีกล้องก็สามารถมองเห็นภาพได้ด้วย สามารถที่จะเข้าสู่การพูดคุยกับเพื่อนๆ ทั่วทุกโลก เปรียบเสมือนคุยโทรศัพท์ที่บ้าน ที่สำคัญคือไม่ต้องจ่ายค่าโทรศัพท์ แต่ต้องจ่ายค่า Internet ครับ
e. Skechtup
โปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบหรือ Skech เป็นรูปภาพ 3 มิติ หรือ Model 3 มิติ แล้วเปลี่ยนเป็นภาพ 2 มิติ หรือเขียนภาพจากต้นแบบจาก 2 มิติมาเป็น 3 มิติก็ได้ โดยสามารถสร้างงานเขียนแบบหรือภาพจำลองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เช่น โต๊ะ เก้าอี้ เตียง การสร้างตึก การปรับเปลี่ยนสีของผนังในห้อง ซึ่งเป็นโปรแกรมของ Google สามารถdownload ได้ที่http://sketchup.google.com/download/

30 เมษายน 2551 เวลา 06:59  

นางสาวธนียา เทียนคำศรี
ศูนย์สระบุรี ห้อง 2
รหัส 50210237

อาจารย์คะ หนูพยายามเข้าอินเตอร์เน็ตตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 30 เมษายน 2551 แล้วแต่เข้าไม่ได้เพราะช่วงนี้แถวบ้านฝนตกแรงมาก และเพิ่งจะเข้าได้เมื่อสักครู่นี้เอง จึงขอล้างมลทินในบ่อนี้ตอนนี้เลยนะคะ ขออาจารย์โปรดเมตตา

สำหรับข้อที่จะแก้มี ข้อ 1 ข้อ 3 และข้อ 5 ดังนี้ค่ะ

ข้อ 1. อธิบายหน้าที่ ของ Google Search Featuresเหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง
a. File type
คือ ชนิดของข้อมูลต่างๆ โดยกำหนดเป็นชนิดของข้อมูล เช่น word Excel power point รูปภาพ ทำได้โดยการ กำหนดชนิดของไฟล์นั้นๆ เช่นต้องการค้นหา คำว่า lion ที่เป็นไฟล์ PowerPoint ก็ให้พิมพ์คำว่า lion หรือ สิงห์โต แล้วตามด้วยชนิดของไฟล์ โดยพิมพ์จุด ppt (lion.ppt) ก็จะได้ไฟล์ข้อมูลที่ไฟล์ PowerPoint เกี่ยวกับสิงห์โตเพียงอย่างเดียว
b. Definitions
คือ ใช้สำหรับสิ่งที่ต้องการให้อธิบายความ เหมือนสารานุกรม หรือพจนานุกรม ถ้าต้องการทราบความหมายของคำใด ก็พิมพ์คำนั้นแล้วเติมคำว่า define ข้างหน้า ก็จะปรากฏคำพร้อมกับความหมายของคำที่เราต้องการทราบความหมาย เช่น เสือ ก็จะปรากฏความหมายของเสือออกมา
c. Currency Conversions
คือ การค้นหา อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพื่อเปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยนเงินสกุลต่างๆ ทั่วโลก เช่น เมื่อเราต้องการค้นหาข้อมูลเงินตราของเรา(ประเทศไทย) เปรียบเทียบกับประเทศจีน หรือประเทศญี่ปุ่น เราก็สามารถใช้ Google ช่วยในการเปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยนได้ทันทีและเป็นปัจจุบันด้วย
d. Book Search
คือ เครื่องมือใน Google สำหรับการค้นหาหนังสือเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เช่น เราต้องการสืบค้นหาหนังสือเกี่ยวกับ สิงห์โต ก็พิมพ์ lion เครื่องมือนี้ก็จะแสดงชื่อหนังสือเกี่ยวกับรถยนต์ให้เราเลือกข้อมูลได้อย่างหลากหลาย ซึ่งจะได้ข้อมูลเป็นเล่มๆ
e. Calculators
คือ เครื่องมือคำนวณ คำนวณอะไรได้หมด ความสามารถเช่นเดียวกับเครื่องคิดเลข
Addition เครื่องหมาย + ( บวก )
Subtraction เครื่องหมาย – ( ลบ )
× เครื่องหมาย คูณ ใช้สัญลักษณ์ *
÷ เครื่องหมาย หาร ใช้สัญลักษณ์ / divition
ตัวอย่าง 20/4 หมายถึง 20 หารด้วย 4
หมายถึงผู้คำนวณ เครื่องมือคำนวณมีความสามารถในการคำนวณไม่จำเป็นต้องมีเครื่องคิดเลขก็ได้
เช่น (8*5)+20 เครื่องหมาย * คือ เครื่องหมาย คูณ , + addition ( บวก )
หรือ 3^2 เครื่องหมาย ^ คือ เครื่องหมาย ยกกำลัง

ข้อ 3. ให้อธิบายหลักการเชิงประยุกต์กับหลักการของภาวะผู้นำ (Leadership)ตามองค์ประกอบของ Credibility = Trustworthiness + Expertise อย่างละเอียด

