SARABURI 2
วันพุธที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2551
ปัจฉิมวิบาก

ให้นักศึกษาแคะ แงะ แซะ จับเก็บภูมิปัญญาดั้งเดิมของไทย หนึ่งเรื่อง จากประเด็นใดก็ได้ ดังนี้ ก.อาหาร ข.เครื่องนุ่งห่ม ค.ยารักษาโรค ง.ที่อยู่อาศรัย โดยภูมิปัญญาดังกล่าวต้องไม่สามารถ สืบค้นได้จาก Internet.......
Happy New Year
ดร.สุพิทย์ กาญจนพันธุ์
ปล.เรื่องราวของแต่ละคนต้องไม่ซ้ำกัน
ให้พิมพ์ชื่อจริงและรหัส ต่อท้ายบทความ
posted by Dr.Supit at 08:41

42 Comments:
ภูมิปัญญาท้องถิ่นเกี่ยวกับผลมะเกลือ
ยาสมุนไพรมะเกลือ
ชาวบ้านในชนบทส่วนมากจะรู้จักผลมะเกลือเป็นอย่างดีและจะใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยเอาผลมะเกลือดิบและสดถ่ายพยาธิปากขอได้ผลดี และพยาธิเส้นด้ายโดยใช้ผลสดสีเขียวไม่ซ้าไม่ดำจำนวนเท่าอายุของคนไข้ ( 1 ปีต่อ 1 ผลและใช้ไม่เกิน 25 ผล ) แล้วล้างให้สะอาด ตำพอแหลก กรองเอาเฉพาะน้าแล้วผสมกระทิสด (2 ช้อนชาต่อมะเกลือ 1 ผล ) คั้นเอาแต่น้าดื่มให้หมดก่อนรับประทานอาหารเช้า ถ้า 3 ชั่วโมงแล้วยังไม่ถ่ายให้ใช้ยาระบายเช่น ดีเกลือ 2 ซ้อนโต๊ะ ละลายน้าคนให้เข้ากันอย่าให้ตกตะกอน ดื่มตามลงไป
กฤตกนก เลี่ยวไพโรจน์ ศูฯย์สระบุรี ห้อง 2
ภูมิปัญญาชาวบ้าน ในการรักษาการอักเสบของสิว (สิวหัวช้าง)
โดยมีตัวยาดังนี้
1. หนิ่งจู ลักษณะเป็นผงสีแดง
2. ใส้เดือน
นำหนิ่งจู และใส้เดือนมาบอรวมกัน แล้วนำไปแปะบริเวณที่เป็นสิวหัวช้าง
ระยะเวลาในการรักษาขึ้นอยู่กับอาการอักเสบของสิว โดยจะแปะตัวยาไปเรื่อย ๆ
จนกว่าตัวยาจะดูดหนองและหัวสิงออกมา
(รักษาได้จริง)
สายใจ เศวตจามร
ภูมิปัญญาไทย ด้านการรักษาโรค
ภูมิปัญญาไทยด้านยารักษาโรค ที่จะกล่าวถึงคือ
ต้นกาฝากที่เกาะอยู่ที่ต้นงิ้วแดง เป็นยาสามารถรุกษาโรคเบาหาวนได้ วิธีการใช้ คือ ต้มน้ำดื้มทุกวัน
ภูมิปัญญาไทยด้านยารักษาโรค
+ยารักษาโรคเบาหวาน+
ต้นกาฝากที่เกาะอยู่บนต้นไม้ต้นงิ้วแดง นำมาต้มดื่มแทนน้ำทุกวัน สามารถลดน้ำตาล สำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานได้
น้ำมันสุนัข ยาสมานแผล
น้ำมันสุนัข หรือ ภาษาชาวบ้านทางภาคอีสาน (แถวบ้านกระผมเอง) เรียกว่า น้ำมันหมา เป็นน้ำมันที่สกัดจาก ไขมันสุนัข (การสกัดเหมือนน้ำมันหมู )
สรรพคุณ : คล้ายกับน้ำมันเลียงผา
ใช้เป็นยารักษา แผลถลอก แผลไฟไหม้ แผลน้ำร้อน รอยแผลเป็น ได้เป็นอย่างดี
(กระผมเคยใช้แล้ว)
วิธีใช้ ใช้ทาที่บริเวณแผลที่เกิด
คุณสมบัติ ทำให้แผลนั้นแห้งเร็ว และเวลาแผลหายจะไม่ทำให้เกิดรอยแผลเป็น โดยเฉพาะแผลที่เกิดจากน้ำน้ำร้อนลวก ปกติแล้วแผลประเภทนี้จะแห้งช้า เวลาแผลหายจะทำให้เกิดรอยแผลเป็น เป็นรอยดาที่เห็นได้ชัด เส้นขนก็จะไม่เกิดขึ้นในบริเวณแผลนั้น แต่เมื่อใช้ น้ำมันสุนัข (น้ำมันหมา ) แล้วแผล จะไม่เห็นเป็นรอยแผลเป็น ไม่เป็นรอยดำชัดเจน (จะดำเล็กๆน้อย) และเส้นขนจะขึ้นเป็นปกติด้วย
ขนมก้นกระทะ หรือ ขนมนาบกระทะ
เป็นขนมของชาวญวนที่นำมาทำให้ลูกหลานกินเพื่อให้อิ่มท้อง เป็นแผ่นเหมือนพิซซ่าสมัยนี้แต่ไม่มีไส้ มีรสหวาน ชาวญวนเสาไห้สมัยก่อนนิยมทำในครัวเรือนเพื่อให้บุตรหลานกินเพราะประหยัด และสามารถทำกันในครอบครัวได้
วิธีการทำ 1.เริ่มจากเตรียมแป้งข้าวเจ้า(ต้องโม่เองโดยนำข้าวสารมาแช่น้ำบดด้วยโม่) จากนั้นผสมกับน้ำกะทิพอควร ผสมน้ำตาล เกลือเล็กน้อย คนให้เข้ากัน
2. เตรียมตั้งกระทะร้อนๆ ไม่ต้องใส่น้ำมัน จากนั้นนำแป้งที่ผสมแล้วมาเทบางๆ ในกระทะ พอแป้งสุก ให้พับครึ่งแผ่นและนำลงมารับประทานได้ ขนมจะมีลักษณะนิ่มๆ คล้ายขนมครกแผ่น ส่วนขนาดจะใหญ่หรือเล็กขึ้นอยู่กับกระทะค่ะ
ขนมก้นกระทะ หรือ ขนมนาบกระทะ
นำเสนอโดย นางสาวสุพัตรา เมืองบุญชู ห้อง 2 รหัส 50210231 ศูนย์สระบุรี
เม็ดมะรุม แก้โรคภูมิแพ้.....
ผลที่ได้ศึกษาจากแม่ของกระผมเอง แม่ผมเป็นโรคภูมิแพ้ที่เจออากาศเปลี่ยน ฝุ่นละออง ควันไฟ มักจะหายใจไม่ออก หนักมากต้องพ่นยาเป็นประจำ วันละ 3-4 ครั้ง หรือถ้าเป็นมากก็ต้องไปโรงพยาบาล แม่บอกว่ามี่คนแก่เล่าให้ฟังว่า ให้เอามะรุมที่ฝักแก่แห้งคาต้น เอาแต่เม็ด มาตากแดดสัก 1-2 แดด ทานเช้า-เย็น ครั้งละ 4-5 เม็ด (แกะทานแต่เม็ดในเปลือกนอกเอาทิ้ง) ซึ่งในรการทานนั้นให้เคียว ที่ละเม็ดจนครบ 4-5 เม็ด แล้วค่อยทานน้ำตาม (ผมเคยลองทานดูแล้วขมดีแล้วพอทานน้ำตามรู้สึกหวานลำคอ) ผลที่ได้แม่บอกว่าก็ดีพ่นยาน้อยลงบางที่ วันละ 1-2 ซึ่งผลที่ได้อาจจะเป็นความเชื่อส่วนบุคคล........
