SARABURI 2
วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

มะละกอ GMO จดทะเบียนฝรั่ง : นักวิชาการขายตัวหรือนักการเมืองขาดวิสัยทัศน์ ?
*รองศาสตราจารย์ ดร.สุพิทย์ กาญจนพันธุ์
ชาวขอนแก่นรู้สึกรันทดใจต่อข่าวมูลนิธิมหาวิทยาลัยคอร์แนล ได้นำมะละกอไปดัดแปลงพันธุกรรมและจดทะเบียนสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้วการกระทำการของฝรั่งครั้งนี้เป็นการบี้บาทาลงบนหัวของคนไทย โดยเฉพาะคนอีสานเป็นการเฉพาะ ท่านนักวิชาการในรั้วในมหาวิทยาลัยจะรู้หรือไม่หนอว่า “มะละกอ” ไม่ใช่แค่ผลไม้ชนิดหนึ่งของคนอีสาน แต่มะละกอยังเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนอีสานและคนไทยภาคอื่นๆ และคนเขมร ลาว อพยพอีกหลายสิบล้านคนทั่วโลก พอๆ กับปลาร้าหรือปลาแดกของคนอีสาน ฝรั่งเขาอ่านการตลาดทะลุปรุโปร่ง จึงได้แวะเวียนมาในคราบของนักบุญให้ทุนนักวิชาการไทยทำการวิจัย ซึ่งก็ไม่ใช้ความผิดเสียทีเดียว เพราะนักวิชาการหรืออาจารย์ในมหาวิทยาลัยไทยนั้นถูกวิสัยทัศน์การบริหารงานองค์กร (มหาวิทยาลัย) ในฐานะผู้นำทางปัญญา ทอดทิ้งมานานหลายชั่วอายุคน ต้องให้คนเหล่านี้ดิ้นรนหาแหล่งเงินทุนต่างชาติมาทำการวิจัย เพื่อยังชีพ ภายใต้สัญญาการผูกมัดเอาเปรียบนานาประการ รวมถึงสัญญาผูกมัดว่าเจ้าของแหล่งเงินทุนเป็นเจ้าของสิทธิ์ด้วยจึงไม่น่าแปลกใจว่านักวิชาการเหล่านี้ ได้กลายเป็นเครื่องมืออย่างเป็นทางการให้กับต่างชาติเข้ามากอบโกยทรัพยากร อันอุดมสมบูรณ์ของบ้านเราไปเกือบหมดอยู่แล้วในอดีตนักการเมืองผู้กุมชะตาด้านการเกษตรของไทย ดูแล้วห่อเหี่ยวสิ้นหวัง มองหาวิสัยทัศน์ที่จะ “หวงแหน” ทรัพยากรด้านพันธุ์กรรมน้อยเหลือเกินข้อวิกฤตกังวลเหล่านี้สามารถเชื่อมโยงแก้ไขกับทรัพยากรพื้นบ้านอื่นๆ ที่ชาวบ้านนิยมบริโภค เช่น ผักหวาน ไข่มดแดง แมงจีนูน ปูนา เห็ดนานาชนิด หรือ แม้แต่หมอลำที่ฝรั่งนำไปดัดแปลงพันธุ์กรรมเป็นหมอลำ GMO* แล้ว นำไปจะทดเบียน อีกหน่อยอีสานบ้านเฮาจะลำเพลิน ลำกลอน ลำซิ่ง คงต้องขอใช้ลิขสิทธิ์ฝรั่งเสียก่อนเป็นแน่การพัฒนาหลักสูตรในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้อิสระแก่โรงเรียนคิดหลักสูตรท้องถิ่นได้เองร้อยละ 30 ผมแอบดีใจอยู่ลึกๆ ว่าจะนำสิ่งต่างๆ ในท้องถิ่นดังกล่าวมาให้เด็กเรียนและสานต่อและพัฒนากับสินค้า OTOPแต่สายไปหน่อยที่โรงเรียนคงไม่มีนักวิชาการในมหาวิทยาลัย คอยช่วยเหลือเพราะไม่มีทุนก้อนโตจ้างทำวิจัย รวมทั้งนโยบายระดับชาติที่ผ่านมาก็ปิดเป็นความลับทั้งหมดโอ้อีสานบ้านเฮา…ดินไม่ดำ น้ำไม่ชุ่ม แล้วยังถูกรุมกินโต๊ะอีกหรือนี่….*GMO;Genetically Modified Oganism;หมายถึงสิ่งมีชีวิตที่ถูกดัดแปลงพันธุ์กรรม*คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง*นักวิชาการประจำคณะกรรมาธิการการศึกษา ศาสนา ศิลป และวัฒนธรรม วุฒิสภา