Credibility หมายถึง ความเชื่อได้ เชื่อได้เลย (believability) หรืออาจกล่าวว่าเป็นการรับรู้ ซึ่งมีพื้นฐานอยู่บน 2 ปัจจัยด้วยกัน คนที่มีเครดิตจะมีสีเหลืองกับสีเขียว เหลืองไว้วางใจได้ ส่วนสีเขียว คือ ผู้เชี่ยวชาญ เมื่อนำ 2 คำนี้มารวมกัน ผู้ที่มีเครดิตเชื่อถือได้ คนน่าเชื่อถือได้ สารสนเทศที่น่าเชื่อถือก็คือสารสนเทศที่เราเชื่อได้นั่นเอง ความน่าเชื่อถือยังมีลักษณะสองประการคือ ความรู้สึกว่ามีคุณภาพ คุณภาพที่ผู้คนรับรู้ (Perceired) ซึ่งอาจไม่มีอยู่ในบุคคล วัตถุหรือสารสนเทศ Trustworthiness หมายถึง ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ ประกอบด้วย 4 ประการคือ
1.ความไม่ลำเอียง (unbiased) 2.ความมีสัจจะ (truthful) 3.ความดีงาม และ 4.ความซื่อสัตย์
รวมกันจะเป็นความไว้เนื้อเชื่อใจได้ของเว็บไซต์
Expertise หมายถึง ความเชี่ยวชาญ ความเป็นผู้ชำนาญการ มีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถนะ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้ และทักษะที่เว็บไซต์แสดงออกมา เมื่อรวมทั้งหมดแล้วอาจสรุปได้ว่า เว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างสูง จะต้องทำให้ผู้มาเยี่ยมชมรับรู้ว่า มีความไว้เนื้อเชื่อใจได้ และความเป็นผู้ชำนาญการในระดับสูง
ดังนั้น ถ้าเว็บไซต์ขององค์กรดูดี มีเนื้อหาสาระ ลิ้งค์ง่าย มีที่อยู่ มีภาพบุคลากร มีภาพกิจกรรม มีการประชาสัมพันธ์แจ้งข่าวสารงานขององค์กรอยู่ประจำ มีการเคลื่อนไหว ออกแบบเว็บไซต์สวยงาม ก็บ่งบอกถึงความเอาใจใส่ของผู้นำด้วย และบ่งชี้ได้ว่าผู้นำอาจจะมีความรู้ความสามารถทางด้านเทคโนโลยีและเอาใจใส่ดูแลเว็บไซต์เพราะถือได้ว่าเป็นหน้าตาขององค์กรและอาจจะบ่งบอกได้ว่ามีบุคลากรที่มีฝีมือดี มีความรู้ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีอีกด้วย

ข้อ 5.อธิบายหน้าที่และประโยชน์เพื่อการศึกษาของโปรแกรม
a.Snagit ข้อนี้ไม่ขอตอบค่ะ เพราะที่ตอบไปในข้อสอบมั่นใจว่าถูกค่ะ
b. You Tube
เป็น website ที่ให้บริการเกี่ยวกับข้อมูลต่าง ๆ ในรูปแบบของข้อมูลที่เป็น บทความ ภาพ วีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว ได้ทั่วโลก เมื่อมีผู้ที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูล ต่างๆ หรือผู้ที่ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ก็จะนำข้อมูลดังกล่าวมาลงหรือ post ไว้ คล้ายๆ กับ เราทำ blog เราอยากจะมีความรู้เรื่องอะไรเราก็สามารถไปค้นหาข้อมูล copy หรือ download ข้อมูลที่ต้องการได้
c. iGoogle
เป็นการกำหนดค่าความเป็น ส่วนตัวของกูเกิ้ล หรือ บ้านบนเว็บของคุณ ซึ่งเราสามารถตั้งค่าให้แสดงเนื้อหาที่สนใจได้ เช่น การรายงานข่าวธุรกิจ สภาพอากาศ ข่าวบันเทิง ข่าวเด่นข่าวด่วน ใน gmail ของเรามีกล่องจดหมายเข้ามากี่ฉบับ และสามารถเลือกได้อีกมากมาย แล้วแต่ว่าอยากได้อะไร ไม่ว่าจะเป็น ข่าวจากสำนักข่าวต่าง ๆ ข่าวเฉพาะด้าน นาฬิกา สมุดบันทึก ปรับแต่งโลโก้
d. Skype
เป็นโปรแกรม ที่ใช้สำหรับสนทนาหรือพูดคุย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร ซึ่งโปรแกรมนี้สามารถมองเห็นภาพคู่สนทนาได้ โดยการสนทนาจะต้องใช้ ชุดหูฟังและไมโครโฟน ในการพูดคุย และถ้ามีกล้องก็สามารถมองเห็นภาพได้ด้วย สามารถที่จะเข้าสู่การพูดคุยกับเพื่อนๆ ทั่วทุกโลก เปรียบเสมือนคุยโทรศัพท์ที่บ้าน ที่สำคัญคือไม่ต้องจ่ายค่าโทรศัพท์ แต่ต้องจ่ายค่า Internet แต่ในปัจจุบัน Skype มันมีข่าวออกมาในทางที่ไม่ดี คือิ มักถูกใช้เป็นเครื่องล่อลวงผ่านทางอินเตอร์เน็ต ดังนั้นการใช้ Skype จึงต้องใช้ความระมัดระวังและมีวิจารณญาณในการใช้ด้วย
e. Skechtup
เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบ สร้างสรรค์แบบจำลองภาพ 3 มิติในคอมพิวเตอร์ สามารถสร้างงานเขียนแบบ หรือภาพจำลองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
นอกจากนี้ยังสามารถเปลี่ยนเป็นภาพ 2 มิติ หรือเขียนภาพจากต้นแบบจาก 2 มิติมาเป็น 3 มิติก็ได้ โดยสามารถสร้างงานเขียนแบบหรือภาพจำลองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เช่น การสร้างอาคาร โรงจอดรถ เก้าอี้ เตียง การสร้างตึก การปรับเปลี่ยนสีของผนังในห้อง

ขอบคุณนะคะที่ให้โอกาสได้สารภาพในครั้งนี้ ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ

30 เมษายน 2551 เวลา 12:49  

นางธนัชชา กีเนีย ห้อง 2
อาจารย์คะ เนื่องจากหนูมีงานราชการด่วนจึงไม่สามารถส่งงานอาจารย์ตามวันเวลาที่กำหนดได้ จึงขอล้างมลทินช้างานหน่อยนะคะ ขออาจารย์โปรดเมตตาด้วยนะคะ
ข้อ 1. อธิบายหน้าที่ ของ GoogleSearch Featuresเหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง
a. File type คือ การค้นหาข้อมูลต่างๆ โดยกำหนดเป็นชนิดของข้อมูล เช่น word power point รูปภาพ ทำได้โดยการ กำหนดชนิดของไฟล์นั้นๆ เช่นต้องการค้นหา คำว่า bicycle ที่เป็นไฟล์ powrepoint ก็ให้พิมพ์คำว่า bicycle แล้วตามด้วยชนิดของไฟล์ โดยพิมพ์จุด ppt เราก็จะได้ข้อมูล ที่เป็น powerpoint ออกมา
b. Definitions คือ การค้นหาข้อมูลโดยให้คำศัพท์ หรือ keyword ของข้อมูลนั้นๆ เช่น ต้องการค้นหาคำว่าคอมพิวเตอร์ หรือ Internet ก็ให้พิมพ์คำนั้น ลงไป หรือถ้าหากต้องการค้นหาข้อมูลที่มี คำสองคำ เราก็สามารถใช้เครื่องหมาย + เพิ่มเติมได้ เช่น ต้องการค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ หนู และแมว เราก็สามารถพิมพ์คำว่า rat + cat หรือ rat and cat ก็จะได้ข้อมูลจาก website ต่างๆ
c. Currency Conversions คือ กาคค้นหา อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย หรือประเทศอื่นๆ เช่นเมื่อเราต้องการค้นหารู้ข้อมูลเงินตราของประเทศญี่ปุ่น กับประเทศไทย เราก็สามารถใช้ google ช่วยสืบค้นข้อมูลที่เราต้องการได้
d. Book Search คือ เครื่องมือสำหรับการค้นหาหนังสือเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เช่น เราต้องการสืบค้นหาหนังสือเกี่ยวกับ รถยนต์ ก็พิมพ์ Car เครื่องมือนี้ก็จะแสดงชื่อหนังสือเกี่ยวกับรถยนต์ให้เราเลือกข้อมูลได้อย่างหลากหลาย ซึ่งจะได้ข้อมูลเป็นเล่มๆ
e. Calculators เครื่องมือคำนวณ คำนวณอะไรได้หมด
- Addition เครื่องหมาย + ( บวก )
- Subtraction เครื่องหมาย – ( ลบ )
- x เครื่องหมาย คูณ ใช้สัญญาลักษณ์ *
- เครื่องหมาย หาร ใช้ / divition
- เปอร์เซ็นต์ ( การหาเศษส่วน )

ข้อ 2. หลักแต่ละข้อของ 10 c มีประโยชน์ในการเลือกสารสนเทศใน อินเตอร์เน็ตอย่างไร
a. Citations แหล่งทรัพยากรหรือข้อความใน อินเตอร์เน็ต ควรมีข้อความอ้างอิง เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของบทความและสามารถค้นหาข้อมูล เพื่อเป็นการวิจัยค้นคว้าให้ลึกลงไปได้อีก หรือที่เรียกว่ามีรากเหง้า ซึ่งการเขียนอ้างอิงหรือการบอกที่มาก็จะมีมาตรฐานหรือวิธีการเขียนอ้างอิงหรือบรรณานุกรมซึ่งมีอยู่หลายแบบหรือหลายลักษณะ เช่น Apa อเมริกัน ผู้แต่งตามด้วย พ.ศ. ตามด้วย เมืองที่พิมพ์
b. Critical thinking คือการคิดเชิงวิกฤต ไปเจออะไรต้องคิดแบบหัวทิ่มดิน ใช้ประสบการณ์ ความรู้ ไปวัด ไปประเมิน ว่าผู้แต่งเป็นใคร รู้จักเขาหรือไม่ แล้วสรุปว่าน่าเชื่อถือได้หรือไม่ การทำงานให้ทำเหมือนไปเจอสิ่งตีพิมพ์ใหม่ ๆ ใครแต่ง มีชื่อเสียงหรือไม่ แล้วนำข้อมูลหรือรายละเอียดมาวิเคราะห์ดู
c. Credibility คือความน่าเชื่อถือและความสามารถ ก็คือความสามารถที่จะเชื่อถือได้ ข้อแรก ดูที่ผู้แต่ง รู้จักแต่งหรือไม่ เชื่อถือได้หรือไม่ เป็นผู้รู้ผู้เล่นในเรื่องนั้น สาขานั้นหรือไม่ถ้าลงท้ายด้วยจุด ac. ก็จะมีความเป็นวิชาการสูง พวกที่ที่ลงท้ายด้วยจุด .org .net .edu .gov มีความเชื่อถือมากกว่า .com เพราะจุด . com เป็นการทำเพื่อการค้า
d. content คือ เนื้อหาสาระ ผู้แต่งคือใคร จะบอกถึงเครดิต เนื้อหาที่ไม่มีผู้แต่งเป็นเนื้อหาที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือต้องมี จูลี่ ในระบบศาลอเมริกันมีลูกขุน หรือคณะผู้อ่านตรวจ ก็จะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ศาลไทยใช้สืบพยานตามกระแสข่าวสารได้ ตามกระแสเชิงวิชาการได้ต้องดูว่าเขียนมาด้วยความจริงจังในเชิงวิชาการหรือเขียนมาเสียดสีกันมาเล่น ๆ วันที่เขียนบทความนั้น มีความใหม่หรือเปล่า บทความนั้นมีความเป็นปัจจุบันหรือไม่ มีเวอร์ชั้นใหม่หรือเปล่า
e. Copyright (ลิขสิทธิ์) แม้ว่าบทความในอินเตอร์เน็ต ไม่มีผู้เขียนชัดเจน แต่มันมีที่อยู่ สิ่งเหล่านี้ตกอยู่ภายใต้สนธิสัญญาทางลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น ต้องระวังเรื่องลิขสิทธิ์อยู่เสมอ แต่ในต่างประเทศเขาจะมีวิธีการให้ใช้บทความที่ได้มาจากอินเตอร์เน็ตหรือเรียกว่า ใช้อย่างยุติธรรม คือสามารถใช้ข้อความสั้น ๆ หรือการกล่าวอ้างอิงหรืออ้างถึงได้ เช่น นายคนนี้กล่าวว่า ..... เราก็สามารถนำบทความนั้นมาเป็นข้อมูลอ้างอิงได้ โดยห้ามดัดแปลงจากต้นฉบับเดิม เด็ดขาด

ข้อ 3. หลักการภาวะผู้นำ leadership ตามองค์ประกอบของ Credibility = Trustwothiness + Expertise
- Credibility คือความไว้วางใจได้ ความเชี่ยวชาญ
- Trustworthiness ความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งมี 4 ลักษณะ
-trustworthiness คือความไว้เนื้อเชื่อใจ ประกอบไปด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะ ความไม่ลำเอียง ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ จะบ่งบอกถึงความเป็นผู้มีความจริงใจ มีความดีงาม และมีจรรยาบรรณ
-expertise คือความเป็นผู้ชำนาญการ เป็นผู้มีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถณะสิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้และทักษะที่มีและแสดงออกมา
-ผู้บริหารที่ดีต้องบริการจัดการองค์กรให้ประสบความสำเร็จตรงตามเป้าหมายได้นั้น ผู้บริหารจะต้องมีภาวะผู้นำ ซึ่งลักษณะของภาวะผู้นำนั้นจะต้องประกอบไปด้วยคุณลักษณะต่างๆต่อไปนี้คือเป็นคนที่เชื่อถือได้ เป็นคนที่ผู้ตามให้ความไว้วางใจ หรือไว้เนื้อเชื่อใจ
-trustworthiness มีความตั้งใจจริงในการทำงาน มีสัจจะพูดคำไหนคำนั้น ไม่ลำเอียงมีความเป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์ในการทำงาน มีความเฉลียวฉลาด มีอำนาจ มีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญการ
-expertise มีความรอบรู้ในงานนั้นๆอย่างแท้จริง จึงจะทำให้ผู้ตามเกิดความเชื่อถือ credibilityในตัวของผู้บริหาร และสามารถนำพาองค์กรนั้นไปสู่ความสำเร็จได้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่ได้วางไว้