แต่ที่มีในวงการสมุนใช้น้ำมันมะรุม..ใช้หยอดจมูกบำบัดโรคภูมิแพ้ ไซนัสโรคทางเดินหายใจ
อยากชิมขนมก้นกระทะของ อ.สุพัตรา เมืองบุญชูครับ
เปลือกสดมะรุมแก้เมาดีนักแล อ.ยงยุทธ
รังแตนดินแก้ลมพิษ
รังแตนที่ทำรังอยู่ตามต้นไม้ หรือบ้านไม้ พยายามเอารังที่ไม่มีตัวจะได้ไม้โดนแตนต่อย นำมาบดให้ละเอียดแล้วผสมกับเหล้าขาวผสมอย่าให้เจือจางมากนัก ทาแก้ลมพิษที่เป็นผื่นคันจะช่วยลดอาการได้ เพราะตอนเด็กๆเป็นลมพิษแล้วคุณแม่นำมาทาให้
นายสมบัติ จิรนิตพฤกษ์ 50210208 ห้อง2 ศูนย์สระบุรี
ว่านหางจรเข้ รักษาแผล
เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่สามารถนำมาใช้รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก รักษาแผลเรื้อรัง เรื่องที่จะเล่าให้ฟังเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวเอง คือ เมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ที่แล้วพ่อของข้าพเจ้าเองโดนน้ำมันที่กำลังเดือนในกะทะลวกที่นิ้ว แผลที่นิ้วถึงขนาดสุกก็ว่าได้ พ่อจึงไปตัดก้านว่านหางจรเข้ที่ปลูกอยู่ที่บ้านแล้วนำมาปลอกเปลือกสีขียวออก ก็จะเป็นเนื้อวุ้น จากนั้นก็นำเนื้อวุ้นมาวางบริเวณที่โดนน้ำมันลวก พ่อบอกว่าจากทีแรกที่รู้สึกปวดแสบปวดร้อน เมื่อวุ้นว่านหางจรเข้มาวางรู้สึกเย็น และคลายความปวดแสบปวดร้อนได้ และหลังจากนำวุ้นมาถูบริเวณแผลแล้วจะรู้สึกว่าบริเวณแผลจะแห้ง และตึง เหมือนกับว่าแผลมันน่าจะหายเร็วขึ้น พ่อของข้าพเจ้าทำแบบนี้อยู่เรื่อย ๆ จนแผลแห้งและหายเป็นปกติ
นอกจากนี้เมื่อวันสงกรานต์ที่ผ่านมามีโอกาสได้พบญาติผู้ใหญ่จึงสอบถามเกี่ยวกับสรรพคุณของว่านหางจรเข้เพิ่มเติม และได้บอกอีกว่า ว่านหางจรเข้ ยังมีสรรพคุณอื่นอีก คือ สามารถรับประทานเป็นยาภายใน ช่วยลดอาการจากโรคเบาหวาน รักษาระดับน้ำตาลในเลือด ลดอาการโรคความดันโลหิตสูงได้ บรรเทาอาการหวัด แก้เมารถ อาหารไม่ย่อย บำรุงสุขภาพทำให้ร่างกายสดชื่น
โดย นางสาวธนียา เทียนคำศรี
ศูนย์สระบุรี ห้อง 2
รหัส 50210237
ไข้ ออกหัดหรืออีสุกอีใส
เด็กหรือผู้ใหญ่ที่ไม่ได้รับวัคซีนป้องกันหรือปลูกฝี มีโอกาสเป็นไข้ออกหัดหรืออีสุกอีใสได้ทุกคน
อาการของคนเป็นไข้นี้ ตามร่างการจะมีตุ่มเป็นจุดแดงๆขึ้นตามร่างกายมีไข้สูงตัวร้อนหากรักษาไม่ถูกต้องหรือฉีดยาโดยรู้เท่าไม่ถึงการอาจเสียชีวิตได้
ต้นขนวน เป็นต้นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ (ชาวไท-ยวน เรียกว่า ต้นปี้ ) มีลำต้นสีขาวนวน ใบเล็กกลม
ขนาด 2-3 ซม. มีฝักแบนคล้ายฝักกระถิน
วิธีการใช้ นำเปลือกต้นขนวนมาใส่ในถังน้ำที่เตรียมไว้แล้ว นำเปลือกขนวนมาแช่ไว้ 5-6 ชั่วโมง
แล้วนำไปอาบเช้าและเย็น 2-3 วันอาการไข้ และการคันและตุ่มตามร่างกายจะยุบและแห้งจางหายไป
โดยไม่มีการตกสะเก็ดหรือเป็นแผล
โดยนายไสว เปรมปรี
ศูนย์สระบุรี ห้อง 2
รหัส 50210224
การรักษาอาการไอด้วยพริก
เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่ผู้ทำ Blogspot ได้เคยทดลองใช้มาแล้ว เห็นว่าได้ผลแน่นอน น่าเผยแพร่ให้ผู้สนใจนำไปใช้อย่าได้เสื่อมสูญไปจากภูมิปัญญาไทย
ต้องยกย่องเป็นที่รับรู้ด้วยกันแก่ผู้ที่ได้ให้ความรู้ในครั้งนี้ ในฐานะที่ได้รับการถ่ายถอดมาจากบรรพบุรุษมาหลายช่วงอายุ ท่านผู้นี้ได้แก่ นายพุฒ แก้วเกลี้ยง อยู่บ้านเลขที่ 52 หมู่ 7 ตำบลหนองโน อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี ปัจจุบันอายุ 76 ปี (คือบุคลในภาพ)
องค์ประกอบของการทำยาแก้ไอจากพริก ประกอบไปด้วยดังนี้
1. พริกแห้ง จำนวน 2 – 3 เม็ด
2. ตะเกียง หรือเทียนไข 1 ดวง (เล่ม)
3. มะนาว 1 ลูก
4. น้ำปลา 1 ขวด
5. ฝาหม้อดิน หรืออุปกรณ์อื่นที่สามารถทดแทนได้ เช่น ถ้วยเล็กๆ หรือแก้ว เป็นต้น
ขั้นตอนวิธีการ
1. นำพริกมาเผาไฟจากตะเกียง หรือเทียนไข ที่เตรียมไว้ โดยใช้เวลาให้นานพอที่พริกจะเป็นถ่าน ( สังเกตตอนแรกจะเป็นสีดำและออกเป็นสีเทาหรือขาว) 2-3 เม็ด
2. เมื่อได้พริกที่เผาเสร็จแล้วนำไปใส่ฝาหม้อดิน หรือวัสดุทดแทนอื่น
3. ใช้มือที่สะอาดบดขยี้พริกที่เผาแล้วจนละเอียด
4. เติมมะนาว และน้ำปลา อย่างละ 2 – 3 หยด (ข้อควรระวังอย่าให้มากจนเหลว ควรเป็นลักษณะข้นจะดีมาก)
5. นำพริกดังกล่าวไปกวาดคอ เพียงครั้งเดียวจะหายสนิท (หากต้องการความมั่นใจสามารถทำซ้ำได้อีก เช้า – เย็น)
นายชัยสุวรรณ จำปาศรี ห้อง 2 รหัส 50210227
ภมิปัญญาซ้อนเล้น
ภูมิปัญญาชาวบ้าน (ภูมิปัญญาซ้อนเล้น)
เรื่องที่ ๑ การแก้โรคท้องเสียด้วยแคบ้าน
การถ่ายท้องหรือท้องเสีย สมัยก่อนไม่ค่อยมียาหรือไม่ก็อยู่ไกล คุณพ่อใช้วิธีการถากเปลือกแคที่เป็นสีน้ำตาลออก เอาเปลือกที่สีชมพู มาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ประมาณ ๑ ถ้วย ตำแบบคล้ายตำส้มมะละกอ ให้กิน ๒-๓ ครั้งอาการถ่ายท้องหรือท้องเสียก็จะหยุดหรือหายไป โดยที่เมื่อก่อนผมเองก็ไม่เข้าใจว่าเป็นเพราะอะไร