posted by Dr.Supit at 05:40

38 Comments:
มีใครจดลิขสิทธิ์ส้มตำหรือยังคะเนี่ย....เดี๋ยวมีใครแอบขโมยไปอีกคนไทยเสียใจแย่
คนเรามักลืมสิ่งที่เป็นรากเง่า ซึ่งจะเหมือนกับตำราฤษีดัดตนที่ประเทศญี่ปุ่นขโมยไปจดสิทธิบัตร
ไม่ใช่ว่าแต่ชาวของแก่นที่มีความรู้สึกว่าเป็นการถูกเอารัดเอาเปรียบจากกฎหมายการค้าหรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ในเรื่องของการดทะเบียนสิทธิบัตรเกี่ยวกับการค้นพบ หรือไม่ก็เป็นสิ่งที่เราได้เคยใช้กันมาตั้งแต่บรรพบุหรุดของเรา อย่างเช่นเรื่องดัดแปลงพันธุกรรม “มะละกอ” และจดทะเบียนสิทธิบัตรเรียบร้อย การกระทำการของฝรั่งครั้งนี้เป็นการบี้บาทาลงบนหัวของคนไทย (แต่งคงไม่ใช้คนไทยทุกคน) เพราะจะเกิดผลเสียมากมายต่อคนไทย โดยเฉพาะเกษตรกร ไทย กล่าวคือ เมื่อมีผู้ที่ได้นำ “มะละกอ”ดัดแปลงพันธุกรรม ให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น ส่งผลให้ผลผลิตที่ออกมา มีคุณภาพดีขึ้น แต่ผลเสียที่จะตามมาไม่ได้มีการบอกไว้ เมื่อนำ“มะละกอ” ดัดแปลงพันธุกรรม มาเปรียบเทียบกัน “มะละกอ” ธรรมดาที่เกษตรกรไทยปลูกนั้น ก็จะมีข้อเปรียบเทียบ
เพราะฉะนั้นขอฝากนักวิชาการหรือผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียโปรดกรุณาคิดให้มาก ๆ ก่อนที่จะทำการตัดสินใจอะไรลงไป อยาคิดแต่เพียงประโยชน์เพียงเล็กน้อย
ฝรั่งเห็นแก่ตัวที่ต้องการมะละอกไปเป็นลิขสิทธิ์ของตัวเองเพียงฝ่ายเดียว
กฏหมายลิขสิทธิ์บางครั้งก็ไม่ได้ดีเสมอไป ควรมีการคิดให้ดีก่อนที่จะทำตามความคิดของฝรั่ง ควรจะมีกฏการรักษาสิทธิที่ดีกว่านี้ เพราะบางครั้งลิขสิทธิก็ไม่ใช่ทางออกที่ดีทีสุดเสมอไป ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปคงต้องซื้อเขาหมดทุกอย่างไม่มีอะไรเป็นของเราเลย และอย่าไปคิดว่าเป็นเวรกรรมนะครับท่านทั้งหลาย
มะละกอเป็นผลไม้ที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตของคนไทยมานาน โดย
เฉพาะคนอีสาน แต่ด้วยความฉลาดแกมโกงของฝรั่ง
ซึ่งนำไปดัดแปลงพันธุ์กรรม และจดลิขสิทธิ์เป็นของตนเอง
ซึ่งในอนาคตต่อไปหากคนไทยต้องการใช้มะละกอ คงต้อง