ข้อ 4. ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM
Knowledge Management การจัดการความรู้ คือ มีการรวบรวม การจัดระบบการจัดเก็บและการเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้ มีการแบ่งปัน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้กับองค์กร
ในปัจจุบัน ICT มีบาทบาทในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก เราสามารถนำมาใช้ในการจัดการความรู้ได้ คือ
1.เทคโนโลยีการติดต่อสื่อสาร
ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้เราหันมาให้ความสำคัญต่อการติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทำให้เราสามารถติดต่อเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของอินเทอร์เน็ต หรือด้านการติดต่อสื่อสารโทรคมนาคมในระยะไกลต่าง ๆ ก่อให้เกิดการนำเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลมาใช้ในองค์กร เป็นการนำความรู้จากข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมาสร้างทางเลือกในการตัดสินใจในการบริหารจัดการ ส่งผลให้เราสามารถลดต้นทุน ลดเวลา ในการติดต่อสื่อสารส่งเสริมให้เกิดการใช้งานทรัพยากรร่วมกัน ซึ่งเหมาะกับสภาพขององค์กรในปัจจุบันที่ต้องการการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง การสื่อสารมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของสังคมมนุษย์ โดยเฉพาะการสื่อสารยุคใหม่ที่เกิดจากการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ (ICT) จำเป็นต้องมีความรู้ มีความสามารถ เพื่อนำมาใช้เพิ่มศักยภาพในองค์กรอย่างมีทักษะ และประยุกต์ใช้เพื่อการแก้ปัญหา การสื่อสารถือว่าหัวใจสำคัญ ที่จะทำให้บุคลากรทุกคนเข้าใจว่าองค์กรกำลังจะทำอะไร เพื่ออะไร ทำเมื่อไหร่และทำอย่างไร และการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสื่อสาร ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การติดต่อสื่อสาร สำเร็จตามวัตถุประสงค์
2. สนับสนุนการทำงานร่วมกัน
เทคโนโลยี ช่วยให้เราแลกเปลี่ยนความเข้าใจ และความคิดกันได้กว้างขวางขึ้น แต่หัวใจของการแลกเปลี่ยน คือ ความสนใจร่วมกัน ใส่ใจความคิดของกันและกัน และสร้างชุมชนซึ่งเชื่อใจกัน การหาโอกาสเรียนรู้ สามารถถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และการทำงานร่วมกัน ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น การประชุม พูดคุย ผ่านเครื่องมือทาง Internet
3. เทคโนโลยีการจัดเก็บและค้นคืน
เทคโนโลยีช่วยตั้งแต่การรวบรวม การจัดเก็บข้อมูล การประมวลผล การพิมพ์ การสร้างรายงาน การสื่อสารข้อมูล ฯลฯ เพื่อให้ได้สารสนเทศไว้ใช้งานได้อย่างทันเหตุการณ์ก่อให้เกิดประสิทธิภาพทั้งในด้านการผลิต การบริการ การบริการและการดำเนินงานต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ ซึ่งจะส่งผลต่อความได้เปรียบทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และการพัฒนาคุณภาพชีวิต และคุณภาพของประชาชนในสังคม ดังนั้นเทคโนโลยี เป็นเครื่องมือเพื่อให้คนสามารถค้นหา จัดเก็บ แลกเปลี่ยน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้อย่างง่าย และรวดเร็วขึ้น


ข้อ 5. หน้าที่และประโยชน์ของโปรแกรม
a.Snagit
เป็นโปรแกรมที่ใช้ บันทึกข้อมูลในรูปแบบต่างๆ สามารถใช้จับภาพหน้าจอไว้ได้หลายรูปแบบ ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และภาพวีดีโอ สามารถตัดต่อรูปภาพและตกแต่งรูปภาพได้ แล้วบันทึกข้อมูลที่ได้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น PowerPoint Excel, word หรือ บันทึกเป็นรูปภาพ เช่น jpg , png , bmp gif pdf และอื่นๆ อีกมากมาย
b. You Tube
เป็น website ที่ให้บริการข้อมูล ในรูปแบบของ ข้อมูลที่เป็น บทความ ภาพ วีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว ได้ทั่วโลก เมื่อมีผู้ที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูล ต่างๆ หรือผู้ที่ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ก็จะนำข้อมูลดังกล่าวมาลงหรือ post ไว้ คล้ายๆ กับ เราทำ blog เราอยากจะมีความรู้เรื่องอะไรเราก็สามารถไปค้นหาข้อมูล copy หรือ download ข้อมูลที่ต้องการได้ (โดยอาจจะใช้โปรแกรม Snag it มาช่วยได้ครับ )
c. iGoogle
เป็นการกำหนดค่าความเป็น ส่วนตัวของกูเกิ้ล หรือ บ้านบนเว็บของคุณ ซึ่งเราสามารถตั้งค่าให้แสดงเนื้อหาที่สนใจได้ เช่น การรายงานข่าวธุรกิจ สภาพอากาศ ข่าวบันเทิง ข่าวเด่นข่าวด่วน ใน gmail ของเรามีกล่องจดหมายเข้ามากี่ฉบับ และสามารถเลือกได้อีกมากมาย แล้วแต่ว่าอยากได้อะไร ไม่ว่าจะเป็น ข่าวจากสำนักข่าวต่าง ๆ ข่าวเฉพาะด้าน นาฬิกา สมุดบันทึก ปรับแต่งโลโก้
d. Skype
เป็นโปรแกรม ที่ใช้สนทนาหรือพูดคุย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร สอบถามสารทุกข์สุกดิบ สามารถมองเห็นภาพคู่สนทนาได้ โดยการสนทนาจะต้องใช้ ชุดหูฟังและไมโครโฟน ในการพูดคุย และถ้าหากมีกล้องก็สามารถมองเห็นภาพได้ด้วย สามารถที่จะเข้าสู่การพูดคุยกับเพื่อนๆ ทั่วทุกโลก เปรียบเสมือนคุยโทรศัพท์ที่บ้าน ที่สำคัญคือไม่ต้องจ่ายค่าโทรศัพท์ แต่ต้องจ่ายค่า Internet ครับ
e. Skechtup
โปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบหรือ Skech เป็นรูปภาพ 3 มิติ หรือ Model 3 มิติ แล้วเปลี่ยนเป็นภาพ 2 มิติ หรือเขียนภาพจากต้นแบบจาก 2 มิติมาเป็น 3 มิติก็ได้ โดยสามารถสร้างงานเขียนแบบหรือภาพจำลองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เช่น การสร้าง อาคาร โรงจอดรถ เก้าอี้ เตียง การสร้างตึก การปรับเปลี่ยนสีของผนังในห้อง ซึ่งเป็นโปรแกรมของ Google