เริ่มมาเข้าใจว่าอาการท้องเสีย หยุดถ่าย เพราะเปลือกแคมีรสฝาดมาก จะกินทันทีก็ไม่ได้รสอร่อยจึงประยุกต์คล้ายตำส้ม เพื่อให้กินง่าย ๆ ได้ผลเหมือนกัน
เรื่องที่ ๒ การแก้คันของอีสุกอีใส
น้องไอคิว อายุ ๕ ขวบ เป็นอีสุกอีใส ทั้งตัว จะมีอาการคันเป็นตุ่มใส ๆ เต็มตัว สงสารมาก ถ้าเกามากๆ ก็จะแตกกระจายไปอีก เชื้อก็จะเป็นเพิ่มขึ้น ยายบอกให้เอา ต้นปี้ ภาษาไท-ยวน มาต้มอาบจะหายคัน ยาแผนปัจจุบันจะไม่หายคัน เพราะจะรักษาเชื่อเพื่อลด หรือให้หาย แต่กว่าจะหายคันมาก เป็นหลายวัน เด็ก ๆ ซน และมือเปื้อนง่าย รักษายาก
ผมเองต้องหาคนแปลจากไทย-ยวน เป็นไทยกลางหรือไทยทั่วไป ปู่เสงี่ยม อายุ ๗๑ ปี บ้านอยูหลังวัดโคกกระท้อน บอกให้รู้ว่าภาษาไทยกลาง คือ ต้นคงคาเดือด ผมไปหาเจอที่บ้านป้าใจ๋ หน้าวัดโคกกระท้อน อ.เสาไห้ จ.สระบุรี ใช้ทั้งใบ กิ่ง มาต้มผสมน้ำอาบ ไม่ค่อยคันและอาการค่อย ๆ หายไป
อากาศ โพธิ์อ่อง
ไม่ใช่วิชาการแต่ประสบการณ์ตรงครับผม
การแพทย์แผนไทย
ศูนย์สุขภาพวัดโตนด 1 (ตลาดกุ้ง) เป็นสถานที่ให้การรักษา โดยใช้หลักของธรรมชาติบำบัด ที่มีความร้อนเป็นเอกลักษณ์ของการแพทย์ล้านนาการแพทย์ไทยเป็นพื้นฐาน ไม่มุ่งเน้นการรับประทานยา แต่จะเป็นการนวดล้างพิษเพื่อรักษาโรค ทาง
ล้านนาจะเรียกว่า “การแหกพิษ” เป็นการปรับสมดุลของธาตุทั้ง 4 คือ ธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ ให้ดีขณะเดียวกันก็สามารถเอาพิษของอวัยวะต่างๆทั่วร่างกายออกมา จึงเรียกว่า การนวดล้างพิษด้วยน้ำมันล้านนา
การนวดในลักษณะนี้เป็นการล้างพิษชั้นลึก ทุกอวัยวะจะเน้นในเรื่องของผนังชั้นในของหลอกเลือด เพราะผนังชั้นในของหลอดเลือดเมื่ออายุน้อยๆ ยังสะอาดอยู่เมื่อมีอายุมากขึ้นก็จะเริ่มสกปรก และมีสิ่งอุดตัน ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อร่างกายโดยเฉพาะสมองและหัวใจ
การรักษาโรคด้วยวิธีการนี้มีมาประมาณ 5 พันปีแล้ว แต่ลดความนิยมลงไป มีใช้อยู่แต่เฉพาะชาวเขา ชาวพื้นเมืองทางภาคเหนือและประเทศเพื่อบ้าน เช่น ประเทศจีนใช้ชามตราไก่ ประเทศเวียดนามใช้เหรียญ อินโดนีเซียใช้หิน และมาเลเซียใช้เขาควาย และจะมีโรงเรียนสอนการขูดพิษเพื่อรักษาโรคโดยเฉพาะ
วิธีการรักษาแบบ การนวดน้ำมันล้านนา
การรักษาโรคนี้จะใช้น้ำมันที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะมีส่วนผสมของสมุนไพร 40 กว่าชนิด เป็นสูตรดั้งเดิมของทางล้านนา ชโลมที่ผิวแล้วนวดลงบนผิวด้วยอุปกรณ์ที่มีลักษณะเย็น ที่ใช้อยู่ปัจจุบัน คือ เขาควาย งาช้าง ที่นำมาเจียรให้เป็นอุปกรณ์ เพื่อให้เหมาะสำหรับการขูดที่ผิวหนัง เพื่อขูดพิษขึ้นมา พิษจะเป็นจุดเล็กๆ สีแดงออกมาตามรูขุมขน พิษสีชมพูแสดงว่าป่วยน้อย สีแดงอ่อนค่อนข้างป่วยมาก แดงเข้มป่วยมาก
ขั้นตอนการรักษา การนวดน้ำมันล้านนา
การขูดจะเริ่มขูดจากที่ต้นคอ เลื่อนลงมาที่หลังแล้วให้นอนคว่ำ เปิดหลังเพื่อขูด ทำต่อเนื่องไปทั้งตัวหลัง สะโพก แขน ขา และศีรษะ โดยจะชโลมน้ำมันสมุนไพรตลอดเวลาที่ทำการรักษา การที่ทำทั้งตัวเป็นการรักษาแบบองค์รวม เพราะคนไข้อาจจะไม่ได้ป่วยเพียงจุดเดียว การรักษาทั้งตัวเพื่อตรวจให้ครบว่าเป็นอะไรบ้างแล้วจะรักษาที่ต้นเหตุทุกครั้ง รอยแดงที่เกิดขึ้นหลังจากการขูดเกิดจากพิษที่ระบาย ขึ้นมาทางรูขุมขน ไม่ได้เกิดจากการห้อเลือด แล้วจะหายไปเองไม่เกิน 5 วัน ระยะเวลาในการรักษาแต่ละครั้ง ประมาณ 1 ชั่วโมง ครึ่ง-2ชั่วโมง แล้วแต่อาการของโรค
หลังการนวดควรดื่มน้ำอุ่นและปล่อยให้เลือดลมในร่างกายไหลเวียนประมาณ 2 ชั่วโมงแล้วจึงอาบน้ำนอนพักผ่อนให้เพียงพอ จะช่วยให้ร่างกายกลับสู่สมดุลได้เร็วขึ้น
โรคที่รักษาได้ด้วย การนวดด้วยน้ำมันล้านนา
การรักษาโรคด้วยวิธีนี้สามารถรักษาได้ทุกโรคที่ไม่มีเชื้อโรคและไม่เกิดจากการแตก การหัก การตกเลือดข้างใน สามารถรักษาได้ทุกเพศ ทุกวัย ส่วนใหญ่โรคที่มารับการรักษาจะเป็น
1.)โรคภูมิแพ้ ซึ่งเกิดจากธาตุน้ำกำเริบ ก็จะแก้ที่ระบบทางเดินหายใจ ด้านหลัง ปอดและเน้นที่ข้างจมูกทั้งสองข้าง
2.)สตรีที่รอบเดือนผิดปกติ ปวดท้อง ปวดหลัง ซึ่งจะเห็นผลทันทีหลังจากรักษาเพียงครั้งเดียว จะเห็นได้จากรอบเดือนที่มาจะมีปริมาณมากเพราะจะขับเลือดที่ตกค้างอยู่ด้านในผนังมดลูก ล้างออกมาให้หมด ซึ่งในเดือนถัดไปจะดีขึ้นไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิม
3.)โรคปวดเมื่อยขา ชาตามแขน-ขา โรคหัวใจ
4.)โรคปวดศีรษะ ไมเกรน ปวดต่างๆตามร่างกายหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
ผลที่ได้รับจากการนวดน้ำมันล้านนา
การรักษาโรคด้วยวิธีการนวดนี้เป็นการรักษาสุขภาพจากภายใน เป็นการปรับสมดุลของร่างกายให้เป็นปกติ เมื่ออวัยวะภายในทำงานได้อย่างเป็นปกติก็จะส่งผลถึงภายนอกได้เอง
วันนี้ขอเสนอ ขนมพื้นบ้าน ขนมแป้งสาคู