ไปขอลิขสิทธิ์จากฝรั่ง น่าอนาจใจกับชาวไทยแท้ ๆ คงต้อง
ช่วยกันรักษาไว้เพื่อลูกหลานต่อไป
อย่าว่าแต่มะละกอเลยเมืองไทย ในเมืองไทยคนดีคนเก่งมีเยอะ แต่ทำไม ช้ากว่าเขาทุกที่ในเรื่องการดูแลประโยชน์ของบ้านเมือง หรือดีแต่ทำเรื่องไม่เป็นเรื่อง
น่าเป็นห่วงอีกหลายเรื่องเช่น ข้าวหอมมะลิ ฤษีดัดตน
มะละกอ ขอเถอะให้ช่วยกันหน่อยครับ
เป็นการกระทำที่น่าอับอายมากที่ประเทศไทยไม่อนุรักษ์พันธุกรรมของพืชผักผลไม้พื้นบ้านของไทยไว้ได้ ให้ฝรั่งตาน้ำข้าวต่างชาติเข้ามากุมอำนาจทางเศรษฐกิจด้านผลผลิตทางการเษตรไทย
อ่านบทความเรื่องมะละกอของอาจารย์แล้ว พอสรุปได้ว่า อำนาจเงินนั้นซื้อได้ทุกอย่าง และอำนาจความคิดของคนไทยไม่เป็นอิสระบางทีถูกครอบงำ คนไทยไม่คำนึงถึงความสำคัญของการทดทะเบียนลิขสิทธิ์
แม้แต่มะละกอไทย ฝรั่งยังนำไปจดลิขสิทธิ์ แล้วต่อไปสิ่งอื่น ๆ ที่สำคัญกว่านี้ ไทยจะไม่ต้องขอใช้ลิขสิทธิ์ฝร่งหรือ น่าสางสารคนไทยแท้
มะละกอเป็นอาหารสำหรับคนส่วนใหญ่ในประเทศไทยและภูมิภาคประกอบกับคนไทยกระจายอยู่ทั่วโลกดังนั้นฝรั่งมองเห็นประโยชน์ที่จะหารายได้อย่างมหาศาลจึงใช้วิธีจดทะเบียนเพื่อฮุบเป็นผลประโยชน์ของตัวเอง โดยความร่วมมือกับคนไทยที่เห็นแก่ประโยชน์ที่เขายื่นให้เพียงเล็กน้อยมาเพื่อเป็นเจ้าของอาหารหลักของคนไทยต่อไปลูกหลานไทยจะไม่รู้จักมะละกอ
การจดสิทธิบัตรคือการปล้นภูมิปัญญาของชาติที่นักวิชาการต่างชาติชอบอ้างงานวิจัยแล้วขโมยทรัพย์สินทางปัญญาของไทยไปหลายอย่างแล้ว มะละกอGMO ก็เช่นเดียวกันอีกหน่อยเราจะไม่สามารถเพาะพันธุ์ได้เอง อยากจะปลูกอะไรคงต้องไปขอจากต่างประเทศให้เขาอนุญาตก่อน
อีกแล้ว........
คนไทยไม่ค่อยจะเห็นความสำคัญของสิ่งที่เป็นทรัพยยากรของไทย ซึ่งรัฐบาลไม่ค่อยให้การสนับสนุนซึ่ง คนไทยเก่งๆ มีเยอะ แต่โดนคนอื่นเอาความรู้ไปเอื้อประโยชน์ให้ต่างชาติ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีข่าว เช่น ข้าวหอมมะลิ และถ้าหากยังไม่เห็นความสำคัญหรือยังไม่แก้ไข ก็อาจจะมีข่าวเรื่องอื่นๆ ตามมาอีก...นะครับ (จะเตรียมใจหรือจะแก้ไขก็คงต้อเลือกเอานะครับ)
น่าสงสารคนไทยช้ากว่าฝรั่งอีกแล้วต่อไปต้องขอลิขสิทธิ์ตำส้มตำแน่ๆ
คนไทยเติบโตมาด้วยมะละกอจำนวนไม่น้อย จึงขอบอก
สำหรับสารอาหารในมะละกอนั้น มีดังต่อไปนี้
เนื้อมะละกอสุก สารอาหาร ปริมาณสารอาหารต่อมะละกอสุก 100 กรัม
โปรตีน 0.5 กรัม
ไขมัน 0.1 กรัม
แคลเซียม 24 มิลลิกรัม
ฟอสฟอรัส 22 มิลลิกรัม
เหล็ก 0.6 มิลลิกรัม
โซเดียม 4 มิลลิกรัม