1 พฤษภาคม 2551 เวลา 00:18  

ด.ต.อนุชิต กีเนีย ห้อง 2
กราบเรียนท่านอาจารย์สุพิทย์ ครับ เนื่องจากผมติดงานราชการด่วนไม่สามารถส่งงานตามเวลาที่ท่านอาจารย์กำหนดได้จึง ของส่งงานย้อนหลัง ขอความเมตตาจากท่านอาจารย์ด้วยครับ
ข้อ1.อธิบายหน้าที่หลักของgoogle search features เหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง
a.file type เป็นการค้นหาไฟล์ ข้อมูลของไฟล์หรือนามสกุลของไฟล์ สามารถค้นหาข้อมูลตามที่ต้องการได้
b.definitions คือการให้คำนิยามศัพท์ใช้สืบค้นเมื่อต้องการหาความหมายของศัพท์ต่างๆเพื่อสะดวกในการแปลศัพท์ได้ดี
c.currency conversions คือกระแสการปรับเปลี่ยน เช่นกระแสเงิน การเปลี่ยนแปลงสกุลเงิน ถ้าเราต้องการรู้ข้อมูล เงินตราต่างประเทศ
d.book search คือเครื่องมือที่ใช้สำหรับค้นหาหนังสือที่ต้องการ และวิธีค้นหาหนังสือใหม่ที่น่าสนใจ สามารถค้นหาหนังสืองานวิจัยแลหนังสือต่างๆได้
e.calculators คือเครื่องมือที่ใช้ในการคำนวณโดยใช้สัญลักษณ์เช่น
addition เครื่องหมาย +
subtraction เครื่องหมาย -
เครื่องหมาย คูณ ใช้สัญลักษณ์ *
ข้อ 2.ท่านจะนำหลักการแต่ละข้อของ 10 cแต่ละข้อเหล่านี้มีประโยชน์ในการพิจารณาคัดเลือกสารสนเทศใน internet อย่างไร อธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
a.citations คือการอ้างอิง อ้างถึงแหล่งทรัพยากรหรือข้อความในเว็บไซต์ ควรมีข้อความอ้างอิงเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของบทความ และสามารถค้นหาข้อมูลเพื่อเป็นการวิจัยค้นคว้าให้ลึกลงไปได้อีก
b.critical thinking คือการคิดเชิงวิกฤติ คิดเชิงลึก คิดโดยใช้เหตุผล ใช้ประสบการณ์ความรู้เดิมไม่ใช่เห็นแล้วเชื่อเลย บอกชื่อผู้แต่งได้หรือไม่ บอกสำนักพิมพ์ได้หรือไม่ ใช้ประสบการณ์ความรู้ไปวัด และประเมินว่าผู้แต่งเป็นใคร แล้วสรุปว่าน่าเชื่อถือหรือไม่การทำงานให้เหมือนกับไปเจอสิ่งใหม่ๆ ว่าใครเป็นผู้แต่ง มีชื่อเสียงหรือไม่ แล้วนำข้อมูลหรือรายละเอียดมาวิเคราะห์ดู
c.credibility คือความน่าเชื่อถือของเนื้อหาสาระที่พบในinternet มีระบุชื่อที่ชัดเจนหรือไม่ น่าเชื่อถือหรือไม่ ผู้แต่งมีความรู้ในสาขานั้นหรือไม่
d.content คือเนื้อหาสาระมีวัตถุประสงค์อะไร มีเนื้อหาสาระอะไร เขียนเพื่ออะไร มีชื่อผู้แต่งหรือไม่ ทันสมัยหรือไม่ เนื้อหามีลักษณะตามกระแสเชิงวิชาการบทความนั้นมีความเป็นวิชาการหรือไม่
e.copyright คือลิขสิทธิ์ ได้รับการคุ้มครองโดยลิขสิทธิ์ ถึงแม้จะเป็นลิขสิทธิ์ในinternetจะไม่ได้กำหนดไว้ชัดเจน ขออย่าได้นำภาพหรือข้อความมาพิมพ์เพื่อจำหน่ายเป็นการค้า
ข้อ 3.ให้อธิบายหลักการเชิงประยุกต์กับหลักการของภาวะผู้นำ (leadership)ตามองค์ประกอบของ
credibility=trustworthiness+expertiseอย่างละเอียด
-credibility คือความน่าเชื่อถือ ความเชื่อได้
-trustworthiness คือความไว้เนื้อเชื่อใจ ประกอบไปด้วยความตั้งใจจริง ความมีสัจจะ ความไม่ลำเอียง ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ จะบ่งบอกถึงความเป็นผู้มีความจริงใจ มีความดีงาม และมีจรรยาบรรณ
-expertise คือความเป็นผู้ชำนาญการ เป็นผู้มีความรอบรู้ มีประสบการณ์ มีสมรรถณะสิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรู้และทักษะที่มีและแสดงออกมา
-ผู้บริหารที่ดีต้องบริการจัดการองค์กรให้ประสบความสำเร็จตรงตามเป้าหมายได้นั้น ผู้บริหารจะต้องมีภาวะผู้นำ ซึ่งลักษณะของภาวะผู้นำนั้นจะต้องประกอบไปด้วยคุณลักษณะต่างๆต่อไปนี้คือเป็นคนที่เชื่อถือได้ เป็นคนที่ผู้ตามให้ความไว้วางใจ หรือไว้เนื้อเชื่อใจ
-trustworthiness มีความตั้งใจจริงในการทำงาน มีสัจจะพูดคำไหนคำนั้น ไม่ลำเอียงมีความเป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์ในการทำงาน มีความเฉลียวฉลาด มีอำนาจ มีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญการ
-expertise มีความรอบรู้ในงานนั้นๆอย่างแท้จริง จึงจะทำให้ผู้ตามเกิดความเชื่อถือ credibilityในตัวของผู้บริหาร และสามารถนำพาองค์กรนั้นไปสู่ความสำเร็จได้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่ได้วางไว้
ข้อ 4.ict มีบทบาทในขั้นตอนใดของ km อธิบายอย่างละเอียด
-การจัดการเรียนรู้คือ การรวบรวม การจัดระบบการจัดเก็บและการเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้มีการแบ่งปัน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสิทธิผลให้กับองค์กร
-ในปัจจุบัน ict มีบทบาทในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก เราสามารถนำมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้คือ
1.การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสื่อสารต่างๆ นำมาปรับใช้ในการบริหารงานภายในองค์กร เพื่อให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ เช่นการติดต่อสื่อสารผ่าน internetme ทำให้เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการติดต่อสื่อสาร มีการเชื่อมโยงข้อมูลภายในองค์กรทำให้การประสานงานติดต่อเป็นไปด้วยความฉับไวสำเร็จตามวัตถุประสงค์
2.เทคโนโลยีสนับสนุนการทำงานร่วมกัน เทคโนโลยีช่วยให้เราแลกเปลี่ยนความเข้าใจและความคิดกันได้อย่างกว้างขวางขึ้น แต่หัวใจของการแลกเปลี่ยนคือความสนใจร่วมกัน ใส่ใจความคิดของกันและกัน การหาโอกาสเรียนรู้สามารถถ่ายทอดความรู้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และการทำงานร่วมกัน ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่นการประชุม พูดคุย ผ่านเครื่องมือทาง internet
3.เทคโนโลยีเพื่อการจัดเก็บและการสืบค้น เป็นการนำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาและปรับปรุงการทำงาน ให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ข้อ 5.อธิบายหน้าที่และประโยชน์เพื่อการศึกษาของโปรแกรมต่อไปนี้
a.snagit คือโปรแกรมที่ใช้ในการตัดต่อรูปภาพ ภาพถ่ายต่างๆเราสามารถใช้โปรแกรมนี้ตัดต่อ ตกแต่งปรับปรุง สามารถบันทึกลงในโปรแกรมต่างๆได้
b.you tube เป็นwebที่ต้องการค้นหาภาพ vdo ภาพเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นมิวสิควีดีโอ หรือโฆษณาภาพเคลื่อนไหวต่างๆได้ทั่วโลก
c.igoogle คือ search engin มีการเพิ่มลูกเล่นต่างๆให้คนเข้ามาใช้ปรับแต่งได้ตามความพอใจ สามารถเลือกข่าวพยากรณ์อากาศ ข่าวธุรกิจ ข่าวการเมือง ข่าวบันเทิง เป็นต้น
d.skype เป็นโปรแกรมเทคโนโลยีแห่งโลก internet ถ้ามีไมโครโฟนที่สามารถเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ headest(หูฟังพร้อมไมโครโฟน) ก็สามารถเข้าไปสูการพูดคุยกับเพื่อนๆได้ทั่วทุกมุมโลก เหมือนกับคุยโทรศัพท์อยู่ที่บ้าน
e.skechtup เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบ สร้างสรรค์แบบจำลองภาพ 3 มิติในคอมพิวเตอร์ สามารถสร้างงานเขียนแบบ หรือภาพจำลองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