ซึ่งทำจากแป้งสาคู (หรือแป้งจากต้นสาคูนั่นเอง) โดยมีขั้นตอนดังนี้
1. นำเอาต้นสาคูตัดเป็นท่อนสั้นๆ ประมาณ 1-1.5
2. เอาเปลือกออก (โดยอาจจะใช้ขวานหรือมีดสับออก)
3. เลือกส่วนที่เป็นเนื้อของลำต้นที่ยังไม่แก่จนเกินไปหรือส่วนที่มีเส้นใยน้อยๆ ขูดเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปตำให้ละเอียด
4. นำไปผสมกับน้ำแล้วกรองด้วยผ้ากรอง
5. ทิ้งให้น้ำตกตะกอน แล้วนำไปผึ่งแดด 1-2 วัน ก็จะได้แป้งสาคูแล้วครับ
6. หรือหากไม่ต้องการเก็บไว้ยายบอกว่า ให้นำมากวนแล้วใส่น้ำตาลทราย กวนให้เป็นแป้งเหนียวๆ ประมาณ 1-2 ชั่วโมง ก็จะได้ขนมจากแป้งสาคูแล้วครับ....(เหมือนกับขนมกวนทั่วไป)
ส่วนอื่นๆ ของต้นสาคูก็ก็มีดังนี้ครับ
1. ลำต้น
- ตัดเป็นท่อนๆ ไปวางให้ไก่ ห่าน หรือเป็ดกินได้ครับ
- ปอกเปลือกแข็งๆออกไปผสมกับอาหารหมู หรืออาหารวัว
- ตัดวางทิ้งไว้ในที่ร่มให้ตัวด้วงมาทำรัง วางไข่ กลายเป็นหนอนด้วง แล้วนำหนอนด้วงมากินก็ได้ครับ (กิโลกรัมละ 200 บาทครับ)
2. ใบ เอาไว้ห่อ ขนมจาก หรือนำมาเย็บเป็นแผ่น แล้วนำมามุงเป็นหลังคาก็เย็นสบายดีครับ
เนืองจากต้นสาคู จะขึ้นอยู่ตามที่ชื้น หรือใกล้บริเวณที่มีน้ำขัง ดังนั้นอาจจะพบตัว “ทาก” (คล้ายๆกับปลิงแต่อาศัยบนบกที่ชื้นๆไม่ได้อาศัยในน้ำเหมือนปลิง) ก็อาจจะปัญหาในการเข้าไปหาต้นสาคูได้
ดังนั้น ยายจึงบอกสูตรยากำจัดทากและยาสมานแผลมาให้ด้วยครับ
1. ยาเส้น (ใบยาสูบหั่นฝอย) ผสมกับน้ำปูนขาวใส่ขวดไว้เมื่อเจอตัวทากก็จุ่มยาไปทาที่ตัวทาก ครั้งเดียวตายแน่นอนครับ
2. ยาห้ามเลือด (แผลสด) เมื่อหกล้ม โดยใช้ไมยราบ (หรือยายเรียกว่าต้นขี้ไก่)
โดยนำใบสาบเสือมาล้างให้สะอาด แล้วขยี้ปิดปากแผล หรือจะใช้ใบสาบเสือขยี้แล้วผสมกับปูนกินหมากเสร็จแล้วนำไปปิดบาดแผล หรือยายบอกว่าอาจจะใช้น้ำลายก็ได้ครับ ถ้าเป็นบาดแผลเล็ก เลือดน่าจะหยุดไหลในเวลาไม่นานนัก
หรืออาจจะใช้ต้นไมยราบมาทำเหมือนกับต้นสาบเสือก็แทนกันได้ครับ
เปิดดูรูปและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ BLOG ผมนะครับ
ปราบกลิ่นสะตอด้วยมะเขือเปราะ
รับประทานสะตอครั้งใด เป็นต้องมีกลิ่นติดปากทุกครั้งไป
เป็นปัญหาทุกครั้งให้กับผู้นิยมชมชอบรับประทานอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับสะตอ บางคนถึงกับระงับความอยากกลับไปหาซื้อกินที่บ้านหลังเลิกงาน เพราะเกรงใจว่ากลิ่นจะไปรบกวนเพื่อนร่วมงาน
ฟังทางนี้วิธีง่ายๆนอกจากเดินเข้าห้องน้ำแปรงฟันแล้ว คุณสามารถดับกลิ่นสะตอได้ง่ายๆ ด้วยการรับประ ทานมะเขือเปราะเป็นการตบท้าย สักสองสามลูก
รับรองจะช่วยลดกลิ่นสะตอได้เป็นอย่างดี รองไปทำดู แล้วจะรู้ว่าเป็นเรื่องง่ายๆ
ใบสามเสือผสมปูนแดงรักษาแผลสด
จากเรื่องราวของเด็กชายวัย 12 ขวบ เมื่อ 30 กว่าปีที่ผ่านมา ตามประสาเด็กบ้านนอกประกอบกับการเป็นเด็กที่ไม่ชอบอยู่นิ่ง วันหนึ่งเขาก็ลงมือหาไม้ที่มีง้ามพองามมาหนึ่งอันจากนั้นก็ลงมือใช้มีดอีโต้ที่คมกริบมาทำการถาก เหลา ขัดเกลา เพื่อให้ได้งามหนังสติกที่สวยงาม ขณะที่เด็กชายผู้นั้นกำลังเพลิดเพลนกับการมุ่งมั่นกับงานของเขาอยู่นั่น พลันก็มีเสียงร้องโอ๊ย ! ขึ้นมาอย่างดัง ทันใดนั้นเลือดสีแดงก็พรั่งพรูออกมาจากมือของเด็กคนนั้น เขายกมือซ้ายที่อาบไปด้วยเลือดสีแดงไหลหยดลงพื้น เขาหันไปมองที่มือของเขาก็พบว่าปลายนิ้วก้อยของเขามีชิ้นส่วนของเนื้อปลายนิ้วห้อยร่องแร่ง เกือบขาด พร้อมกับเลือดที่ไหลไม่หยุด !
ผู้เป็นพ่อที่ทำงานอยู่ใกล้ ๆได้ยินเสียงลูกร้องก็รีบวิ่งมาดูพลันก็ต้องตกใจเมือเห็นนิ้วมือของลูกอาบไปด้วยเลือด นิ้วก้อยมือซ้ายถูกมีดปาดลงมาระหว่างนิ้วก้อยกับนิ้วนางเกือบขาด ผู้เป็นพ่อรีบหาเศษผ้าที่พอจะหยิบได้บริเวณนั้น มาทำการห่อหุ้มมือของลูกไว้เพื่อจะหยุดการไหลของเลือดปากก็ตะโกนบอกคนที่อยู่ใกล้ ๆ “ ไปเด็ดใบสาบเสือมาให้กำมือนึงเร็วๆ” ! แม่ที่อยู่ใกล้ก็รีบไปเด็ดใบสามเสือที่ขึ้นอยู่ข้างรั้วมาให้ทันที จากนั้นผู้เป็นพ่อก็ทำการขยี้ใบสามเสือผสมกับปูนแดงที่แม่ใช้กินกับหมาก จนแหลก จากนั้นก็นำมาโปะหุ้มที่ปลายนิ้วก้อยของลูก ลูกสะดุ้งขึ้นเล็กน้อยจากอาการแสบที่แผล เลือดที่ไหลอยู่เริ่มหยุดไหล น้ำตาที่อาบแก้ม เสียงสะอื้นเริ่มเบาลง บ่งบอกถึงอาการเจ็บปวดเริ่มทุเลา ขณะที่ผู้เป็นแม่ก็คอยปลอบปะโลมอยู่ในออมกอด แล้วเลือดก็หยุดไหลสนิท พร้อมกับเสียงสะอื้นที่หายไป
ประมาณ 3 สัปดาห์ต่อมาปาดแผลที่ถูกมีดบาดก็เริ่มหายเกือบเป็นปกติ บาดแผลที่ถูกมีดปาดเกือบขาดออกจากกันประสานกันสนิท เกือบไม่เห็นรอยต่อ ถ้าเป็นในปัจจุบันแผลขนาดนี้หมอต้องเย็บไม่น้อยกว่า 5 เข็ม แม้เหตุการณ์นี้จะผ่านมา 30 กว่าปีแต่เขาก็เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวเอง แล้วก็เขียนบรรยายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนกับเกิดกับตัวผู้เขียนเองจริงๆ ก็จริงๆ ?.......