ไทอะมีน 0.04 มิลลิกรัม
ไรโบฟลาวิน 0.04 มิลลิกรัม
ไนอะซิน 0.4 มิลลิกรัม
กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 70 มิลลิกรัม
ข้อมูลhttp://www.philippineherbalmedicine.org/papaya.htm
ประเทศฟินแลนด์มีนักเรียนที่มีความสามารถในการเรียนที่ดีเนื่องจากพื้นฐานการเรียนรู้ที่เป็นอิสระ ไม่มีการแบ่งชนชั้น มีการส่งเสริมเด็กที่มีความสามารถและช่วยเหลือเด็กพิเศษ ทำให้เด็กๆรู้สึกมีความอบอุน และมีครูที่มีความรู้ซึ่งเคยมีพื้นฐานการเรียนมาแบบเดียวกัน ทำให้ประเทศนี้มีการเรียนรู้ที่เป็นแนวทางเดียวกัน สำหรับประเทศที่เห็นว่าแนวทางการเรียนรู้รูแบบนี้มีประโยชน์กีน่าจะนำมาปรับปรุงการเรียนการสอนให้ตามแนวทางของฟินแลนด์บ้างกีได้
อ่านบทความของอาจารย์แล้ว ฝรั่งเก่งกว่าคนไทยเยอะเลย ทำไมเราคิดไม่ถึงเลยว่า "แค่มะละกอ" ก็เป็นเรื่องใหญ่โตได้
นักวิชาการทั้งหลาย อย่าเป็นแค่นักวิชาการ ควรสนใจทรัพยากรธรรมชาติของประเทศด้วย และนักการเมืองทั้งหลายอย่าคอยหาแต่ผลประโยชน์ควรสนใจพัฒนาประเทศไทยของเราเช่นกัน
กี่ครั้งแล้วที่เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่ก็ไม่เห็นมีรัฐบาลไหนให้ความสนใจ ทั้งๆที่นักวิชาการของไทยที่มีความสามารถเยอะแยะ แต่เราเอาใครก็ไม่รู้เข้าไปนั่งในสภาแล้วก็รักษาแต่ผลประโยนช์ของตนเอง ไม่รักษาผลประโยนช์ของประเทศ ไม่รักษาภูมิปัญญาของคนไทย ช้ำใจจริงๆ
ประเทศฟินแลนด์มีการเรียนการสอนที่เป็นเอกลักษณ์ของต้นเองมีรูปแบบที่ทำให้นักเรียนเรียนรู้อย่างเป็นอิสระ ตามความสามารถ ความถนัดของตน ไม่มีการเปรียบเทียบผลการเรียนทำให้ไม่มีการเกร่งแยงแข่งขัน และครูก็มีความสามารถที่จะสอนนักเรียนที่มีความแตกต่างกันได้อย่างเหมาะสมกับเด็กและวัย เห็นควรนำแนวทางมาศึกษา
ส้มตำโกอินเตอร์สั่งนำเข้าจากต่างประเทศจากจานละ 15 บาทเป็นจานละ10ดอลล่าU.S.A
เป็นที่น่าเสียดายที่คนไทยไม่รู้จักการนำเทคโนโลยีมาใช้ ทำให้ต่างชาติคิดค้นหาวิธีการดัดแปลงเอาทรัพยากรของเราไปใช้ โดยที่เราได้แต่มองดูตาปริบ ๆ และไม่สามารถทำอะไรได้ นี่คือปัญหาของคนไทย
เหตุการณ์ลักษณะนี้ เกิดแล้วเกิดอีกแต่ก็ไม่เห็นมีรัฐบาลไหนให้ความสนใจ ทั้งๆที่นักวิชาการของไทยที่มีความสามารถเยอะแยะ แต่เราเอาใครก็ไม่รู้เข้าไปนั่งในสภาแล้วก็รักษาแต่ผลประโยนช์ของตนเอง ไม่รักษาผลประโยนช์ของประเทศ ไม่รักษาภูมิปัญญาของคนไทย น่าเจ็บใจ