1 พฤษภาคม 2551 เวลา 00:30  

นายพิภพ วัยนิพลี รหัส 50210249 ศูนย์สระบุรี ห้อง 2 (ผมขออนุญาตล้างบาปนะครับ โปรดพิจารณาด้วยนะครับ ขอขอบคุณอาจารย์ที่ให้โอกาสแก้ตัวนะครับ )
ข้อ 1. อธิบายหน้าที่ ของ GoogleSearch Featuresเหล่านี้ พร้อมยกตัวอย่าง
a. File type คือ การค้นหาข้อมูลต่างๆ โดยกำหนดเป็นชนิดของข้อมูล เช่น word power point รูปภาพ ทำได้โดยการ กำหนดชนิดของไฟล์นั้นๆ เช่นต้องการค้นหา คำว่า เทคโนโลยีที่เป็นไฟล์ powrepoint ก็ให้พิมพ์คำว่า technology แล้วตามด้วยชนิดของไฟล์ โดยพิมพ์จุด ppt (technology.ppt) ก็จะได้ไฟล์ข้อมูลที่ไฟล์ powerpoint เพียงอย่างเดียว
b. Definitions คือ การค้นหาข้อมูลโดยให้คำศัพท์ หรือ keyword ของข้อมูลนั้นๆ เช่น ต้องการค้นหาคำว่าคอมพิวเตอร์ หรือ Internet ก็ให้พิมพ์คำนั้น ลงไป หรือถ้าหากต้องการค้นหาข้อมูลที่มี คำสองคำ เราก็สามารถใช้เครื่องหมาย + เพิ่มเติมได้ เช่น ต้องการค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ หนู และแมว เราก็สามารถพิมพ์คำว่า rat + cat หรือ rat and cat ก็จะได้ข้อมูลจาก website ต่างๆ
c. Currency Conversions คือ กาคค้นหา อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย หรือประเทศอื่นๆ เช่นเมื่อเราต้องการค้นหารู้ข้อมูลเงินตราของประเทศญี่ปุ่น กับประเทศไทย เราก็สามารถใช้ google ช่วยสืบค้นข้อมูลที่เราต้องการได้
d. Book Search คือ เครื่องมือสำหรับการค้นหาหนังสือเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เช่น เราต้องการสืบค้นหาหนังสือเกี่ยวกับ รถยนต์ ก็พิมพ์ Car เครื่องมือนี้ก็จะแสดงชื่อหนังสือเกี่ยวกับรถยนต์ให้เราเลือกข้อมูลได้อย่างหลากหลาย ซึ่งจะได้ข้อมูลเป็นเล่มๆ
e. Calculators เครื่องมือคำนวณ คำนวณอะไรได้หมด
- Addition เครื่องหมาย + ( บวก )
- Subtraction เครื่องหมาย – ( ลบ )
- x เครื่องหมาย คูณ ใช้สัญญาลักษณ์ *
- เครื่องหมาย หาร ใช้ / divition
- เปอร์เซ็นต์ ( การหาเศษส่วน )
ตัวอย่าง 8/7 หมายถึง 8 หารด้วย 7
8 /7 หมายถึง การหาส่วนที่เหลือจากการที่ 8 หารด้วย 7 เหลือเท่าไร
หมายถึงผู้คำนวณ เครื่องมือคำนวณมีความสามารถในการคำนวณไม่จำเป็นต้องมีเครื่องคิดเลขก็ได้
เช่น 7*8+5 เครื่องหมาย * คือ เครื่องหมาย คูณ , + addition ( บวก )
หรือ 3^6เครื่องหมาย ^ คือ เครื่องหมาย ยกกำลัง