เสาวลักษณ์ กมลศิลป์ รหัศนักศึกษา 50210216
ภูมิปัญญาท้องถิ่นสมัยเป็นวัยรุ่นพ่อบอกว่าเวลาเป็นสิวหย่าไปบีบหรือหยิกมันจะกลายเป็นแผลเป็นพ่อบอกว่าตื่นนอนตอนเช้าก่อนอาบน้ำแปรงฟันอย่าเพิ่งพูดกับใครให้กลั้นใจแล้วเอานิ้วมือแตะน้ำลายใต้ลิ้นมาป้ายที่หัวสิวจะทำให้หัวสิวยุบและไม่อักเสบใบหน้าเราก็จะไร้แผลเป็นที่เกิดจากสิว
อีกเรื่องที่เคยเห็นคุณพ่อปฏิบัติในระแวกแถวบ้านและสมัยเราเป็นเด็กและลูกๆของเราเองเมื่อเวลามีอาการเป็นไข้สูงหรือเป็นซางตอนเด็กๆถ้าเราเอายาแสงหมึกตราใบโพธิ์ป้ายลิ้นให้เด็กๆแล้วเด็กๆยังไม่หายเป็นซางและเจ็บคอพ่อแม่ผู้ปกครองเด็กๆก็จะมาหาคุณพ่อให้กวาดยาให้ซึ่งยาของคุณพ่อก็คือนำมะนาวมาหนึ่งซีกแล้วบีบใส่ลงไปในครกแล้วคุณพ่อก็จะนำสากมาถูกับก้นครกที่บีบน้ำมะนาวใส่ลงไปจนได้เป็นยาประมาณครึ่งช้อนโต๊ะแล้วจะนำมากวาดคอเด็กโดยล้วงลงไปลึกๆแล้วป้ายยาเมื่อป้ายยาได้แล้วก็เอามือออกและเป่าหัวให้เด็กๆหลังจากป้ายยาครกกับสากแล้วเด็กๆก็จะหายจากอาการไข้และเป็นซางและจะรับประทานอาหารได้มากและแข็งแรงมากขึ้นด้วยคุณพ่อบอกว่าลูกๆทุกคนโตมาจากยาครกกับสาก
ภูมิปัญญาด้านอาหาร
ผัดขนุนแสนอร่อย(จริงๆนะ)
ส่วนผสม
1.ขนุนดิบต้ม
2.พริกขี้หนูสด
3.ตะไคร้
4.หอมแดง
5.ใบมะกรูดหั่นฝอย
วิธีทำ
ซอยตะไคร้ หอมแดง พริกขี้หนู ตำให้เข้ากัน จากนั้นนำขนุนต้มหั่นชิ้นพอประมาณ แล้วนำลงตำให้เข้ากับเครื่องให้แหลก เมื่อคลุกเคล้าเข้ากันแล้วให้นำลงผัดน้ำมัน จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล พอสุกหอมให้โรยใบมะกรูดหั่นฝอย
ขนุนดิบที่นำมาต้มควรใช้ขนุนอ่อนๆ ที่เม็ดยังไม่แก่ และขนุนที่ต้มจะมีสีค่อนข้างคล้ำ ถ้าต้องการให้ขนุนที่ต้มสีขาวให้ใส่นำขนุนแช่สารส้มก่อนนำไปต้มแต่จะมีข้อเสียคือขนุนที่ต้มจะแข็งกว่า
วันนี้ขอนำเสนอยาที่ใช้กันสมัยก่อน
1. แก้ท้องเสีย ให้ใช้ใบฝรั่งอ่อนประมาณ 3 - 5 ใบล้างให้สะอาดแล้วใส่ปากเคี้ยวให้แหลกนานๆจนมีรสออก ขมแล้วดื่มน้ำตาม ถ้าท้องเสียมากก็ใช้หลายใบได้ครับไม่มีอันตราย อีกขนานให้ใช้ยอดทับทิมอ่อน 4 - 5 ยอดเคี้ยวแทนก็ได้ หรือจะใช้เปลือกมังคุด ( ด้านใน ที่ไม่ใช่ผิวเปลือกนะครับ )เคี้ยวรับประทานก็ได้ผล
2. แก้พิษแมลง ให้ใช้หัวหอมแกงทุบให้แหลกแล้วถูบริเวณที่ถูกกัดต่อย และปิดไว้ประมาณ 5-10 นาที
ภูมิปัญญาท้องถิ่นของยารักษาโรค
ของนางรุจิมาศ แจ้งศรี นักศึกษาปริญญาโท กลุ่ม 2 ศูนย์สระบุรี รหัส 50210229 ขอเสนอภูมิปัญญาชาวบ้านด้านยารักษาโรค
ต้นชุมเห็ดใช้รักษาโรคพยาธิและซางในเด็กเล็ก ซึ่งลักษณะของต้นชุมเห็ดจะไม่ใหญ่ เป็นต้นเล็ก ๆ ใบของชุมเห็ดจะคล้ายใบฝรั่ง ส่วนวิธีการทำตัวยาให้ใช้ทั้งต้นรวมทั้งรากด้วย ให้นำมาล้างให้สะอาดแล้วหั่นเป็นท่อนสั้น ๆ นำมาคั่วผสมโดยเหล้าขาวพอสุก หลังจากนั้นให้นำไปต้มพอเดือดให้ใส่น้ำตาลปีปเพื่อเพิ่มความหวานแล้วทิ้งไว้ 30 - 45 นาที จนกว่าน้ำจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วนำมาดื่มก่อนรับประทานอาหารเช้า-เย็น ซึ่งตัวยาที่ได้จะมีรสขมอมหวาน
การทำร้านต้นไม้ขุดล้อมแบบง่าย ๆ
วิธีเพาะเมล็ดไม้ป่า
เมล็ดไม้ป่าแบ่งออกเป็น ลักษณะ
1.เกราะหุ้มเมล็ดหนา เช่น เมล็ดราชพฤกษ์ เมล็ดชัยพฤกษ์ เมล็ดหางนกยูงฝรั่ง เป็นต้น
2.เกราะหุ้มเมล็ดหนาปานกลาง เช่น เมล็ดตะแบก เมล็ดอินทนิล เมล็ดเสลา เป็นต้น
3.เกราะหุ้มเมล็ดบางเบา เช่น เมล็ดปีบ เมล็ดพญาสัตบรรณ เป็นต้น
- วิธีเพาะเกราะหุ้มเมล็ดหนา ขั้นตอนแรกคือ ต้มน้ำให้ร้อนพอที่จะใช้นิ้วมือจุ่มลงได้แล้วนำเมล็ดนี้แช่ลงในภาชนะ ทิ้งค้างไว้ 1 คืน แล้วสังเกตเมล็ดไหนมีลักษณะบวมอิ่มน้ำ (เมล็ดที่ยังไม่บวมอิ่มน้ำให้แช่ต่อไป) คัดออกใส่ผ้าขาวบาง วางไว้ใกล้โอ่งน้ำหรือที่มีความชื้นมากพอสมควร ภายใน 3-7 วัน เมล็ดที่อยู่ในผ้าขาวบางจะงอกออกมา แล้วจึงนำไปใส่ถุงดำที่ใส่ดินเตรียมไว้
- วิธีเพาะเกราะหุ้มเมล็ดหนาปานกลาง มีขั้นตอนเพาะเช่นเดียวกับเกราะหุ้มเมล็ดหนาแต่ใช้เวลาในการบวมอิ่มน้ำได้เร็วกว่า
- วิธีเพาะหุ้มเมล็ดบางเบา มีขั้นตอนที่ยุ่งยากมากกว่า โดยนำเมล็ดแช่น้ำในอุณหภูมิปกติ แช่น้ำไว้ 1 คืน แล้วผึ่งลมให้หมาด ๆ เพื่อโรยเมล็ดได้ง่าย ต้องมีการจัดเตรียมพื้นที่เป็นแปลงเพาะไว้โดยนำทรายมารองพื้นแล้วจึงโรยเมล็ด หลังจากนั้นใช้ทรายโรยทับประมาณ 1-2 เซนติเมตร ใช้ฝักบัวรดน้ำ วันละ 2 ครั้ง เมื่อเมล็ดงอกมีใบเลี้ยง 2-3 ใบ ให้ถอนนำไปใส่ถุงดำที่ใส่ดินเตรียมไว้ ตั้งไว้ในร่ม อนุบาลต่อไปจนกว่าจะมีความสูง 10-15 เซนติเมตร สังเกตเมื่อรากเต็มถุงพอสมควรนำไปลงในดินปลูกได้เลย
วิธีปลูก
ทำดินเหมือนวิชาเกษตรทั่วไป ระยะการปลูก ขึ้นอยู่กับความต้องการจะขายในปีไหนถ้าต้องการขายภายใน 6 เดือน ถึง 1 ปี ให้ปลูกในระยะห่าง 80 x 80 เซนติเมตร หรือ 100 x 100 เซนติเมตร หากต้องการขายในระยะ 1 – 2 ปี ควรปลูกในระยะห่าง 1 x 1 หรือ 2 x 2 เซนติเมตร ขึ้นไป
การให้ปุ๋ย