เราน่าจะนำแนวทางการเรียนการสอนของประเทศฟิลแลนด์มาปรับปรุงการสอนของเราบ้าง เน้นการสอนที่ไม่มีการเปรียบเทียบผลการเรียน ไม่แบ่งชนชั้น ช่วยเหลือเด็กพิเศษ ทำให้ผู้เรียนรู้สึกเป็นอิสระ และสามารถเรียนรู้ได้หลากหลาย
บทเรียนนี้ประเทศฟินแลนด์ให้โอกาสเท่าเทียมกัน การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่จูงใจให้เกิดการเรียนรู้มีความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียนและยังมีการให้ความช่วยเหลือนักเรียนหลายด้าน
มะละกอ (หมากฮุ่ง) ของชาวอิสานรู้จักกันมานานหลายสมัยแล้ว ยอมเป็นผู้คิดดัดแปลงพันธุกรรมและจดทะเบียนสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่เห็นด้วยที่นักวิชาการไปทำความร่วมมือกับต่างชาติ และทำให้เสียอำนาจของตนเองที่ควรจะได้ นำไปดัดแปลงเป็นของเขา ต่อไปคงไม่มีสิ่งที่เป็นของคนอีสานหรือคนไทยแน่เลย
คนไทยไม่ค่อยใส่ใจเรื่องของลิขสิทธิ์ ทำให้เสียโอกาศ
นักวิชาการของไทยเป็นทาสของต่างประเทศ ในการรักษาลิขสิทธิ์ ของประเทศ
การจดลิขสิทธิ์ในบางครั้งก็เป็นสิ่งที่ดี แต่ในบางครั้งกลับเป็นโทษ เป็นเรื่องที่น่านำกลับมาคิดในเรื่องนี้กันใหม่อีกครั้ง อย่างมะละกอในบทความนี้ คนกไทยเราจะเศร้าขนาดไหน
คนไทยมีของดีเยอะแยะ แต่บางครั้งก็คาดไม่ถึงในเรื่องของการจดลิขสิทธิ์ บางทีก็ไม่รู้ว่าใครจะเป็นคนจด เลยกลายเป็นมีคนขโมยลิขสิทธิ์ไปช่างน่าเศร้าจริงๆ
ไทยเสียเปรียบสิทธิบัตรบ่อยครั้ง
คนไทยไม่ตื่นแต่นอยู่แล้ว สนใจคือ เงิน
ชาวขอนแก่นร็สึกรันทดใจที่มะละกอไทยถูกนำไปจดลิขสิทธ์เป็นของฝรั่ง เพราะมะละกอไทยเป็นสมบัติของคนอิสาณมาแต่กำเนิด พวกเขาคิดว่าอีกหน่อยพืชและอาหารการกินหรือศิลปะของคนอิสาณคงจะถูกฝรั่งนำไปจดลิขสิทธ์ จนไม่เหลือสมบัติเป็นของพวกเขาเลย
การสร้างคนเก่งของประเทศฟินแลนด์
1.การประกันความเสมอภาคทางโอกาสแก่นักเรียนทุกคนโดยไม่แบ่งชนชั้น
2.ไม่มีการเปรียบเทียบระหว่างบุคคลเน้นการให้ความช่วยเหลือ
3.เสริมปัจจัยอื่นๆที่เกื้อหนุนให้นักเรียนเก่งกาจ
ปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมในการสร้างคนเก่งของฟินแลนด์
1.ส่งเสริมการอ่าน ซึ่งประเทศไทยก็ส่งเสริมแต่ไม่ต่อเนื่องและจริงจัง เป็นนโยบายมันห้านาที บ้านและโรงเรียนไม่ประสานสัมพันธ์กันพ่อแม่ไม่มีเวลาปฏิสังสรรค์กับลูกและแนะนำลูกสอนการบ้านลูกก็ไม่ได้ลูกก็ทำการบ้านไม่ได้ก็ไม่อยาก
2.ฟินแลนด์คัดเลือกครูที่มีคุณภาพแต่ประเทศไทยอาชีพครูเป็นอาชีพที่เหลือเลือกและเงินเดือนตำรัฐบาลไม่ให้ความสำคัญและไม่ค่อยสนับสนุนเท่าที่ควรจึงพัฒนายาก
จากเสาวลักษณ์ กมลศิลป์ สระบุรี ห้อง2