ข้อ 2. หลักแต่ละข้อของ 10 c มีประโยชน์ในการเลือกสารสนเทศใน อินเตอร์เน็ตอย่างไร
a. Citations แหล่งทรัพยากรหรือข้อความใน อินเตอร์เน็ต ควรมีข้อความอ้างอิง เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของบทความและสามารถค้นหาข้อมูล เพื่อเป็นการวิจัยค้นคว้าให้ลึกลงไปได้อีก หรือที่เรียกว่ามีรากเหง้า ซึ่งการเขียนอ้างอิงหรือการบอกที่มาก็จะมีมาตรฐานหรือวิธีการเขียนอ้างอิงหรือบรรณานุกรมซึ่งมีอยู่หลายแบบหรือหลายลักษณะ เช่น Apa อเมริกัน ผู้แต่งตามด้วย พ.ศ. ตามด้วย เมืองที่พิมพ์ ( เหมือนของ ม.วงษ์ชวลิตกุล )
แบบของ จุฬา ผู้แต่ง ตามด้วย พ.ศ. ตามด้วย วงเล็บ เมืองที่พิมพ์ )
b. Critical thinking คือการคิดเชิงวิกฤต ไปเจออะไรต้องคิดแบบหัวทิ่มดิน ใช้ประสบการณ์ ความรู้ ไปวัด ไปประเมิน ว่าผู้แต่งเป็นใคร รู้จักเขาหรือไม่ แล้วสรุปว่าน่าเชื่อถือได้หรือไม่ การทำงานให้ทำเหมือนไปเจอสิ่งตีพิมพ์ใหม่ ๆ ใครแต่ง มีชื่อเสียงหรือไม่ แล้วนำข้อมูลหรือรายละเอียดมาวิเคราะห์ดู
c. Credibility คือความน่าเชื่อถือและความสามารถ ก็คือความสามารถที่จะเชื่อถือได้ ข้อแรก ดูที่ผู้แต่ง รู้จักแต่งหรือไม่ เชื่อถือได้หรือไม่ เป็นผู้รู้ผู้เล่นในเรื่องนั้น สาขานั้นหรือไม่ถ้าลงท้ายด้วยจุด ac. ก็จะมีความเป็นวิชาการสูง พวกที่ที่ลงท้ายด้วยจุด .org .net .edu .gov มีความเชื่อถือมากกว่า .com เพราะจุด . com เป็นการทำเพื่อการค้า
d. content คือ เนื้อหาสาระ ผู้แต่งคือใคร จะบอกถึงเครดิต เนื้อหาที่ไม่มีผู้แต่งเป็นเนื้อหาที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือต้องมี จูลี่ ในระบบศาลอเมริกันมีลูกขุน หรือคณะผู้อ่านตรวจ ก็จะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ศาลไทยใช้สืบพยานตามกระแสข่าวสารได้ ตามกระแสเชิงวิชาการได้ต้องดูว่าเขียนมาด้วยความจริงจังในเชิงวิชาการหรือเขียนมาเสียดสีกันมาเล่น ๆ วันที่เขียนบทความนั้น มีความใหม่หรือเปล่า บทความนั้นมีความเป็นปัจจุบันหรือไม่ มีเวอร์ชั้นใหม่หรือเปล่า วันที่ลงไว้มั้ย
e. Copyright (ลิขสิทธิ์) แม้ว่าบทความในอินเตอร์เน็ต ไม่มีผู้เขียนชัดเจน แต่มันมีที่อยู่ สิ่งเหล่านี้ตกอยู่ภายใต้สนธิสัญญาทางลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น ต้องระวังเรื่องลิขสิทธิ์อยู่เสมอ แต่ในต่างประเทศเขาจะมีวิธีการให้ใช้บทความที่ได้มาจากอินเตอร์เน็ตหรือเรียกว่า ใช้อย่างยุติธรรม คือสามารถใช้ข้อความสั้น ๆ หรือการกล่าวอ้างอิงหรืออ้างถึงได้ เช่น นายคนนี้กล่าวว่า ..... เราก็สามารถนำบทความนั้นมาเป็นข้อมูลอ้างอิงได้ โดยห้ามดัดแปลงจากต้นฉบับเดิม เด็ดขาด

ข้อ 3. หลักการภาวะผู้นำ leadership ตามองค์ประกอบของ Credibility = Trustwothiness + Expertise
- Credibility คือความไว้วางใจได้ ความเชี่ยวชาญ
- Trustworthiness ความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งมี 4 ลักษณะ
1. ไม่ลำเอียง
2. ความจริงยึดหลักความจริง
3. ความดีงาม
4. ความซื่อสัตย์
- Expertise ความเชี่ยวชาญ คือ มีประสบการณ์ มีความฉลาด มีอำนาจ มีความรู้ใน
สาขานั้นอย่างแท้จริง