ควรใช้ปุ๋ยคอกรองก้นหลุมก่อนปลูก ในระยะ 1 -2 เดือน ให้ปุ๋ยทางใบ สูตร 46-0-0 เพื่อเร่งการเจริญเติบโตทางใบและในระยะ 3-4 เดือน ให้ปุ๋ยบำรุงใบและลำต้น เช่น สูตร 16-20-0 หรือ 20-20-0 เพื่อเร่งลำต้นให้แข็งแรงและรองรับน้ำหนักใบและให้เจริญเติบโคไปพร้อมกัน ในระยะ 5 เดือน ถึง 1 ปี ให้ปุ๋ยสูตรเสมอเช่น 15-15-15 หรือ 16-16-16 เพื่อให้ธาตุอาหารครบถ้วน ดูแลกำจัดวัชพืชสม่ำเสมอ 6 เดือน จะได้ขนาดลำต้น 1-2 นิ้ว ความสูง 2 เมตรขึ้นไป เริ่มขุดล้อมจำหน่ายได้
หมายเหตุ: การขุดล้อมควรเลือกต้นที่ด้อยกว่าหรือสมบูรณ์น้อยกว่าก่อน เพราะถ้าไม่ขุดออกก่อนจะถูกลำต้นที่สมบูรณ์คลุม แย่งอาหารและขาดแสงแดด ทำให้การเจริญเติบโตช้าหรืออาจจะตายได้
สรุปการทำร้านต้นไม้ขุดล้อมแบบง่าย ๆ
การทำแผงไม้ล้อมเมื่อทำการขุดเสร็จแล้วสิ่งที่ต้องเตรียมคือ
1. เสาไม้หรือเสาปูน
2. ราวไม้ไผ่
3. ขุยมะพร้าว
4. แหล่งน้ำ
5. เครื่องพ่นยาฆ่าแมลงและยาฆ่าแมลง
6. วิตามินบี 1 และปุ๋ย
ขั้นตอนการทำ
1. ขุดหลุมฝังเสาสูงจากพื้นดิน 2.5-3 เมตร ระยะเสาห่างกว้าง 1 เมตร ยาว 3 เมตรต่อต้น
2. เมื่อนำไม้ล้อมที่พร้อมบรรจุถุงพลาสติก อัดด้วยขุยมะพร้าวรอบ ๆ ให้แน่น มัดด้วยเชือกฟางให้แน่นแล้วนำเข้าแผงไม้ที่เตรียมไว้ตั้งต้นให้ตรง เรียงเข้าแถวให้สวยงาม
3. รดน้ำใส่วิตามินบี 1 โดยปกติควรรดน้ำ 1-2 ครั้ง ให้ปุ๋ยทางใบทุก 15 วัน พ่นยาไล่แมลงและเชื้อราเดือนละ 1 ครั้ง ภายในระยะเวลา 15 – 30 วัน ต้นไม้จะเริ่มแตกใบอ่อนพร้อมขายได้เลย
การทำร้านต้นไม้ขุดล้อมจะประสบความสำเร็จได้นั้นขึ้นอยู่กับความเข้มงวดกวดขันในการปฏิบัติทุกขั้นตอน จะต้องอดทนไม่ท้อถอยต่อความล้มเหลวใด ๆ ที่เกิดขึ้นจงเพียรพยายามให้มากขึ้นทุกครั้งที่ล้มเหลว เมื่อเกิดความรู้ ความชำนาญ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องยาก
นายสมทบ ฉวีกลาง 50210244 ห้อง 2 ศูนย์สระบุรี
ภูมิปัญญาท้องถิ่นเกี่ยวกับการดูแลที่อยู่อาศัย
เมื่อหลังคาบ้านหรืออาคารต่าง ๆ มีรอยรั่ว
เล็ก ๆ น้อย ๆ อาจจะเป็นกระเบื้องแตกร้าว หรือรอยตะปู ที่ไม่มากนัก เราอาจแก้ปัญหาโดยใช้โฟมผสมกับน้ำมันเบนซิน ตามอัตราส่วนที่พอเหมาพอสม นวดให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำไปอุดรอยรั่วนั้น จะทำให้แก้ไขปัญหาได้โดยท่านไม่ต้องลงทุนเปลี่ยนกระเบื้องใหม่ทั้งแผ่น ทำให้ประหยัดทั้งเงินและเวลา ได้ผลดีคะ
นภาดา มณีรัตน์ รหัส 50210222 ห้อง 2
กระเจี๊ยบแดง แก้พยาธิตัวจี๊ด (ราก ดอก ผล และลำต้น), ละลายเสมหะ (ใบ, ดอก), แก้ไอ (ใบ, ดอก), ขับเมือกมันในลำไส้ (ใบ, ดอก), ทำให้โลหิตไหลเวียนดี (ใบ), ช่วยย่อยอาหาร (ใบ), หล่อลื่นลำไส้ (ใบ), ขับปัสสาวะ (ใบ, ดอก), ยาระบาย (ใบ), ลดไขมันในเลือด (ดอก, ผล), ลดไข้ (ดอก), ขับน้ำดี (ดอก), ลดความดันโลหิต (ผล, ดอก), บำรุงกำลัง (ผล) หรือสมานแผลในกระเพาะ (ผล)
ยารักษาโรคงูสวัด (สูตรเจ้าคุณตา)
**โรคงูสวัดเป็นเชื้อไวรัส ตุ่มเล็ก ๆ ใส ๆ เมื่อเป็นแล้ว
จะปวดแสบปวดร้อน ทรมานมาก แม่เคยนำสูตรนี้รักษา
คนที่เคยเป็น เห็นผล จึงอยากบอกต่อ โดยให้นำผล
น้อยหน่าแห้งตายคาต้น (ผลสีดำ)ล้างน้ำให้สะอาดผึ่งไว้ให้แห้ง นำมาฝนกับหินลับมีดเหยาะเหล้าขาวทีละน้อย ฝนไปเรื่อย ๆ จนได้เนื้อยา นำมาโปะบริเวณง
ที่เป็นงูสวัด แผลจะค่อยแห้งหายสนิทไม่เกิน 3 วัน
ก็ลองดูเพราะมีคนหายมาแล้ว แต่ถ้าไม่หายก็หาหมอจ๊ะ
***ข้อมูลจาก ภัณฑิรา ชูอรุณ รหัส 50210228
สูตรยาดอง....คุณปู่
นายบัว พงษ์ษา (คุณปู่ผมเอง) ตอนนี้ท่านอายุ 84ปีแล้ว แต่ท่านเป็นคนที่แข็งแรงมาก แต่ก่อนท่านรับราชการ กรมทางหลวง สังกัดแขวงการทางสระบุรี หลังจากเกษียณท่านยังทำงานบริษัทต่ออีกหลายปี ปัจจุบันท่านอยู่บ้านแต่ท่านยังไม่เลิกทำงาน ท่านบอกว่าอยู่บ้านเฉยๆมันเหงา
กระผมสังเกตุดูคุณปู่ กระผมสงสัยว่าทำไมท่านถึงแข็งแรงนัก เนื่องจากท่านไม่ค่อยทานผักเท่าไรนัก ท่านชอบทานเนื้อ หัวหมู หมูสามชั้น อาจจะเป็นเพราะท่านออกกำลังกายเป็นประจำ แต่สิ่งหนึ่งที่กระผมเห็นคือท่านจะทานสิ่งพวกนี้เป็นประจำ คือ กล้วย น้ำผึ้ง ยาลูกกลอนที่ท่านบดเอง และยาดองเหล้า
ยาดองเหล้าที่ท่านทานเป็นประจำมี2โหล โหลแรกเป็นดองเหล้ากับลูกยอผสมกับนำผึ้ง อีกโหลหนึ่งเป็นยาดองซึ่งผมขอสูตรท่านมาดังนี้
- ชะเอมไทย ฝางเสน เทพธาโร อย่างละ 60กรัม
- เจตมูลเพลิง เถาสะค้าน อย่างละ 20กรัม
- กำลังวัวเถลิง ม้ากระทืบโรง กำแพงเจ็ดชั้น แซ๋ม้าทะลาย อย่างละ 30กรัม
อาหารสูตรยาระบาย(อร่อยและมีประโยชน์)
ภูมิปัญญาของคนชนบทในหมู่บ้านสันประดู่ นางสีไพ คำจร อายุ 60 ปี บ้านเลขที่ 35 หมู่ 5 ตำบลบ้านยาง อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี เป็นอาหารสูตรยาระบายสามารถรักษาอาการท้องผูกได้ โดยนำใบมะกาอ่อนมาห่อใบตอง แล้วนำมาย่างไฟให้มีกลิ่นหอม จึงนำมารับประทานกับน้ำพริก
นางสาวจุฑารัตน์ คำจร
รหัส 50210238
นางหวั่น หมอนอิง อยู่บ้านเลขที่ 6 หมู่ 3 ต.โคกแย้ อ.หนองแค จ. สระบุรี ปัจจุบันท่านอายุ 81 ปี ท่านมีอาชีพสานไม้ไผ่ขาย ท่านจะไปตัดไม้ไผ่บนเขามาทำสิ่งจักสาน สิ่งจักสารที่ท่านทำเป็นกระบุง ตะกร้า กระโด้ง ไซ สุ่มไก่ เป็นต้น ท่านเป็นคนใจเย็น ทำงานอย่างละเอียด
นางกชพร ศรียาภัย 50210243