จากบทความเรื่องมะละกอ GMO เราจะโทษนักวิชาการเลยซะที่เดียวก็ไม่ได้เพราะนักวิชาการก็หากินรับจ้างเมื่อมีคนมาจ้างก็ทำเพราะในเมื่อคนใหญ่คนโตมีเงินและอำนาจวาสนาไม่สนใจ ชาวบ้านตาดำๆตาสีตาสาจะไปรู้เรื่องอะไรกับสิทธิบัตรเพราะการศึกษาของบ้านเราและการสื่อสารถ่ายทอดงานวิชาการไปไม่ถึงรากหญ้าชาวบ้านไม่รู้เรื่องซึ่งชาวบ้านมีประสบการณ์ในการเพาะปลูกและการผสมพันธ์แต่ไม่รู้จักวิธีการจดบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรจึงถูกขโมยไปจดสิทธิ์บัตรแล้วจะไปเรียกร้องอะไรจากเขาล่ะ เราควรจะมีการแนะนำเรื่องการจดสิทธิ์บัตรให้ประชาชนชาวไทยได้รู้จะได้ช่วยกันจดสิทธ์บัตรทรัพยากรและสมบัติอันมีค่าต่างๆของเราเอาไว้ไม่ให้ต่างชาติเอาไปครอบครองควรปลูกฝังความรักและหวงแหนในผืนแผ่นดินไทยของเราให้ลงไปอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจของคนไทยทุกคนสิ่งเลวร้ายต่างๆก็จะไม่เกิดกับคนไทยและประเทศไทยอีกต่อไปและประเทศชาติของเราก็จะอยู่เย็นเป็นสุขสงบสุขในนำมีปลาในนามีข้าวเหมือนดังเช่นบรรพบุรุษของเราได้กล่าวไว้
จากผู้รักและหวงแหนประเทศไทยของเรา
เสาวลักษณ์ กมลศิลป์ สระบุรี ห้อง2
น่าเสียใจกับคนไทย
สิ่งที่ได้จากธรรมชาติที่ธรรมชาติสรรค์สร้างเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้วธรรมชาติจะมีกระบวนการที่จะจัดการให้เกิดความสมดุลในตัวมันเอง สิ่งที่นำมาเติมมาแต่งอาจเกิดโทษก็ได้ เหมือนที่เราแต่งเติมอาหารต่างๆที่ก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ ทำลายธรรมชาติกอบโกยผลประโยชน์จากธรรมชาติจนเกินความพอดี และก่อให้เกิดวิกฤตต่างๆเช่น อากาศแปรปรวน โรคภัยไข้เจ็บ เชื้อโรคเกิดใหม่ สภาพแวดล้อมเสริมโทรม
ผมคิดว่าให้ชาวต่างชาติจดลิขสิทธิ์ภูมิปัญญาชาวบ้านของไทยเราให้หมด ถ้ารัฐบาลยังมัวยืดอยู่ในวังวลของอำนาจไม่เห็นประโยชน์อันสำคัญของบ้านเมือง เป็นที่ตั้ง
คนที่มีอำนาจมัวทำไรอยู่ไม่ได้คิดถึงประโยชน์ของชาติเลย มัวแต่นั่งคิดว่าจะได้กำไรเข้าตัวมากเท่าไร เท่านั้นหรือ
เพชรา " มะละกอเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนอีสานและคนไทยภาคอื่นๆ แต่ปัจจุบันเราถูกละเมิดลิขสิทธิโดย มหาวิทยาลัยคอร์แนล นำไปดัดแปลงพันธุกรรมและจดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว
นับว่าเป็นสิ่งที่น่าเสียดายที่คนไทยเราไม่รู้จักตื่นตัวในการักษาสิ่งที่เป็นสมบัติทางภูมิปัญญาของไทย
แสดงความคิดเห็น
<< Home