ข้อ 4. ICT มีบทบาทในขั้นตอนใดของ KM
Knowledge Management การจัดการความรู้ คือ มีการรวบรวม การจัดระบบการจัดเก็บและการเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างเป็นความรู้ มีการแบ่งปัน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้กับองค์กร
ในปัจจุบัน ICT มีบาทบาทในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก เราสามารถนำมาใช้ในการจัดการความรู้ได้ คือ
1.เทคโนโลยีการสื่อสาร
ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้เราหันมาให้ความสำคัญต่อการติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทำให้เราสามารถติดต่อเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของอินเทอร์เน็ต หรือด้านการติดต่อสื่อสารโทรคมนาคมในระยะไกลต่าง ๆ ก่อให้เกิดการนำเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลมาใช้ในองค์กร เป็นการนำความรู้จากข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมาสร้างทางเลือกในการตัดสินใจในการบริหารจัดการ ส่งผลให้เราสามารถลดต้นทุน ลดเวลา ในการติดต่อสื่อสารส่งเสริมให้เกิดการใช้งานทรัพยากรร่วมกัน ซึ่งเหมาะกับสภาพขององค์กรในปัจจุบันที่ต้องการการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง การสื่อสารมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของสังคมมนุษย์ โดยเฉพาะการสื่อสารยุคใหม่ที่เกิดจากการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ (ICT) จำเป็นต้องมีความรู้ มีความสามารถ เพื่อนำมาใช้เพิ่มศักยภาพในองค์กรอย่างมีทักษะ และประยุกต์ใช้เพื่อการแก้ปัญหา การสื่อสารถือว่าหัวใจสำคัญ ที่จะทำให้บุคลากรทุกคนเข้าใจว่าองค์กรกำลังจะทำอะไร เพื่ออะไร ทำเมื่อไหร่และทำอย่างไร และการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสื่อสาร ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การติดต่อสื่อสาร สำเร็จตามวัตถุประสงค์
2.เทคโนโลยีสนับสนุนการทำงานร่วมกัน
เทคโนโลยี ช่วยให้เราแลกเปลี่ยนความเข้าใจ และความคิดกันได้กว้างขวางขึ้น แต่หัวใจของการแลกเปลี่ยน คือ ความสนใจร่วมกัน ใส่ใจความคิดของกันและกัน และสร้างชุมชนซึ่งเชื่อใจกัน การหาโอกาสเรียนรู้ สามารถถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และการทำงานร่วมกัน ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น การประชุม พูดคุย ผ่านเครื่องมือทาง Internet
3. เทคโนโลยีการจัดเก็บและค้นคืน
เทคโนโลยีช่วยตั้งแต่การรวบรวม การจัดเก็บข้อมูล การประมวลผล การพิมพ์ การสร้างรายงาน การสื่อสารข้อมูล ฯลฯ เพื่อให้ได้สารสนเทศไว้ใช้งานได้อย่างทันเหตุการณ์ก่อให้เกิดประสิทธิภาพทั้งในด้านการผลิต การบริการ การบริการและการดำเนินงานต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ ซึ่งจะส่งผลต่อความได้เปรียบทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และการพัฒนาคุณภาพชีวิต และคุณภาพของประชาชนในสังคม ดังนั้นเทคโนโลยี เป็นเครื่องมือเพื่อให้คนสามารถค้นหา จัดเก็บ แลกเปลี่ยน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้อย่างง่าย และรวดเร็วขึ้น


ข้อ 5. หน้าที่และประโยชน์ของโปรแกรม
a.Snagit
เป็นโปรแกรมที่ใช้ บันทึกข้อมูลในรูปแบบต่างๆ สามารถใช้จับภาพหน้าจอไว้ได้หลายรูปแบบ ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และภาพวีดีโอ สามารถตัดต่อรูปภาพและตกแต่งรูปภาพได้ แล้วบันทึกข้อมูลที่ได้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น PowerPoint Excel, word หรือ บันทึกเป็นรูปภาพ เช่น jpg , png , bmp gif pdf และอื่นๆ อีกมากมาย
b. You Tube
เป็น website ที่ให้บริการข้อมูล ในรูปแบบของ ข้อมูลที่เป็น บทความ ภาพ วีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว ได้ทั่วโลก เมื่อมีผู้ที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูล ต่างๆ หรือผู้ที่ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ก็จะนำข้อมูลดังกล่าวมาลงหรือ post ไว้ คล้ายๆ กับ เราทำ blog เราอยากจะมีความรู้เรื่องอะไรเราก็สามารถไปค้นหาข้อมูล copy หรือ download ข้อมูลที่ต้องการได้ (โดยอาจจะใช้โปรแกรม Snag it มาช่วยได้ครับ )
c. iGoogle
เป็นการกำหนดค่าความเป็น ส่วนตัวของกูเกิ้ล หรือ บ้านบนเว็บของคุณ ซึ่งเราสามารถตั้งค่าให้แสดงเนื้อหาที่สนใจได้ เช่น การรายงานข่าวธุรกิจ สภาพอากาศ ข่าวบันเทิง ข่าวเด่นข่าวด่วน ใน gmail ของเรามีกล่องจดหมายเข้ามากี่ฉบับ และสามารถเลือกได้อีกมากมาย แล้วแต่ว่าอยากได้อะไร ไม่ว่าจะเป็น ข่าวจากสำนักข่าวต่าง ๆ ข่าวเฉพาะด้าน นาฬิกา สมุดบันทึก ปรับแต่งโลโก้
d. Skype
เป็นโปรแกรม ที่ใช้สนทนาหรือพูดคุย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร สอบถามสารทุกข์สุกดิบ สามารถมองเห็นภาพคู่สนทนาได้ โดยการสนทนาจะต้องใช้ ชุดหูฟังและไมโครโฟน ในการพูดคุย และถ้าหากมีกล้องก็สามารถมองเห็นภาพได้ด้วย สามารถที่จะเข้าสู่การพูดคุยกับเพื่อนๆ ทั่วทุกโลก เปรียบเสมือนคุยโทรศัพท์ที่บ้าน ที่สำคัญคือไม่ต้องจ่ายค่าโทรศัพท์ แต่ต้องจ่ายค่า Internet ครับ
e. Skechtup
โปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบหรือ Skech เป็นรูปภาพ 3 มิติ หรือ Model 3 มิติ แล้วเปลี่ยนเป็นภาพ 2 มิติ หรือเขียนภาพจากต้นแบบจาก 2 มิติมาเป็น 3 มิติก็ได้ โดยสามารถสร้างงานเขียนแบบหรือภาพจำลองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เช่น การสร้าง อาคาร โรงจอดรถ เก้าอี้ เตียง การสร้างตึก การปรับเปลี่ยนสีของผนังในห้อง ซึ่งเป็นโปรแกรมของ Google สามารถdownload ได้ที่

1 พฤษภาคม 2551 เวลา 08:35  

แสดงความคิดเห็น

<< Home