นางใจ สีสุดใจ อายุ 67 ปี ท่านเป็นน้าของดิฉันเอง ท่านจะมีความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรต่างๆ ท่านชอบทำน้ำผลไม้ต่าง ๆ ให้ลูกหลานท่านเวลามีงานทำบุญ งานเลี้ยง เช่น น้ำมะตูม น้ำว่างหางจระเข้ น้ำใบบัวบก น้ำดอกอัญชัน
ซึ่งดิฉันได้สอบถามสูตรการทำน้ำดอกอัญชันมาดังนี้
1. นำดอกอัญชันสด 100 กรัม ล้างน้ำให้สะอาด ใส่ภาชนะที่จะต้ม เติมน้ำเปล่า 2 ถ้วย ต้มจนเดือด แล้วปิดฝาทิ้งไว้ 2-3 นาที แล้วกรองดอกอัญชันขึ้นจากหม้อ
2. ทำน้ำเชื่อม โดยใช้น้ำเปล่า 500 กรัม + น้ำตาลทราย 500 กรัม
3. นำน้ำดอกอัญชันที่ได้มา 1 ถ้วย น้ำเชื่อม 4 ช้อนโต๊ะ และน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ นำมาผสมรวมกัน แล้วชิมรสตามชอบ
นางณิชนันท์ วงแวง 50210240
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
น้ำกระชายปั่นกับน้ำผึ้ง ผสมกับน้ำมะนาว
เครื่องปรุง
กระชาย 1 ขีด
น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ
มะนาว 2 ลูก
วิธีทำ
กระชายล้างน้ำให้สะอาด ปั่นให้ละเอียด เติมน้ำสะอาดลงไป 2 แก้ว กรองเอาแต่น้ำ ใส่น้ำผึ้งและน้ำมะนาวลงไปผสมปรุงรสตามใจชอบดื่มได้เลย
สรรพคุณ
1.บำรุงกระดูก (เพราะมีแคลเซียมสูง)
2.บำรุงสมอง (เพราะทำให้เลือดเลียงสมอง่วนกลางดีขึ้น
3.ปรับสมดลของฮอร์โมน
4.ปรับสมดุลของความดันโลหิต (ความดันโลหิตที่สูงจะลดลง ความดันโลหิตต่ำจะสูงขึ้น)
5.แก้โรคไต ทำให้ไตทำงานดีขึ้น
6.ป้องกันไทรอยต์เป็นพิษ
7.บำรุงมดลูก
8.แก้ปัญหาผมหงอก ผมร่วง
9.อาการกระเพาะปัสสาวะเกร็ง(กรณีนี้อาจใช้เม็ดบัวต้มกิน)
10.ควบคุมไม่ให้ต่อมลูกหมากโต
11.แก้ปัญหาไส้เลื่อน
เผยแพร่โดย นายยงยุทธ ชมไชย รหัส 50210242
ยาสมุนไพรชาวบ้าน
ชื่อ ต้นลูกเขยตาย แม่ยายหมก
ความเป็นมา เกิดจากลูกเขยและแม่ยายไปทำนาปรากฏว่า ลูดเขยถูกงุกัดตายแม่ยายไม่รู้ทำย่างไร เจอต้นไม้ชนิดนี้ขึ้นที่คันนาจึงเอาใบมาหมกี่งูกัด แล้วไปตามชาวบ้าน แต่พอกลับมาลูกเขยฟื้นเลยตั้งชื่อว่า ต้นลูกเขยตาย แม่ยายหมก
ลักษณะของต้น
เป็นพุ่ม ลูกเป็นพวงคล้ายลูกตะขบ
สรรพคุณ
นำใบมาหมกแผลที่โดนสัตว์มีพิษกัด จะดูดพิษออก ถ้านำผลใบมาตำใส่น้ำผึ้ง จะแก้โรคเห็บชา เบาหวาน
รัชนี ค่ายสงคราม รหัสนักศึกษา 50210215
tanutcha5
ภูมิปัญาท้องถิ่นเกี่ยวกับว่านสมุนไพร
ว่านง็อกสมุนไพร
เป็นพันธ์ไม้เตี้ยสูงประมาณ 1เมตรกว่า แต่ไม่ใช่ไม้ล้มลุกเป็นพันธ์ไม้ธรรมดา
สรรพคุณ แก้โรคมะเร็ง เบาหวาน ไข้หวัด อาการปวดเมื่อย โรคกระเพาะ เลือดออกตามลำใส้ ตับอักเสบ เป็นต้น
วิธีรับประทาน รับประทานครั้งละ 4-7 ใบมากน้อยแล้วแต่ชนิดของโรคกินใบสดๆ
นางธนัชชา กีเนีย รหัสนักศึกษา 50210230
อ.รัชนี
ลูกเขยตาย แม่ยายหมกสามารถ ค้นได้ด้วย กูเก้ล ที่นี่
http://ratchanee2.blogspot.com/2008/04/blog-post.html
สงสัยจะได้ลูกเขยกระดูกเหล็ก!!!!!!!
petchara
เมื่อเอ่ยถึงมะเขือเทศแล้ว ทุกคนคงจะรูจักกันเป็นอย่างดี เพราะมะเขือเทศเป็นส่วนประกอบของอาหารที่คนชื่นชอบหลายอย่าง ซึ่งมะเขือเทศเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ไม่ว่าจะรับประทานสด หรือใส่เป็นส่วนผสมของอาหาร
ประโยชน์ของมะเขือเทศ
1.ช่วยเพิ่มรสชาติในอาหาร เนื่องจากในมะเขือเทศมีกรดิมิโนคล้ายกับผงชูรส
2.ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต้านโรคมะเร็งได้
3.ชะลอความแก่ บำรุงผิวพรรณ
ใบพลูรักษาเริม...
เริม คือ โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง อาการเป็นเม็ดผองผื่นคัน แสบร้อน เราะมีหนองอยู่ภายใน
ครอบครัวผมเกิดที่อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี โดยพ่อแม่มีวิธีรักษาต่อเนื่องกันมาโดยตลอดดังนี้
นำใบพูลที่กินกับหมาก มาตำ ในครกให้แหลกพอประมาณ แล้วนำเหล้าโรง(สุราขาว) เทเหยาะผสมให้เข้ากัน แล้วไปพอกบริเวณที่เป็น จะเกิดอาการเย็นทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แกะออกดูจะพบว่าหนองยุบ และค่อยๆแห้งหายไป
ผมใช้วิธีนี้กับตัวเองและหลายคน หายทุกครั้งครับ.
นายไพโรจน์ ยวงอักษร รหัส 50210225
เทคนิคการล่าและบริโภคน้องหนู
อีสาณบ้านข่อยมีคาถาการกินว่า"กินไม่ตาย ไม่กินตาย"หมายถึงต้องกิน"เป็น"ทุกอย่างไม่เลือกกิน คำถามคือทำไมต้องเลือกกินหนูด้วย(ละพี่)ก้เนื้อน้องหนูนั้นแซบอย่าบอกใคร โดยเฉพาะหนูนาเมื่อห้าสิบปีที่แล้วเธอกินแต่ข้าวเปลือกของชาวนาเท่านั้น แถมไม่มีสารเคมีมากมายในท้องนาเหมือนปัจจุบัน เนื้อหนูนา เช่น หนูพุก หนูท้องขาวจึงดูผ่องน่าลองชิม การล่าหนูนาให้ใช้นำกรอกที่รูน้องหนูหายใจไม่ออกจะโผล่ขึ้นมาให้จับอย่างง่ายดาย
การปรุงน้องหนูให้เผาไฟพอขนร่วงควักเครื่องในทิ้ง ในไปย่างไฟให้เกรียม แล้วจึงนำมาสับเพื่อปรุงเป็นยำ หรือลาบ หรือจะใช้เครื่องเทศทาก่อนย่างไฟ ก็จะได้หนูย่างกลิ่นหอมอร่อย การย่าต้องใช้ไฟถ่านคุร้อน ห้ามใช้กาบมะพร้าวหรือเปลือกไม้จะทำให้น้องหนูเหม็นขิว ไม่น่ากิน
ส่วนหนูในเมือง เช่นหนูคอนโด หนูตู้กระจก หนูม่านรูด หนูสนามกอล์ฟ การจับและการบริโภคจะต้องใช้วิธีการแตกต่างกันออกไป.....
สูตรยาดอง....คุณปู่
ลืมใส่ชื่อครับ ขอโพสอีกทีครับ
นายบัว พงษ์ษา (คุณปู่ผมเอง) ตอนนี้ท่านอายุ 84ปีแล้ว แต่ท่านเป็นคนที่แข็งแรงมาก แต่ก่อนท่านรับราชการ กรมทางหลวง สังกัดแขวงการทางสระบุรี หลังจากเกษียณท่านยังทำงานบริษัทต่ออีกหลายปี ปัจจุบันท่านอยู่บ้านแต่ท่านยังไม่เลิกทำงาน ท่านบอกว่าอยู่บ้านเฉยๆมันเหงา
กระผมสังเกตุดูคุณปู่ กระผมสงสัยว่าทำไมท่านถึงแข็งแรงนัก เนื่องจากท่านไม่ค่อยทานผักเท่าไรนัก ท่านชอบทานเนื้อ หัวหมู หมูสามชั้น อาจจะเป็นเพราะท่านออกกำลังกายเป็นประจำ แต่สิ่งหนึ่งที่กระผมเห็นคือท่านจะทานสิ่งพวกนี้เป็นประจำ คือ กล้วย น้ำผึ้ง ยาลูกกลอนที่ท่านบดเอง และยาดองเหล้า
ยาดองเหล้าที่ท่านทานเป็นประจำมี2โหล โหลแรกเป็นดองเหล้ากับลูกยอผสมกับนำผึ้ง อีกโหลหนึ่งเป็นยาดองซึ่งผมขอสูตรท่านมาดังนี้
- ชะเอมไทย ฝางเสน เทพธาโร อย่างละ 60กรัม
- เจตมูลเพลิง เถาสะค้าน อย่างละ 20กรัม
- กำลังวัวเถลิง ม้ากระทืบโรง กำแพงเจ็ดชั้น แซ๋ม้าทะลาย อย่างละ 30กรัม
นายอำนาจ พงษ์ษา 50210207 ห้อง 2
เคล็ดลับ...สำหรับนักสะสมเหรียญ
สำหรับนักสะสมเหรียญที่มีปัญหาเหรียญดำ เมื่ออยู่ในสภาพนาน ๆ สูตรนี้ดิฉันได้มาจากอาของดิฉัน ท่านเป็นนักสะสมเหรียญ ท่านสะสมมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว ท่านจะใช้ลูกประคำดีควาย(ซึ่งหาซื้อได้จากร้านขายยาไทยทั่วไป) นำมาซัก 20 ลูก ผสมกับน้ำอุ่นที่เตรียมไว้ในภาชนะ จากนั้นนำเหรียญแช่ทิ้งไว้ประมาณครึ่งวัน เหรียญจะกลับมาสวยเหมือนเดิม
ว่าที่ร้อยตรีหญิง สุทธาอร แผนบ้านสร้าง 50210241
ห้อง 2
แก้หวัด
โดยใช้หลักการทำง่าย ๆ คือ ใช้ตะไคร้ประมาณ 3 – 4 ต้น เอาทั้งใบด้วยและยอดมะขาม 1 กำมือ พร้อมทั้งหอมหัวแดง 2 หัว นำของทั้งหมดนี้มาใส่ในหม้อ แล้วใส่น้ำลงไปพอสมควร เมื่อทำเสร็จเรียบร้อยแล้วนำไปตั้งบนเตา หม้อนั้นต้องปิดฝาด้วยปล่อยให้เดือดแล้วยกลงมาวางไว้ พร้อมนำผ้าสำหรับคลุมตัวผืนใหญ่ ๆ หน่อยเพื่อจะปิดมิดไม่ให้มีช่องว่างเพื่อจะไม่ให้อากาศเข้าแล้วค่อย ๆ เปิดฝาหม้อให้ไอออกมารมตัวแล้วสูดอากาศเข้าไปแล้วจะทำให้หายใจได้สะดวก ทำเช่นนี้สัก 2 – 3 ครั้ง
นายเกษม มะโนชื่น 50210159 ห้อง 2
วันนี้ผม นายพิภพ วัยนิพลี ศูนย์สระบุรี ห้อง 2 ขอนำเสนอภูมิปัญญาชาวบ้านในเรื่องของ "ขมิ้นขาว"
ป้าพรในชุมชนได้เล่าว่า ขมิ้นขาว เป็นพืชสวนครัวใกล้ตัวชนิดหนึ่งที่มีคุณค่าทางอาหารและมีสรรพคุณทางสมุนไพร คนส่วนใหญ่จะรู้จักและนิยมรับประทานมาก เนื่องจากรสชาติอร่อย มีกลิ่นหอมชื่นใจ สมัยเป็นเด็กบ้านนอกยังจำได้ว่า คนพื้นบ้านนิยมปลูกเป็นพืชสวนครัวเป็นกอ ๆ ข้างบ้าน เมื่อถึงเวลาปรุงอาหาร เพียงแค่ถือเสียมไปขุดเอาหัวขึ้นมาล้างให้สะอาด เพียงแค่ถือเสียมไปขุดเอาหัวมาล้างให้สะอาดก็รับประทานได้แล้ว ไม่ต้องไปซื้อหาให้เปลืองสตางค์ บางครั้งคนข้างบ้านขอแบ่งกินบ้าง สร้างสัมพันธ์ที่ดีต่อกันในสังคมคนชนบทดีนักเชียว
ป้าพรยังบอกถึงสรรพคุณของขมิ้นขาวด้วยว่า ป้าแกมีตำรายาแผนไทย ว่าด้วย เหง้า หรือหัว กินเป็นยารักษาแผลในลำไส้ เจริญอาหาร ขับลม ระงับเชื้อ รักษาโรคผิวหนัง
“เป็นยาบำรุง” ขับปัสสาวะ บรรเทาอาการท้องขึ้น ทำให้ผายลม และรักษา “ไข้ผอมเหลือง” ได้เด็ดขาดนัก
ส่วนทางอาหารทั่วไปเหง้า หรือหัว กินสดกับน้ำพริก ต่าง ๆ เพิ่มรสชาติเผ็ดร้อน และหอมกรอบอร่อย ซึ่งถ้าสังเกตให้ดี สำรับกับข้าวไทยของคนทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ และภาคกลางบางส่วน หากจัดให้สมบูรณ์ จะมีสารพัดผักจัดเป็นเครื่องเคียงรวมทั้ง “ขมิ้นขาว” ขาดไม่ได้ บางพื้นที่ใช้เหง้า หรือหัว ไปยำ ไปแกง ทางภาคใต้กินสดกับ “น้ำบูดู” รสชาติเด็ดขาดมาก
ข้อมูลจาก ป้าพร ตำบลสองคอน อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ครับ
ประโยชน์ของมะรุม
1.ใช้บำบัดโรคขาดอาหารในเด็กแรกเกิดถึง 10 ขวบ และลดสถิติการเสียชีวิต พิการ และตาบอดได้เป็นอย่างดี
2.ใช้บำบัดผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานให้อยู่ในภาวะควบคุมได้
3.ใช้บำบัดบำบัดโรคความดันโลหิตสูง
4.ช่วยเพิ่มและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ทานผลิตผลจากมะรุมในระหว่างตั้งครรภ์เด็กที่เกิด มาจะไม่ติด
เชื้อHIV นอกจากนี้ถ้ารับประทานอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้งยังช่วยให้คนทั่วๆไป สามารถสร้างภูมิคุ้มกัน
ให้กับตัวเอง
5.ช่วยบำบัดผู้ป่วยโรคเอดส์ให้อยู่ในภาวะควบคุมได้ การบำบัดโรคเอดส์ที่ประสพผลสำเร็จในกลุ่มประเทศ
แอฟริกา
6.ถ้ารับประทานสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันไม่ให้เป็นโรคมะเร็ง แต่ถ้าหากเป็นก็จะช่วยให้การรักษาพยาบาลง่าย
ขึ้น ในบางกรณีสามารถหยุดการเจริญเติบโตของโรคร้ายได้ ถ้าใช้ควบคู่ไปกับยาแพทย์แผนปัจจุบัน หาก
ผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งได้รับการรักษาด้วยรังสี การดื่มน้ำมะรุมจะช่วยให้การแพ้รังสีฟื้นตัวเร็วขึ้นและมีร่างกายที่
แข็งแรง
7.ช่วยบำบัดโรคไขข้ออักเสบ โรคเก๊าท์ โรคกระดูกอักเสบ โรคมะเร็งในกระดูก โรครูมาติซั่ม
8.บำบัดโรคตาเกือบทุกชนิด เช่น โรคตามืดตามัวเพราะขาดสารอาหารที่จำเป็น โรคตาต้อ เป็นต้น
ถ้ารับประทานสม่ำเสมอ จะทำให้ตามีสุขภาพที่สมบูรณ์
9.บำบัดโรคลำไส้อักเสบ โรคเกี่ยวกับท้อง ท้องเสีย ท้องผูก โรคพยาธิในลำไส้
10.บำรุงปอดให้แข็งแรง บำบัดโรคทางเดินหายใจ โรคปอด และโรคภูมิแพ้
11.เป็นยาปฏิชีวนะ
เอกสารอ้างอิง: Nature’s Medicine Cabinet by Sanford Holst
The Miracle Tree by Lowell Fuglie
LA times March 27th 2000 article wrote by Mark Fritz. WWW.PUBMED.GOV. (Search for Moringa) (Antiviral Research Volume 60, Issue 3, Nov. 2003, Pages 175-180: Depts. of Microbiology, Pharmaceutical Botany, Pharmacology, Faculty of Pharmaceutical Science, Chulalongkorn University, Bangkok 10330, Thailand. Corresponding author. Tel.: +66-2-218-8378; fax +66-2-254-5195)
น้ำมันมะรุม
สรรพคุณ..ใช้หยอดจมูกบำบัดโรคภูมิแพ้ ไซนัสโรคทางเดินหายใจ ใช้หยอดหูฆ่าและป้องกันพยาธิในหู บำบัดอาการเยื่อบุหูอักเสบ บำบัดโรคหูน้ำหนวก ใช้ทาผิวหนังบำบัดโรคผิวหนังจากเชื้อราและเชื้อไวรัส บำบัดโรคเริม งูสวัด บำบัดและบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้น ใช้ทาบำบัดแผลสด หูด ตาปลา ใช้ถูนวดบรรเทาอาการบริเวณที่ปวดบวมตามข้อ บำบัดโรคไขข้ออักเสบ เก๊าท์ รูมาติก เป็นต้น
สั่งซื้อ เม็ดมะรุม แคปซูลใบมะรุม แคปซูลเม็ดมะรุม และน้ำมันมะรุม ได้ที่...นายซ้ง โทร. 081-5828968
Email address : xong101@gmail.com
แสดงความคิดเห็น
<< Home